25 ก.ค. 2020 เวลา 02:00 • ธุรกิจ
Plan B ผู้ให้เช่าป้ายโฆษณาที่มีรายได้ 4,000 ล้านต่อปี
เรามักจะพบเห็นป้ายโฆษณาสินค้าน้อยใหญ่มากมาย บนท้องถนนที่เต็มไปด้วยการจราจรแออัดของเมืองหลวงกรุงเทพมหานคร และปริมณฑลข้างเคียง
ซึ่งหนึ่งในเจ้าใหญ่ที่กำลังครองอิทธิพลในตลาดอยู่ หลายคนคงจะรู้จักชื่อ “Plan B” กันเป็นอย่างดี
รู้ไหมว่าพวกเขามีรายได้จากสื่อโฆษณามากกว่า 4,000 ล้านบาทต่อปี
แล้ว Plan B ทำได้อย่างไร ทำไมถึงมีรายได้มหาศาลขนาดนั้น ผู้เขียนจะพาไปทำความรู้จักกับ Plan B ให้มากกว่านี้กัน..
ปี 2548 จุดเริ่มต้นของการเป็นผู้ประกอบการสื่อโฆษณา ด้วยการให้เช่าป้ายโฆษณาของรถโดยสารประจำทางปรับอากาศในกรุงเทพ
ซึ่ง Plan B ได้รับสัมปทานต่อจากองค์กรรัฐวิสาหกิจอย่าง ขสมก.
ช่วงแรก Plan B มีจำนวนคันรถในสัญญาสัมปทานกว่า 1,200 คัน ให้บริการเช่าพื้นที่แบบ Full Wrap หมายถึง รูปแบบโฆษณาที่ครอบคลุมพื้นที่รอบคันรถ
ต่อมาในปี 2550 ได้รับสิทธิจากบริษัทเอกชนด้านขนส่งมวลชน อีกประมาณ 1,000 คัน
และนี่ก็เป็นจุดเริ่มต้นกลยุทธ์ที่ไม่ผูกขาดองค์กรกึ่งรัฐเพียงรายเดียว เพราะในปี 2553 พวกเขาได้ขยายไลน์ธุรกิจ ออกไปยังรูปแบบของการโฆษณากลางแจ้ง เช่น สื่อโฆษณาบริเวณตู้โทรศัพท์สาธารณะ ที่ส่วนใหญ่จะเห็นอยู่ตามท้องถนนทั่วไป
ซึ่งได้นำเอาตู้โทรศัพท์ของ TOT เดิมที่มีสภาพเก่า มาปรับใหม่กว่า 400 จุด ในย่านใจกลางเมืองอย่างสีลม สาธร และสุขุมวิท
จะเห็นได้ว่าไลน์ธุรกิจของ Plan B ขยายขึ้นอย่างรวดเร็วในทุกๆ 1-2 ปี ซึ่งหลังจากที่ได้กระจายการตลาดสู่สื่อภาพนิ่งบนทางเท้าแล้ว ยังได้กระจายการตลาดสู่สื่อโฆษณากลางแจ้งขนาดใหญ่ บริเวณริมถนน และทางด่วน
นอกจากนี้ ยังมีโปรเจ็คป้ายรายงานสภาพจราจรอัจฉริยะกว่า 12 ป้าย บริเวณทางด่วนเฉลิมมหานคร
หากนับตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงศักราชนี้ เป็นเวลา 15 ปีที่ Plan B ขายสื่อโฆษณาปัจจุบันพวกเขาไม่ได้เป็นเจ้าของป้ายโฆษณาริมท้องถนนแค่อย่างเดียว
แต่ป้ายโฆษณาให้เช่าของพวกเขา ยังได้กระจายไปในห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต สนามบิน โลกออนไลน์ รวมไปถึงสปอร์ตมาร์เก็ตอีกหลายแห่ง
และรู้ไหมว่าธุรกิจของ Plan B ไม่ได้กระจุกอยู่ในเมืองหลวงและปริมณฑลแค่อย่างเดียว เพราะปัจจุบันพวกเขากระจายการตลาดออกไปถึง 44 จังหวัด (หรืออาจจะมากกว่านั้น)
โดยพวกเขาได้ขยายบริษัทลูกออกหลายแห่ง ขณะเดียวกันก็ได้เข้าซื้อหุ้นบริษัทสื่อโฆษณาอีกหลายแห่งเช่นเดียวกัน ที่น่าสนใจคือมีบริษัทลูกรวมกับบริษัทที่ถือหุ้นอยู่กว่า 26 แห่ง (ข้อมูลปี 2561) เช่น..
บริษัท เวอริซายน์ เจ้าของสื่อโฆษณา ผู้ถือสัญญาเช่าที่ดินบริเวณเลียบทางด่วนก่อนทางลงด่วนพระราม 4 ถือหุ้นร้อยละ 100
บริษัทมาสเตอร์ สแตนดาร์ด ดิสเพลย์ เจ้าของสื่อโฆษณา ถือสัญญาบนพื้นที่เลียบทางพิเศษฉลองรัช ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ถือหุ้นร้อยละ 100
บริษัท แอด คูซีน เจ้าของสื่อประเภทแอพพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน และเจ้าของแอพ CITY GUIDE ถือหุ้นร้อยละ 70
และที่ผู้คนให้ความสนใจเป็นพิเศษในปี 2561 นั้นก็คือการเข้าซื้อหุ้นของ BNK48 ทั้งสองบริษัท นั่นก็คือ..
บริษัท บีเอ็นเค48 ออฟฟิศ ถือหุ้นร้อยละ 35 ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับ BNK48
บริษัท บีเอ็นเค โปรดักชั่น ถือหุ้นร้อยละ 25 ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตรายการ เพื่อออกอากาศทางโทรทัศน์และสื่อออนไลน์ รวมไปถึงธุรกิจอีเว้นท์และคอนเสิร์ต
รู้ไหมพวกเขามีรายได้มหาศาลขนาดไหนจากการให้เช่าป้ายโฆษณา และครองธุรกิจด้านสื่ออีกหลายที่..
ข้อมูล 3 ปีย้อนหลัง
ปี 2560 มีรายได้ 2,980 ล้านบาท กำไรสุทธิ 460 ล้านบาท
ปี 2561 มีรายได้ 4,012 ล้านบาท กำไรสุทธิ 636 ล้านบาท
ปี 2562 มีรายได้ 4,861 ล้านบาท กำไรสุทธิ 743 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม พวกเขาก้าวกระโดดเป็นอย่างมาก จากการประกอบธุรกิจด้านสื่อภายในระยะเวลาเพียง 15 ปี
และกลยุทธ์ที่เหมือนจะขยายใหญ่ขึ้นตลอดเวลาของ Plan B อาจเรียกได้ว่า..
เป็นการผูกขาดกิจการสื่อโฆษณาที่ใหญ่สุดในประเทศไทยเลย.. ก็ว่าได้
ส่งต่อทุกแรงบันดาลใจ Share For Inspire
Follow Us On “Facebook” https://www.facebook.com/swivelth
Follow Us On “Instragram” https://www.instagram.com/swivel.th/
Reference
โฆษณา