12 มิ.ย. 2020 เวลา 00:30 • ท่องเที่ยว
การทำงานบนเรือสำราญนั้นจะมีการเซ็นสัญญาการทำงานตั้งแต่ก่อนเดินทาง โดยสัญญาจะมีรายละเอียดคร่าวๆของจำนวนชั่วโมงการทำงานบนเรือ 10-11 ชั่วโมงต่อวัน โดยจะทำงานเไม่มีวันหยุดต่อเนื่องกันไปจนจบคอนแทรค ซึ่งฟังดูแล้วคงจะเห็นได้ว่าน่าจะเหนื่อยเอามากๆทีเดียว
ในการทำงานจริงบนเรือสำราญนั้นเรือสำราญจะมีนักท่องเที่ยวบนเรือทุกวัน ไม่มีวันหยุดจนกว่าจะถึงกำหนดตรวจซ่อมบำรุง (Wet Dock - Dry Dock) สำหรับลูกเรือแล้วทุกๆวันที่อยู่บนเรือคือการทำงานโดยจะแบ่งชนิดวันในการทำงานเป็น 3 ประเภท คือ
Sea day - วันที่เรืออยู่กลางทะเล
Port day - วันที่เรือจอดท่าเรือ
Embarkation day - วันที่เรือจอดท่าเรือเพื่อเปลี่ยนกลุ่มผู้โดยสาร ที่ท่าเรือประจำ (Home port)
Sea day จะเป็นวันที่ Guest ทุกคนอยู่บนเรือ มักจะเป็นวันที่ 2 หรือวันก่อนสุดท้ายของ Cruise นั้นๆ ตามแต่ตารางเดินเเรือของแต่ละบริษัท ดังนั้นเมื่อมี Guest อยู่บนเรือทุกคน พนักงานทุกคนก็ต้องทำงานเพื่อดูแลผู้โดยสารเช่นกัน โดยจะมีตารางการทำงานขึ้นอยู่กับหน้าที่ความรับผิดชอบของแต่ละตำแหน่งแตกต่างกันออกไป
โดยทั่วไปแล้ววัน Sea day จะถือว่าเป็นวันที่ค่อนข้างหนักทีเดียวเพราะ Guest ทุกคนอยู่บนเรือ การทำงานก็จะทำกันแบบเต็ม ชม. ที่สามารถกระทำได้
Port day - วันที่เรือจอดท่าเรือ
เรือสำราญจอดท่าเรือเกือบทุกวัน ดังนั้นเมื่อเรือจอด Port ในประเทศต่างๆ Guest ก็จะออกไปเที่ยวข้างนอกหรือไปกับทัวร์ที่ซื้อเอาใว้ (Excursion) เพราะเหตุผลนี้ ลูกเรือก็ไม่จำเป็นจะต้องทำงานกันทุกคน โดยทั่วไปหัวหน้างานก็จะจัดตารางให้พนักงานมีโอกาสได้ออกไปเที่ยวเช่นกัน โดยอาจจะแบ่งเป็น 2-3 กลุ่ม แล้วผลัดกันไป Off
ช่วงเวลาที่ Off ส่วนมากจะเป็น ช่วง Lunch Off เพราะว่า ในช่วงเช้า จะยุ่งมากๆๆ หลังจาก Breakfast เสร็จ Guest ส่วนใหญ่ก็จะออกไปทัวร์
คลาวนี่ก็จะเป็นโอกาสของลูกเรือ ถ้าบางที่ เราไม่มีตาราง Off เราก็อาจจะใช้เวลาพักเบรกของเราออไปข้างนอกก็ได้เหมือนกันแตืแต่เช็คเวลาดีๆแล้วกลับมาให้ทันทำงานรอบถัดไปด้วย
ซึ่งลูกเรือแทบทุกคนก็จะมีโอกาสออกไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆที่ไม่ไกลไปจากเรือมากนัก หรือ ลูกเรืออหลายๆคนก็จะพก Tablet Smart phone Laptop หา Free Wifi (เพราะบนเรือไม่ฟรี) และกิจกรรมหลักๆของคนไทย คือ หาร้านอาหารไทย จีน ญี่ปุ่น แก้คิดถึงกันเป็นเรื่องปกติ
Embarkation day - วันที่เรือจอดท่าเรือเพื่อเปลี่ยนกลุ่มผู้โดยสาร ที่ท่าเรือประจำ (Home port)
