26 พ.ค. 2020 เวลา 03:33 • การศึกษา
หวงกับห่วงต่างกันยังไง ?
ห่วงใยอย่างไรถึงจะไม่กลายเป็นความหวง “จนท้ายที่สุดสร้างความอึดอัด”
สำหรับผมแล้วคำตอบคือ “หวงเริ่มด้วยการอยากครอบครองโดยไม่สนใจความรู้สึกผู้อื่น แต่ห่วงเริ่มด้วยความเข้าใจผู้อื่นและแสดงออกอย่างสอดคล้องลงตัว”. ความแตกต่างระหว่างสภาวะทั้งสองอย่างนี้ มีผลอย่างยิ่งต่อสายสัมพันธ์ การสื่อสาร และท่าทีในการแสดงออกต่อกัน.
การมองว่า “ฉันจะดูแลคนอื่นยังไงก็ได้ตามใจฉัน” ล้วนมีส่วนทำให้คนที่รับการดูแลนั้นถอยห่างออกไป. การถอยห่างหรือปฏิเสธ คือสัญญาณซึ่งกำลังบอกว่า “การดูแลนั้นสร้างผลเสียมากกว่าให้ประโยชน์”.
พลังแห่งความหวงสร้างผลเสียมากกว่าประโยชน์อย่างไร ? คำตอบคือ เพราะความหวงนั้นทำหน้าที่บีบคั้น กักขัง และผูกมัด “จนผู้ที่ตกอยู่ในวงล้อมของความหวงนั้น…ไร้อิสระ”. ผลประโยชน์จึงเกิดขึ้นกับผู้ที่สร้างการผูกมัดนั้นเอาไว้เพียงอย่างเดียว “เพิ่มพูนความสมหวังและพึงพอใจ” ในขณะที่ใครอีกคนประสบกับความทุกข์เพราะถูกกักขัง.
พลังแห่งความห่วงใยสร้างประโยชน์อย่างไร ? คำตอบคือ เพราะความห่วงใยนั้นส่งเสริมการทำความเข้าใจผู้อื่นตามความจริง “เข้าใจตรงตามแบบที่เค้าเป็น” ต่างจากความหวงซึ่งมุ่งเน้นการเอาแต่ใจตนเองหรือใช้ตัวเองเป็นศูนย์กลาง. ความเข้าใจที่เกิดขึ้นจึงเป็นส่วนสำคัญ “สำหรับการตัดสินใจ” ว่าในขณะนี้ความห่วงใยแบบใดจะสอดคล้องกับความต้องการ.
คำถามสำคัญอย่างหนึ่งที่เราสามารถนำมาสำรวจตนเอง คือ “ความห่วงใยนี้เป็นไปเพื่อใคร” จะช่วยให้เราแยกความแตกต่างระหว่างความหวงหรือความห่วง. หากทิศทางการแสดงออก “วกกลับมาที่ตนเองฝ่ายเดียวจนลืมมองความจริง” สิ่งนี้เรียกว่าหวง. หากทิศทางการแสดงออก “ไม่ทำให้ทั้งตนเอง-ผู้อื่นเดือดร้อน อีกทั้งยังช่วยให้เกิดความเข้าใจตนเองและผู้อื่นมากขึ้น” สิ่งนี้เรียกว่าห่วง.
โฆษณา