มีบัญชีอยู่แล้ว?
มิตรภาพหลังความอยุติธรรม...
คืนหนึ่งในปี 1984 ขณะที่เจนนิเฟอร์นักศึกษาสาววัย 22 ปี กำลังนอนอยู่ในห้องก็ได้มีชายคนหนึ่งบุกเข้ามาพร้อมกับใช้มีดจี้เข้าที่คอแล้วลงมือข่มขืนเธออย่างโหดร้าย
เมื่อขัดขืนไม่ได้เจนนิเฟอร์จึงพยายามที่จะจดจำตำหนิรูปพรรณสันฐานของคนร้ายเอาไว้ให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นหน้าตา สีผิว และเสียงพูด
ต่อมาเจนนิเฟอร์ก็ได้ไปแจ้งความโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สเก็ตช์ภาพคนร้ายตามคำให้การของเธอ แล้วนำภาพถ่ายของผู้ต้องสงสัยมาให้เลือก เธอก็ได้เลือกรูปของโรนัลด์ คอตตอนจากรูปถ่ายหลายๆ ใบตรงหน้า
และเมื่อถึงขึ้นตอนการชี้ตัวคนร้ายเธอก็ชี้ไปที่โรนัลด์ คอตตอน ที่ยืนปะปนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในห้องชี้ตัว ซึ่งเธอมั่นใจว่าเค้าคือคนที่ข่มขืนเธอในวันนั้นแน่นอน...
เจนนิเฟอร์ยืนยันในชั้นศาลโดยเชื่อมั่นว่าเค้าคือคนที่ข่มขืนเธอ
..."ฉันเกลียดโรนัลด์ คอตตอน เกลียดครอบครัวของเค้า ใครก็ตามที่อยู่ข้างๆ และพยายามที่จะช่วยเค้าฉันเกลียดทั้งหมดทุกคน ฉันอยากจะฆ่าเค้าให้ตาย แค่ติดคุกมันน้อยไป"...
นี่คือคำพูดส่วนหนึ่งที่เจนนิเฟอร์พูดในชั้นศาล
แม้ว่าโรนัลด์จะยืนยันว่าเค้าคือผู้บริสุทธิ์แต่ก็ไม่เป็นผล โดยหลักฐานในการพิจารณาคดีรวมถึงไฟฉายที่พบในบ้านของโรนัลด์ซึ่งคล้ายกับที่คนร้ายใช้และรอยยางจากรองเท้าของเค้าที่สอดคล้องกับรอยเท้าที่พบในที่เกิดเหตุ
ต่อมาศาลได้ตัดสินให้โรนัลด์รับโทษจำคุกจากคดีข่มขืนและลักทรัพย์สองคดีเป็นเวลา 54 ปี
หลังฟังคำตัดสินเจนนิเฟอร์พูดว่า ...
...“นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันหายใจได้เต็มปอด ฉันจะดื่มแชมเปญฉลอง”...
เจนนิเฟอร์ (บน) โรนัลด์ (ล่าง)
โรนัลด์ขณะถูกจับกุม
ภาพนี้โรนัลด์ยืนปะปนกับตำรวจเพื่อให้ชี้ตัว
ผู้ร้ายตัวจริงสารภาพผิด...
ในขณะที่อยู่ในเรือนจำมีนักโทษชายคนหนึ่งชื่อว่า "บ๊อบบี้ พูล" ซึ่งได้รับโทษจากคดีข่มขืนจำคุกตลอดชีวิต ม้นช่างบังเอิญที่ชายคนนี้มีความคล้ายคลึงกับโรนัลด์อย่างมากจนทำให้เจ้าหน้าที่เรือนจำสับสนระหว่างสองคนนี้ตลอดเวลา
ต่อมาบ๊อบบี้ได้สารภาพกับเพื่อนร่วมห้องขังว่าแท้จริงแล้วเค้าคือคนที่ลงมือข่มขืนเจนนิเฟอร์เอง และนั่นยิ่งทำให้โรนัลด์ต้องการพ้นจากมลทินนี้ซะทีจึงได้ยื่นอุทธรณ์ร้องขอให้มีการตรวจดีเอ็นเอจากน้ำอสุจิ ซึ่งในตอนนั้นการตรวจดีเอ็นเอเป็นเทคนิคใหม่ที่ใช้ในหาหลักฐานเพื่อระบุตัวคนร้าย
บ๊อบบี้ พูลส์ ผู้ร้ายตัวจริง (ซ้าย) โรนัลด์ คอตตอน แพะที่ตกเป็นผู้ต้องหาเพราะเหยื่อจำคนผิด (ขวา)
จริงๆ ภาพเสก๊ตช์หน้าคนร้ายเหมือนกับบ๊อบ พูล มากกว่าอีกนะ
การตรวจสอบหลังการลงโทษ...
โรนัลด์ซึ่งเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของตัวเองพยายามยื่นอุทธรณ์หลายครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล ต่อมาในปี 1995 คดีของเขาได้รับการรื้อคดีขึ้นมาใหม่ ตำรวจเบอร์ลิงตันหันมาพิสูจน์หลักฐานทั้งหมดซึ่งรวมถึงน้ำอสุจิของคนร้ายเพื่อใช้ในการการตรวจดีเอ็นเอ
โดยตัวอย่างดีเอ็นเอจากอสุจิที่พบในตัวเหยื่อถูกตรวจพิสูจน์แล้วพบว่าไม่ตรงกับดีเอ็นเอของโรนัลด์ แต่มันไปตรงกับบ๊อบบี้ พูล ซึ่งได้สารภาพกับเพื่อนร่วมห้องขังก่อนหน้านี้ และจากหลักฐานดีเอ็นเอนี้เองทำให้สามารถหาผู้ร้ายตัวจริงได้ในที่สุด
โรนัลด์ซึ่งถูกขังมานับ 10 ปีก็พ้นมลทินโดยได้รับเงินชดเชยจำนวน 110,000 ดอลล่าร์ (หรือประมาณ 3,371,000 บาท) และปิดคดีนี้ลงได้ในที่สุด...
โรนัลด์ และ เจนนิเฟอร์
ชีวิตหลังการพ้นโทษ...
ไม่นานหลังจากที่ได้รับการปล่อยตัวโรนัลด์ก็ได้ทำงานในคลังสินค้าของ LabCorp บริษัทที่ทดสอบหลักฐานดีเอ็นเอที่พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเค้าเอง ต่อมาเค้าก็แต่งงานมีลูก และนำเงินจำนวน 110,000 ดอลล่าร์ที่ได้รับเป็นค่าชดเชยไปซื้อบ้านอยู่กับครอบครัว
ทางด้านเจนนิเฟอร์เองหลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัยก็ได้แต่งงานและใช้ชีวิตกับครอบครัว โดยพยายามที่จะลืมเลือนฝันร้ายที่เกิดขึ้นในคืนนั้น แต่ความโกรธแค้นชิงชังคนที่ทำร้ายเธอมันไม่เคยลดน้อยลงไปเลย
ต่อมาเมื่อทราบผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอว่าผู้ร้ายตัวจริงไม่ใช่โรนัลด์ ผู้ชายที่เธอโกรธแค้นและอยากจะฆ่าเค้าให้ตายตลอดเวลาที่ผ่านมา มันทำให้เธอกลับรู้สึกผิดที่เป็นคนส่งเค้าให้เข้าคุกต้องสูญเสียอิสรภาพยาวนานนับสิบปี
..."ฉันรู้สึกช็อค ทำอะไรไม่ถูก ฉันตกเป็นเหยื่อมา 11 ปี โรนัลนัลด์เองก็ตกเป็นคนเลวมา 11 ปีเหมือนกันกัน"...
...“ฉันลุกขึ้นยืนไม่ไหว แล้วเริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้น ฉันมองโรนัลด์แล้วบอกกับเค้าว่า ถ้าหากว่าจะขอใช้ทุกวินาทีกับเวลาที่เหลืออยู่ในชีวิตเพื่อบอกคุณว่า ฉันขอโทษและเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นคุณจะยกโทษให้ฉันได้ไหม?? แล้วเค้าก็ทำในสิ่งที่ฉันคาดไม่ถึง เค้าเริ่มร้องไห้แล้วพูดว่า ...'เจนนิเฟอร์ผมให้อภัยคุณแล้วเมื่อหลายปีก่อน'"...
