11 ก.ค. 2020 เวลา 09:19 • การศึกษา
ประวัติศาตร์ของสาเก "Sake"
ไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่าคนญี่ปุ่นเริ่มผลิตสาเกขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ อย่างไรก็ตาม สันนิษฐานว่ามีการผลิต
เครื่องดื่มแอลกอฮอร์ที่หมักจากข้าวในยุคยาโยอิ
(Yayoi Period) หรือประมาณกว่า 300ปี ก่อนคริสตกาล
สาวงานในยุคนาระ
ในยุคนาระ(Nara Period ปี 710-794) เมื่อมีการผลิตมากขึ้น ได้มีหน่วยงานพิเศษถูกตั้งขึ้นเพื่อกำกับดูแลการผลิตสาเกให้กับวังหลวง ในการใช้พิธีสำคัญต่างๆ
สมัยเฮฮัน(ปี 794-1185 ) ก็ได้มีการผลิตสาเกกันภายในวัด ศาลเจ้า และในหมู่ประชาชนกันแล้ว
ชาวบ้านยุคนาระ
เมื่อถึงยุคมูโรมาจิ (ปี 1333-1573) ก็ได้มีโรงเหล้าสาเกเกิดขึ้นหลายแห่ง เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงเริ่มกำหนดให้มีการเสียภาษีเหล้าเพื่อหารายได้ให้กับรัฐบาล
ยุคโมโรมาจิ
ในช่วงศตวรรษที่16 มีการพัฒนากรรมวิธีการผลิตสาเก โดยผู้คนเริ่มที่จะขัดสีข้าวในกระบวนการผลิตสาเก รวมทั้งการทำให้ปลอดเชื้อ และการผลิตในถังไม้ขนาดใหญ่เพื่อเก็บและบ่มสาเก
ชาวบ้านยุคศตวรรษที่16
อุตสาหกรรมการผลิตสาเกเริ่มรุ่งเรืองขึ้นมาในสมัยเอโดะ (ปี 1603-1868) ซึ่งในช่วงนั้นมีการมีการปรับปรุงเทคนิคต่างๆ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของแบคทีเรีย และการปรับปรุงของรสชาติ
ในปี 1904 สถาบันวิจัยสุราแห่งชาติของญี่ปุ่นได้รับมอบหมายให้นำกระบวนการวิจัยทางวิทยาศาตร์
มาใช้ในการศึกษาและพัฒนาสาเกเพื่อให้ได้มาซึ่งในเทคโนโลยีนการผลิตสาเก
สาเกเป็นเหล้าใช้สังสรรค์งานรื่นเริงต่างๆในญี่ปุ่น
สมัยโบราณ สาเกได้รับการเชิดชูให้เป็นเครื่องดื่มทรงคุณค่าที่ผลิตจากข้าว คนญี่ปุ่นดื่มสาเกกันในโอกาสพิเศษต่างๆเช่น งานแต่งงาน งานเทศกาลงานรื่นเริง และปัจจุบันสามารถดื่มสังสรรค์ได้ทุกเวลาและทุกโอกาส เป็นเหล้าที่นิยมดื่มกันในระหว่างรับประทานอาหารทั้งยังได้รับความนิยมเหมือนกับเหล้าทั่วๆไป
รูปชาวญี่ปุ่นสมัยโบราณ
สถานการณ์ปัจจุบันของสาเก นับตั้งแต่ปี 1970 เป็นต้นมาพบว่า ปริมาณการบริโภคสาเกภายในญี่ปุ่นลดต่ำลง ด้วยปัจจัยหลายอย่างทำให้คนญี่ปุ่นหันไปดื่มโชจู เบียร์และวิสกี้กันเยอะขึ้น ประกอยกับค่านิยม
คนรุ่นใหม่มักมองว่าสาเกเป็นเหล้าของคนแก่ ทั้งผู้สูงอายุก็ลดการดื่มเหล้าเพื่อรักษาสุขภาพ
มีการดื่มสาเกส่วนมากเฉพาะคนสูงอายุ
ในปี 2003 พบว่าคนญี่ปุ่นบริโภคโชจูมากว่าสาเกเสียอีก จากที่เคยรุ่งเรื่อง มีโรงเหล้าสาเกมากถึง 30,000
แห่งในช่วง1900 ร้านเหล้าและโรงเหล้าสาเกหลายแห่งประสบวิกฤตจนค่อยๆปิดตัวลดเหลือ 4,000แห่ง
จนในปี 2008 เหลือเพียง 1,450แห่ง คาดว่าอนาคตข้างหน้าจะเหลือประมาณ 600แห่ง ซึ่งทางออกหนึ่งของอุตสาหกรรมผลิตเหล้าสาเกก็คือทำการตลาดส่งออกไปยังต่างประเทศ
ที่สาเกในพิธีต่างๆ
โชคดีที่อาหารญี่ปุ่นได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วโลก และรัฐบาลญี่ปุ่นเองก็ส่งเสริมสาเกเป็นสินค้าส่งออกยอดนิยม จึงสามารถต่อลมหายใจให้กับสุราประจำชาติชนิดนี้ต่อไปได้
The Cocktails Club
เครื่องดื่มศรีอุดม
โฆษณา