14 ก.ค. 2020 เวลา 19:43 • ข่าว
#จากคดีของลูกลูกสู่คดีของแม่
#ดราม่าตระกูล_Korean_Air_กับการใช้ความรุนแรงในครอบครัว
เครดิตภาพ US News
ช่วงบ่ายวานนี้ 14 กรกฎาคม มีการตัดสินคดีอื้อฉาวของบ้านตระกูลโช หนึ่งในครอบครัวอภิมหาเศรษฐีแห่งเกาหลีใต้ ที่เป็นเจ้าของสายการบิน Korean Air นี่เอง
และหากเป็นคดีเกี่ยวกับครอบครัว Korean Air มักหนีไม่พ้นเรื่องการใช้ความรุนแรงกับพนักงาน ลูกจ้าง ที่มักถูกกดขี่ทำร้ายร่างกาย ที่ฟังแล้วช่างผิดยุค ผิดสมัยจริงๆ แต่ก็เกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว โดยสมาชิกของครอบครัวนี้
แต่คราวนี้ ผู้ที่โดนฟ้องร้อง ไม่ใช่คนลูก แต่เป็นคนแม่เสียเอง😥
ก่อนหน้านี้ เคยแชร์เรื่องราวดราม่าในครอบครัว Korean Air ไปแล้วหนหนึ่ง เกี่ยวกับศึกสายเลือดชิงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง ที่ขับเคี่ยวกันระหว่าง พี่สาวคนโต โช ฮยุน-อา หรือ เฮทเธอร์ โช และน้องชายคนรอง โช วอน-แท หรือ วอลเตอร์ โช
เรื่องราวศึกสายเลือดในครอบครัว Korean Air ที่เคยแชร์ไว้ ย้อนอ่านได้ที่นี่ค่ะ
สรุปคร่าวๆ เกี่ยวกับธุรกิจของ Korean Air ในตอนนี้ หลังจากการเสียชีวิตของนาย โช ยัง-โฮ ผู้เป็นบิดา และผู้ก่อตั้งสายการบิน Korean Air ไปเมื่อปี 2019 เขาได้แบ่งหุ้นบางส่วนให้ภรรยา และลูก 3 คน ไว้เป็นมรดก ได้แก่
1. นาง ลี เมียง-ฮี ภรรยา
2. เฮทเธอร์ โช - บุตรสาวคนโต
3. วอลเตอร์ โช - บุตรชายคนกลาง
4. เอมี โช - บุตรสาวคนเล็ก
ปัจจุบัน ผู้บริหารสูงสุดใน Korean Air ยังเป็น วอลเตอร์ โช น้องชายคนรอง
แต่ถึงแม้จะดูเหมือนเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ เพียบพร้อมทุกอย่าง ทรัพย์สินก็มั่งคั่ง รวยล้นฟ้า และมีหน้า มีตาในสังคมมากๆ แต่ลูกๆในครอบครัวโช กลับสร้างแต่เรื่องอื้อฉาว ให้ได้อับอายขายหน้า ที่คนเกาหลีใต้มักส่ายหน้าหนี เมื่อพูดถึงครอบครัวนี้
วอลเตอร์ โช เครดิตภาพ Korean Air
สิ่งที่เป็นปัญหา คือการควบคุมอารมณ์โกรธไม่ได้ของทั้ง 3 คน พี่น้องตระกูลโช ที่มักมีข่าวแสดงความเกรี้ยวกราด โมโหจนบ้าคลั่ง ควบคุมกิริยาไม่ได้ และจบลงด้วยความรุนแรง ทำลายข้าวของ จนถึงขั้นทำร้ายคู่กรณี เพื่อระบายอารมณ์
ที่เป็นข่าวดังไปทั่วโลก และทำให้เราเริ่มรู้จักครอบครัวตระกูลโช เปิดตัวมาด้วยคดีของท่านหญิงถั่ว เฮทเธอร์ โช พี่สาวคนโต ที่ตอนนั้นยังนั่งตำแหน่งรองประธาน Korean Air
เหตุเกิดในปี 2014 ที่ท่านหญิงถั่ว บันดาลโทสะใส่แอร์โฮสเตรส ที่เสิร์ฟถั่วแมคคาเดเมียแบบไม่ใส่จานให้เธอ ตามมาตรฐานชั้น First Class ที่ควรจะเป็น
ความโกรธของเฮทเธอร์นั้นรุนแรงมาก ถึงขึ้น
เขวี้ยงถั่วใส่หน้าแอร์โฮสเตรส แล้วสั่งนักบินระงับการ Take off แล้วขับกลับไปที่ลานจอด เพราะเธอต้องการไล่แอร์สาวออกจากเครื่อง
เหตุวุ่นวายมาก ถึงแม้แอร์สาวจะคุกเข่าขอขมา ก็ดับอารมณ์โกรธของเฮทเธอร์ไม่ได้ จนกัปตันต้องขับเครื่องบินกลับมาจอดที่สนามบินตามคำสั่งเธอ
แต่หลังจากเหตุการณ์สุดพิลึก เฮทเธอร์ โช ก็ต้องมารับกรรมที่เธอก่อ ครอบครัวโช โดนสังคมเกาหลีใต้ประนามอย่างหนัก จนแทบไม่มีที่ยืนในสังคม เรื่องราวการทำร้ายร่างกายแอร์โฮสเตรสของท่านหญิงถั่วเกิดขึ้นหลายครั้งมาก และถูกแฉออกมาไม่หยุด โช ยัง-โฮ ผู้เป็นพ่อ ต้องยอมสละตำแหน่งประธานบริษัทเพื่อไถ่โทษ ส่วนเฮทเธอร์ต้องโทษจำคุกถึง 5 เดือน
1
เฮทเธอร์ โช หลังรับทราบข้อหา เครดิตภาพ Daily Mail
วีรกรรมที่พี่สาวคนโตได้สร้างไว้ น่าจะสร้างบทเรียนราคาแพงให้กับครอบครัวโช ได้มีสติในการทำงานกับผู้อื่น แต่ว่า วีกรรมของครอบครัวโช กลับมีออกมาเรื่อยๆ ให้คนเกาหลีได้วิพากษ์ วิจารณ์กันอย่างเผ็ดร้อนว่า คนในครอบครัวนี้ไม่รู้จักเข็ดหลาบบ้างหรือ?