เรือสำราญมีผู้มาท่องเที่ยวเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว เพราะไม่จำเป็นต้องเดินทางไกลๆเพื่อขึ้นเรืออีกต่อไป เพียงแค่ขับรถไปยังท่าเรือที่เป็นที่หมาย ก็สามารถท่องเที่ยวได้แล้ว ดังนั้น วัน Embarkation เป็นวันที่ Guest กรุ้ปเก่าจะออกจากเรือในช่วงเช้า และกรุ้ปใหม่จะขึ้นเรือในช่วงบ่าย สำหรับการทำงานของลูกเรือนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละแผนก บางแผนกอาจจะวุ่นวายมากๆเช่น Housekeeping โดยเฉพาะพนักงานจัดห้องพัก ( Cabin Steward) เนื่องจากจะต้องทำความสะอาดห้องทั้งหมดภายในระยะเวลาอันสั้น
สำหรับลูกเรือแล้ว Home Port มักจะเป็นเมืองใหญ่ๆ มี Shopping Center ดีๆให้ไปจับจ่ายซื้อของตัวเองหรือของฝากเสมอ ไม่ว่าจะเป็นฝั่งอเมริกาหรือยุโรป ดังนั้นถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีเวลามากนัก ลูกเรือทุกคนอยากออกไปทำธุระส่วนตัวที่ Home port เสมอ ใครได้ off วัน Embarkation Day ก็จะ Happy กันสุดๆ
หากแต่ในบางครั้ง ช่วงที่เราเบรกหรือ off เราอาจจะติดการอบรม Training ในเรื่องต่างๆเช่น Safety, Environmental Policy, Public Health หรือ meeting ประจำแผนก ทั้งหมดนี้อาจจะใช้เวลา 1-2 ชม. ซึ่งจะทำให้เราหงุดหงิดไปตามระเบียบ เพราะอุตส่าห์ได้พัก กลับต้องไปอบรมหรือซักซ้อมต่างๆ
*ทั้งนี้เรื่องการอบรมและซักซ้อมต่างๆนั้นสำคัญมากโดยเฉพาะเรื่อง Safety เพราะเรือสำราญมีความปลอดภัยในการเดินทางสูงที่สุดแล้ว
นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่คนที่เคยไปทำงานบนเรือสำราญหลายๆคนรู้สึกไม่ดีนักกับการใช้ชีวิตบนเรือสำราญ เพราะมีช่วงที่ลำบากๆอยู่หลายๆช่วง โดยเฉพาะในช่วงปรับตัวแรกๆ
แต่นั่นเป็นสิ่งที่พวกเราเลือก เลือกที่จะไปทำงานเพื่อตักตวงรายได้ ซึ่งสามารถเก็บได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยเพราะไม่มีค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น ที่พัก อาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ ส่วนอุปสรรคต่างๆนั้น มีใว้เพื่อให้แก้ไข งานทุกชนิด มีความลำบากแตกต่างกันไป ถ้าเราท้อเมื่อใหร่มันก็เหมือนกับไวรัสที่จะคอยบั่นทอนกำลังใจในการทำงานและ ไม่สามารถก้าวไปสู่ความตั้งใจเดิมที่ตั้งใจใว้
และที่ผมกล่าวใว้ว่า ผมมองอีกแง่หนึ่ง เพราะบางครั้งคนที่ไปทำงานบนเรือราญอาจจะเพียงแค่ต้องการบอกใครสักคนให้ได้รับรู้ถึงความรู้สึกของเขาบ้าง เพื่อจะได้ระบายแรงกดดันและสร้างกำลังใจในการทำงานต่อไป สังเกตุได้ว่าหลายๆคนก็ยังทำงานอยู่กันเป็นสิบๆปีแล้ว
ดังนั้นลูกเรือสำราญทุกคนนั้น ยอมที่จะสละความสบายส่วนตัว เลือกที่จะทำงานหนักกว่า ในระหว่างที่ยังอยู่ในวัยที่ทำได้ ก้าวเข้าสู่รายได้และโอกาสในการก้าวหน้าที่ดีกว่า ซึ่งมันก็คุ้มค่าทุกครั้งที่ได้กลับมาพักที่เมืองไทยบ้านเกิดของเรา เพราะเราคงรู้สึกสบายใจและมีความสุขที่ได้มอบสิ่งดีๆให้กับคนที่เรารัก ด้วยสองมือ สองขาและน้ำพักน้ำแรงของเราเอง

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา