19 พ.ค. 2020 เวลา 13:21 • ข่าว
ECONOMY : สรุปภาพรวมทางเศรษฐกิจ ณ ปัจจุบัน
ภาพรวมของวิกฤตครั้งนี้ได้ถูกยืนยันโดยหลักฐานต่าง ๆ ที่ออกมาในช่วงไตรมาสแรกแล้วว่ามันรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ The Great Depression ปี 1930 ขณะที่ Jerome Powell กล่าวในวันนี้ว่า FED จะใช้ทุกเครื่องมือที่มีอยู่อย่างเต็มประสิทธิภาพเพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจให้ผ่านพ้นวิกฤตไปให้ได้
โดยบทความนี้ World Maker จะนำเสนอในรูปแบบที่สรุปเป็นข้อ ๆ เพื่อความกระชับ และได้ใจความมากยิ่งขึ้น ดังนี้ครับ
(1.) Powell และสมาชิก FED คาดหวังว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวในไตรมาสที่ 3 และ 4 ของปี 2020 หลังจากอัตราการว่างงานที่เกิดขึ้นคือ 14.7% หรือ 20.5 ล้านคน ซึ่งเลวร้ายกว่าช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เสียอีก
(2.) ก่อนหน้านี้ FED ได้เปิดเผยรายงานซึ่งระบุว่า "ราคาของสินทรัพย์ยังคงมีความเสี่ยงที่จะลดลงอย่างมาก หากโลกยังไม่สามารถควบคุมการระบาดได้ หรือเศรษฐกิจโลกก็มีความเสี่ยงจะทรุดตัวลงหนักกว่าเดิม หากเกิดการระบาดขึ้นมาเป็นรอบที่ 2"
(3.) กองทุนขนาดยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ บางแห่งนั้นมีการใช้ Leverage สูงเกินสัดส่วนที่ควรจะเป็น และตอนนี้กำลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก และหากเศรษฐกิจทรุดตัวลงมากกว่าเดิมไปถึงระดับหนึ่ง กองทุนเหล่านี้ก็จะโดนเทขายสินทรัพย์โดยอัตโนมัติจากระบบ Margin Call เป็นแน่แท้
(4.) แน่นอนว่าผลกระทบในข้อ 3 จะส่งต่อไปยังผู้ที่ถือครองหุ้นกู้และพันธบัตรของกองทุนเหล่านี้อยู่ ซึ่งโดยส่วนใหญ่ก็กู้เงินมาลงทุนอีกทีหนึ่ง
(5.) ในปัจจุบันธนาคารกลางของสหรัฐฯ ยุโรป อังกฤษ และ ญี่ปุ่น ได้มีสัดส่วน Balance Sheet ต่อ GDP เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก โดยสหรัฐฯ นั้นเกิน 30% ของ GDP ไปแล้ว ส่วนยุโรปนั้นอยู่ที่ประมาณ 45% ของ GDP
(6.) Bloomberg คาดการณ์เอาไว้ว่า FED จะซื้อพันธบัตรรัฐบาลเป็นมูลค่า 3.7 ล้านล้านดอลลาร์ ในปี 2020 และ 2.1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2021
(7.) ในไตรมาสที่ 2 คาดการณ์เอาไว้ว่าเศรษฐกิจจะทรุตัวลงถึง 39.6%
(8.) ทรัพย์สินในคลังสำรองของรัฐบาลสหรัฐฯ และประเทศทางฝั่งยุโรปลดลงอย่างหนัก โดยสหรัฐฯ ลดลงมากกว่า 15% เมื่อเทียบกับ GDP
(9.) อัตราผลตอบแทนพันบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ก็หลายประเทศลดลงสู่ระดับเกือบ 0% โดยในเยอรมันลดลงจนถึงระดับติดลบ
(10.) นอกจากนี้ยังมีความกังวลจากทั่วโลกถึงเรื่องของอัตราเงินเฟ้อที่จะเกิดขึ้นหลังจากวิกฤต COVID-19 ได้ผ่านพ้นไป
(11.) FED กำลังเตรียมทำการควบคุมอัตราผลตอบแทน (Yield Curve Control) ให้แก่สินทรัพย์เหล่านี้ โดยจะเป็นการควบคุมไม่ให้ผลตอบแทนสูงหรือต่ำเกินไปในอนาคต
(12.) ตัวเลขการค้าปลีกของสหรัฐฯ ลดลงถึง 16.4% ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการทรุดตัวลงที่รุนแรงที่สุดตลอดกาล โดยคิดเป็นเกือบ 2 เท่าของการทรุดตัวลงในเดือนมีนาคม 2020