เจนนิเฟอร์เล่าถึงเมื่อครั้งที่ทั้งคู่ได้พบหน้ากันหลังจากเหตุการณ์ผ่านมา 11 ปี
ทั้งคู่เดินทางไปเป็นวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมที่ผิดพลาด
นับตั้งแต่การพบกันครั้งนั้นเจนนิเฟอร์ ธอมป์สัน และโรนัลด์ คอตตอน ก็กลายเป็นเพื่อนกัน เธอถามเค้าว่าเค้าสามารถให้อภัยเธอได้ยังไงจากความผิดพลาดที่ทำให้ช่วงชีวิตของเค้าต้องหายไปนานนับสิบปี
โรนัลด์บอกว่า ..."ผมคิดว่าถ้าจะต้องตายอยู่ในคุก ผมจะพยายามใช้ชีวิตในนั้นโดยปราศจากความโกรธแค้นและขมขื่น ผมเรียนรู้ที่จะให้อภัยและปล่อยวางเพื่อที่จะอยู่ได้อย่างสงบสุข"...
2
แม้ว่าโรนัลด์จะให้อภัยเธอแต่เจนนิเฟอร์เองก็ใช้เวลาอยู่หลายปีกว่าจะสามารถให้อภัยตัวเองได้ แน่นอนว่าเธอให้อภัยบ๊อบบี้ พูล (คนร้ายตัวจริง) ก่อนที่เธอจะให้อภัยตัวเอง
...“ฉันให้อภัย บ๊อบบี้ พูล เพราะฉันเห็นโรนัลด์ยกโทษให้ฉัน”... เธอกล่าว
1
...“ฉันต้องการความสงบสุขแบบเดียวกัน ฉันไม่ต้องการตกอยู่ในห้วงความเกลียดชังและความโกรธอีกต่อไป”...
1
ปัจจุบันทั้งคู่เป็นเพื่อนกันและเดินทางไปเป็นวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับความเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์และกระบวนการยุติธรรมที่ผิดพลาด เฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการพิสูจน์หลักฐานและพยานซึ่งสามารถป้องกันความอยุติธรรมในอนาคตได้.
โลกจะน่าอยู่ หากเราเรียนรู้ที่จะให้อภัย...
ขอบคุณที่มาจาก :
เรื่องสยองขวัญกับคดีฆาตกรรม
แปลและเรียบเรียงโดย... ❤แอดมิ้นท์❤
PUPUN ทำอาหารกินกับปู
ต้องจิตใจดีขนาดไหนถึงให้อภัยได้ สุดยอดจริงๆค่ะ
  • กำลังนิยมในบล็อกดิต
    ประมวลภาพเหตุการณ์ "น้ำท่วมกรุงโซล" น้ำท่วมใหญ่จากฝนตกหนักที่สุดในรอบ 80 ปี
    การฝากแช่แข็งไข่คืออะไร เมื่อพูดถึงการมีบุตร แน่นอนว่ามันต้องเกี่ยวข้องกับการปฏิสนธิระหว่างน้ำเชื้ออสุจิจากฝ่ายชาย และฟองไข่จากรังไข่ของฝ่ายหญิง แต่ทว่าคุณภาพและจำนวนของฟองไข่อย่างผู้หญิงเรามันแปรผันไปตามกับอายุที่มากขึ้นทุกวัน ดังนั้นเมื่ออายุยิ่งมากขึ้นก็จะเกิดความเสี่ยงมากขึ้นที่จะประสบภาวะมีบุตรยากในที่สุด
    ชาวอเมริกันยกให้การอาศัยใน ‘กรุงเทพฯ’ ดีกว่าบ้านเกิด เพราะสามารถ ‘ใช้ชีวิตหรูหรา’ ด้วยเงิน 8,000 ดอลลาร์ หรือ 2.8 แสนบาทต่อเดือน ‘เจสซี โชเบิร์ก’ (Jesse Schoberg) เริ่มวางแผนหลบหนีจากเมืองเอลค์ฮอร์น รัฐวิสคอนซิน ซึ่งเขาเกิดและเติบโต ด้วยมองว่า เล็ก เงียบสงบ และไม่มีกิจกรรมอะไรเลย เขากล่าวกับ CNBC Make It ว่า “ฉันรู้เสมอว่าฉันต้องการออกไปสำรวจโลก”
    ลี เซียน ลุง เตือน กรณีพิพาท จีน-สหรัฐฯ เรื่องไต้หวัน คือพายุที่กำลังก่อตัว 🌪️
    ดูทั้งหมด