ในปี 2018 เอมี่ โช น้องสาวคนเล็ก สาดน้ำใส่หน้า เอเจนซี่โฆษณากลางห้องประชุม สาเหตุเพียงเพราะทำงานไม่ได้ดั่งใจ
เอมี โช เครดิตภาพ มติชน
ปี 2019 วอลเทอร์ โช น้องชายคนกลาง ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานบริษัท เคยทะเลาะกับแม่ แล้วทุ่มแจกันใส่หน้าบ้านจนเป็นข่าวซุบซิบไปทั่ว
แต่มาวันนี้ ผู้ที่โดนฟ้องร้องในคดีทำร้ายร่างกาย ไม่ใช่ลูกๆ ใน 3 คนนี้ แต่กลายเป็นผู้เป็นแม่ นางลี เมียง-ฮี เสียเอง
ลี เมียง-ฮี เครดิตภาพ Korean Times
คดีของนางลี มีเจ้าทุกข์ และพยานมากกว่า 10 ราย ยืนยันว่านาง ลี เมียง-ฮี แสดงพฤติกรรมหยาบคาย ดูถูก เหยียดหยาม ก้าวร้าว และทำร้ายร่างกายลูกจ้าง และคนที่ทำงานให้เธอมานานเกือบ 10 ปีแล้ว
โดยมีการรื้อฟื้นเรื่องราวตั้งแต่ช่วงปี 2011 - 2018 ที่นางลี ทำร้ายร่างกายลูกจ้าง ตั้งแต่คนงานรับเหมาก่อสร้าง ที่รับงานต่อเติมโรงแรมในเครือของบริษัท ที่นางลีมักด่าคนงานเหล่านั้นด้วยถ้อยคำรุนแรง ไม่ให้เกียรติ แถมเคยเขวี้ยงกรรไกรใส่ เมื่อถึงขั้นโมโหสุดขีด
ยิ่งแม่บ้าน คนขับรถประจำตัว รปภ. หรือแม้แต่พนักงานประจำในบริษัท ยิ่งโดนหนัก ทั้งตบ ทั้งด่า ไม่พอใจก็เข้าไปเตะ ถีบ ทำร้ายร่างกาย ขว้างปาของมีคมใส่
1
เรื่องราวสะสมมาหลายปี จนในที่สุด นางลี เมียง-ฮี ก็ถูกฟ้องร้อง ดำเนินคดี
ในวันนี้ ที่มีการนัดอ่านคำตัดสิน มีชาวบ้านเกาหลีใต้ มามุงดูเป็นจำนวนมาก และตะโกนไล่นางลี เมียง-ฮี และครอบครัว ด้วยความไม่พอใจ
และหลังจากที่ศาลพิจารณาคดี และหลักฐานแล้ว เห็นว่านางลี เมียง-ฮี นั้น กระทำผิดจริง จึงตัดสินโทษจำคุกถึง 2 ปี แต่เนื่องจากนางลี อายุมากแล้ว (69 ปี) และได้ยอมรับผิด จึงให้รอลงอาญา 3 ปี
เครดิตภาพ Koreaherald
แม้ว่านางลี เมียง-ฮี จะรอดคุก แต่ภาพลักษณ์ของตระกูลโช ก็โดนทำลายไม่เหลือ และก็สามารถเข้าใจได้กระจ่างชัดเจนว่า ทำไมลูกๆทั้ง 3 คนของครอบครัวนี้ ถึงมีพฤติกรรมก้าวร้าว และชอบใช้ความรุนแรง หยาบคายกับคนอื่น ที่มีสถานะด้อยกว่า โดยขาดความยับยั้งชั่งใจ
และครอบครัวโช ก็ได้สะท้อนอะไรหลายๆอย่างในสังคมเกาหลีใต้ ทั้งการใช้ความรุนแรง กดขี่ ข่มเหง แบบยุคเก่า ที่เราคิดว่าจะมีแต่ในละคร แต่ก็ยังมีอยู่ ไม่เว้นแม้แต่ในครอบครัวของตระกูลผู้มั่งคั่ง ที่ชาวเกาหลีใต้เรียกว่า "แชโบล"
และต้นตอของปัญหาการใช้ความรุนแรง ก็อาจเริ่มต้นจากยูนิตเล็กๆที่เรียกว่า "ครอบครัว" นี่เอง
แหล่งข้อมูล
โฆษณา