(13.) อุตสาหกรรมการผลิตของสหรัฐฯ ในเดือนเมษายทรุดตัวลงกว่า 11.2% ซึ่งถือว่ารุนแรงที่สุดตลอดกาล โดยรุนแรงยิ่งกว่า Great Depression เสียอีก
(14.) กำลังการผลิตทั้งหมดของสหรัฐฯ ลดลงถึง 13.7% ซึ่งถือว่ามากที่สุดในรอบกว่า 100 ปีเลยทีเดียว (นับตั้งแต่ปี 1919)
(15.) รัฐบาลอังกฤษวางแผนที่จะกู้เงินกว่า 3.6 แสนล้านดอลลาร์ในปีนี้ ซึ่งคิดเป็นกว่า 15% ของ GDP
(16.) ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในประเทศยุโรปพุ่งสูงขึ้นสู่ระดับสูงสุดตลอดกาลเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันแล้ว
(17.) เศรษฐกิจทางฝั่งเอเชียกำลังเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยผลผลิตทางอุตสาหกรรมและยอดค้าปลีกเริ่มฟื้นตัวกลับมาตั้งแต่เริ่มไตรมาสที่ 2 ของปี 2020
(18.) Zombie Company หรือบริษัทในกลุ่มที่ไม่มีความสามารถในการทำกำไรของสหรัฐฯ ได้เริ่มต้นออกตราสารหนี้จำนวนมากอีกครั้ง
(19.) ดัชนี Stoxx Europe 600 ของตลาดหุ้นยุโรปกำลังซื้อขายกันอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดตลอดกาลเมื่อเทียบกับดัชนี S&P 500 ของสหรัฐฯ
(20.) ตลาดหุ้นในกลุ่มธนาคารของยุโรป ซื้อขายกันอยู่ใกล้ระดับ 0.4 เท่าของ Book Value ซึ่งอยู่ใกล้กับระดับต่ำสุดตลอดกาล เนื่องจากนักลงทุนต่าง ๆ ยังไม่กล้าเข้าสู่ตลาดในตอนนี้ (สภาพคล่องต่ำ)
(21.) ราคาสินทรัพย์ประเภท Commodity และ Digial Currency อย่างทองคำและ Bitcoin ล่าสุดดูเหมือนจะเริ่มปรับตัวขึ้นมาอีกครั้ง โดยทองคำนั้นมีแรงตอบรับที่ดีอย่างมากเมื่อผู้คนเริ่มหันมาสนใจในสินทรัพย์ประเภท Safe-Haven
(22.) ในสัปดาห์นี้ ราคาทองคำ Spot ขึ้นไปแตะระดับ 1765 $/Oz ก่อนจะถูกเทขายลงมาเล็กน้อยสู่ระดับประมาณ 1725 $/Oz และในปัจจุบันซื้อขายกันอยู่ที่ประมาณ 1740 $/Oz
(23.) ทางฝั่ง Digital Currency อย่าง Bitcoin ในตอนนี้ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เนื่องจากกระแสข่าว Digital Yuan ของจีนกำลังมาแรงในวงการเทคโนโลยีโลก รวมถึงตัว Bitcoin เองก็เพิ่งจะผ่านการ Halving ครั้งที่ 3 หรือก็คือการลดจำนวนการผลิต Bitcoin ลง 50% ต่อหน่วยเวลาเดิมนั่นเอง
(24.) ที่ World Maker บอกอย่างนี้ก็เพราะการ Halving ทุกครั้งที่ผ่านมาของ Bitcoin จะทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก (มากกว่า 100% หรือ 2 เท่า)
(25.) เมื่อมีการ Halving เกิดขึ้นแล้วนั้น แน่นอนว่า Bitcoin จะเป็นทรัพย์สินที่จะยิ่งมีปริมาณจำกัดมากขึ้นไปอีก และหากกระแส Digital Currency มาแรงอย่างไม่หยุดหย่อนในอนาคตหลังจากนี้ไป World Maker ค่อนข้างมั่นใจว่าราคาของ Bitcoin จะปรับตัวสูงขึ้นไปอีกอย่างแน่นอน
การกดไลค์ กดแชร์ กดติดตาม และการติชมในเชิงสร้างสรรค์ของคุณ เป็นกำลังใจให้เราและเหล่าอาชีพนักเขียนทุกคนในการพัฒนาผลงานให้ดียิ่งขึ้นต่อไป ขอเชิญทุกท่านร่วมสร้างสังคมการเรียนรู้ที่ดีด้วยกันกับเรา
World Maker
สามารถติดตาม World Maker ผ่านทาง Facebook ได้แล้ววันนี้ที่
โฆษณา