14 ก.ค. 2020 เวลา 08:30 • สุขภาพ
'ไขกระดูกบกพร่อง' โรคร้ายที่จู่โจม 'นิ้ง-กุลสตรี' เกิดจากอะไร?
ชวนรู้สาเหตุของโรค "ไขกระดูกบกพร่อง" จากเคสอดีตนางเอกคนดัง "นิ้ง-กุลสตรี" ที่พบว่าตัวเองป่วยด้วยโรคนี้ และนำไปสู่การหาคำตอบว่า อาการของโรค "ไขกระดูกบกพร่อง" มีลักษณะอย่างไรบ้าง?
กลายเป็นเรื่องน่าตกใจไม่น้อย เมื่ออดีตนางเอกสาว “นิ้ง-กุลสตรี” ต้องเข้าโรงพยาบาลอีกครั้งด้วยอาการถ่ายเป็นเลือด ซึ่งเป็นอาการแทรกซ้อนจากการป่วยด้วยโรค “ไขกระดูกบกพร่อง” ซึ่งเจ้าตัวเริ่มป่วยมาตั้งแต่ปี 2562 และเข้ารักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาลยาวนานร่วม 7-8 เดือน จนมีอาการดีขึ้นและออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อต้นปี 2563 ที่ผ่านมา
ล่าสุด.. หลังจากที่เข้ารับการรักษาตัวอีกครั้งด้วยอาการถ่ายเป็นเลือด และทีมแพทย์ได้ตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ จึงพบว่า “นิ้ง-กุลสตรี” มีไวรัสแอบแฝงที่ลำไส้ใหญ่ ซึ่งเจ้าตัวก็ได้โพสต์ข้อความผ่านไอจีส่วนตัวว่า
“ได้ทำการรักษาและตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ จนพบว่ามีไวรัสแอบแฝงที่ลำไส้ใหญ่ ความยาวประมาณ 10 กว่าเซนติเมตร พบเป็นจุดแผลร้อยกว่าจุด ซึ่งไม่สามารถใช้เลเซอร์จี้รักษาได้ เนื่องจากไม่สบายมานานพอสมควร และได้รับยาคีโม (เคมีบำบัด) จึงทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ ซึ่งตอนนี้เป็นอาการป่วยจากภาวะโรคแทรกซ้อนเท่านั้น
1
ส่วนอาการป่วยจากโรค “ไขกระดูกบกพร่อง” ยังสามารถคุมได้ ไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งตอนนี้ก็อยู่ในขั้นตอนการรักษาโรคแทรกซ้อนนั้นให้หายดี”
ย้อนกลับไปตั้งแต่เริ่มต้น หลายคนคงสังสัยว่าทำไมคนวัยกลางคน ที่มีสุขภาพดีอย่าง “นิ้ง-กุลสตรี” ถึงป่วยเป็นโรค “ไขกระดูกบกพร่อง” นี้ได้ แล้วคนทั่วไปมีโอกาสป่วยโรคนี้มากน้อยแค่ไหน? สาเหตุเกิดจากอะไร? และมีอาการบ่งบอกอย่างไรบ้าง? กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ หาคำตอบมาฝาก
โรค “ไขกระดูกบกพร่อง” คืออะไร?
1
“ไขกระดูก” เป็นส่วนที่อยู่บริเวณแกนกลางของกระดูกชิ้นใหญ่ทั่วร่างกาย มีหน้าที่สร้างเม็ดเลือดทุกชนิด ได้แก่ เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกร็ดเลือด โดยในภาวะปกติไขกระดูกจะสร้างเม็ดเลือดต่างๆ ออกมาตลอดเวลา แต่ผู้ป่วยในกลุ่มอาการ “ไขกระดูกบกพร่อง” (Myelodysplastic syndrome : MDS) จะเกิดความผิดปกติของไขกระดูก ทำให้ไม่สามารถสร้างเม็ดเลือดออกมาได้
2
ส่วนใหญ่พบในคนไข้ที่อายุมากกว่า 60 ปี และพบได้น้อยมากในคนไข้ที่อายุน้อยกว่า 40 ปี เมื่อร่างกายไม่สามารถสร้างเม็ดเลือดชนิดต่างๆ ได้ ก็จะเกิดอาการผิดปกติต่างๆ ตามมา เช่น โลหิตจาง ทำให้มีอาการตัวซีด เกร็ดเลือดต่ำ และมีจำนวนเม็ดเลือดขาวน้อยลง ทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายลดลง และทำให้เลือดออกง่าย
1
สาเหตุของการเกิดโรค “ไขกระดูกบกพร่อง”
3
นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ระบุว่า อาการของโรค “ไขกระดูกบกพร่อง” ส่วนหนึ่งเกิดได้เองโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน อีกส่วนหนึ่งเกิดหลังจากผู้ป่วยเคยได้รับยาเคมีบำบัดหรือการฉายรังสีมาก่อนในอดีต หรือได้รับสารเคมีบางอย่าง เช่น เบนซีน เป็นต้น
อย่างไรก็ตามกลุ่มโรค “ไขกระดูกบกพร่อง” นี้ไม่ได้เป็นโรคที่ติดต่อทางพันธุกรรม จึงไม่ติดต่อสู่คนในครอบครัว การดำเนินโรคกรณีที่ไม่รุนแรง จะมีอัตราการรอดชีวิตอยู่ได้เกิน 6 ปี มักเริ่มจากสร้างเม็ดเลือดตั้งแต่ 1-3 ชนิดได้น้อยลง จนมีอาการโลหิตจาง เม็ดเลือดขาวต่ำ และเกร็ดเลือดต่ำ หลังจากนั้นประมาณ 1ใน 3 ของผู้ป่วยจะมีการพัฒนาของโรคกลายเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันได้ ซึ่งอย่างหลังนี้จะถือว่าเป็น “ไขกระดูกบกพร่อง” ชนิดรุนแรง มีอัตราการรอดชีวิตอยู่ที่ประมาน 5 เดือน
อาการของโรค “ไขกระดูกบกพร่อง” เป็นอย่างไร?
ผู้ป่วยโรค “ไขกระดูกบกพร่อง” จะมีอาการซีด เนื่องจากไขกระดูกจะสร้างเม็ดเลือดแดงลดลง ถ้าเม็ดเลือดแดงในร่างกายต่ำมากจะมีอาการอ่อนเพลีย หอบและเหนื่อยง่าย หากซีดมากอาจทำให้มีภาวะหัวใจล้มเหลวได้ อีกทั้งการที่ร่างกายสร้างเกล็ดเลือดลดลง จะทำให้ผู้ป่วยมีจุดเลือดออกตามตัว มีเลือดออกในช่องปาก ในเพศหญิงอาจมีประจำเดือนมากกว่าปกติ นอกจากนี้หากผู้ป่วยมีภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำจะทำให้ติดเชื้อได้ง่ายโดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา
นอกจากนี้ แพทย์ยังได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางการรักษา รวมถึงการป้องกันโรค “ไขกระดูกบกพร่อง”
โดยสามารถคลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่
โฆษณา