31 ก.ค. 2020 เวลา 03:53 • ท่องเที่ยว
ซีรีส์ 18+
Ep. 18 . . . ถึงจุดสุดยอด !! 🔞
คุณยังจำความรู้สึก เมื่อคุณถึงจุดสุดยอดครั้งแรก ได้มั๊ยคะ ?
ฉันจำครั้งแรกของฉันได้ค่ะ แม้มันจะนานมาแล้ว วันนั้นฉันมีน้ำตาของความสุข ความสมหวังและชื่นมื่นอย่างที่สุด
ภาพโดย คนไทยตัวเล็กเล็ก
วันนี้ฉันจะขอเล่า ประสบการณ์ .. การถึงจุดสุดยอดของฉัน ที่คงต่างจากจุดสุดยอดของใคร ๆ ให้คุณฟัง
มันไม่ใช่ครั้งแรก แต่เป็นครั้งที่ประทับใจค่ะ 💖
หลาย ๆ คนที่เป็นพวก “หลงรักเขา” คงมีความฝันที่จะไปพิชิตยอดเขานั้น ยอดนี้ ยอดนู๊น เป็นธรรมดา ฉันก็เหมือนกับคนอื่นนั้นแหละค่ะ
หลายปีมาแล้ว ช่วงเดือนเดียวกันนี้
ฉันกับพวกหลงเขา (= เรา) ตัดสินใจไปสบตากับ
ภูเขาไฟฟูจิ (Mt. Fuji ... Fujisan) ที่ประเทศญี่ปุ่นค่ะ
ถึงแม้เราจะเคยไปป่ายปืนขึ้นถึงจุดสูงสุดของภูเขาที่นั่น ที่นี่มาบ้าง แต่การไปพิชิต Fujisan คราวนั้นมันสุดพิเศษ
ปกติเราจะเที่ยวแบบมีแผนค่ะ และมักวางแผนล่วงหน้านาน ๆ ว่าเราจะไปที่ไหน
สำหรับ Fujisan ช่วงเวลาที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวขึ้น Fujisan ได้ในแต่ละปีคือ เดือนกรกฎาคม ถึง กันยายน ซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อนที่หิมะละลายหมดแล้ว
การขึ้นนอกฤดูกาลต้องทำเรื่องขออนุญาตเป็นพิเศษ อาจได้รับการพิจารณาถ้ามีเหตุผลดีพอ ส่วนการกำหนดวันที่นั้น ขึ้นกับสภาพภูมิอากาศ อาจไม่พร้อมกันทุกเส้นทางเช่นเดียวกับวันปิดการอนุญาตค่ะ
การวางแผนขึ้น Fujisan ของพวกเรา เราคิดจนกระทั่งว่า เราต้องการเห็นพระจันทร์เต็มดวง หรือเห็นดาวเต็มท้องฟ้า ผลสรุปคือเราขึ้น Fujisan ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ ค่ะ
ขอไม่ลงรายละเอียดการเดินทางก่อนไปขึ้น Fujisan นะคะ เพราะมีเพื่อนหลายคนหลายเพจ ที่รีวิวไว้ดีงาม ละเอียดครบถ้วนอยู่แล้วค่ะ
เส้นทางที่ขึ้นยอด Fujisan มีทั้งหมด 4 เส้นทาง ตามรูปที่แสดงด้านล่างนะคะ
ขอบคุณภาพจาก www.jrailpass,com
ทั้ง 4 เส้นทางมีจุดเริ่มต้นคนละที่กัน ระดับความสูงจากจุดเริ่มเดินต่างกัน ระยะทางที่ต้องเดินต่างกัน และที่สำคัญ ความยากง่ายของการเดินแต่ละเส้นทางไม่เท่ากัน
สิ่งที่เหมือนกันคือทุกเส้นทางจะนำคุณไปสู่จุดสูงสุดที่ปากปล่องภูเขาไฟของ Fujisan ที่ความสูง 3,776 เมตรจากระดับน้ำทะเลค่ะ
เส้นทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ Yoshida Trail เนื่องจากมีสิ่งอำนวยความสะดวก ที่พัก และสาธารณูปโภคพร้อมกว่าเส้นทางอื่น แต่ข้อเสียคือ ผู้คนมากมายจนทำให้การเดินบนเส้นทางนี้ติดขัดกันทีเดียวค่ะโดยเฉพาะวันสุดสัปดาห์
เส้นทางขึ้น Fujisan
Yoshida Trail คือเส้นสีเหลืองค่ะ
การเดินเท้าบนพื้นที่ภูเขาไฟนั้นมีความแตกต่างจากพื้นที่ภูเขาทั่ว ๆ ไป เนื่องจากพื้นที่ภูเขาไฟจะมีหินภูเขาไฟ กรวด และทราย ทับถมอยู่ ระดับจมถึงข้อเท้าบนเส้นทางที่เราเดิน ทำให้มีโอกาสลื่นไถลได้มาก ประกอบกับความชันถึงระดับ 45 องศา รองเท้าที่เหมาะสมและไม้เท้าจึงจำเป็นเพื่อความปลอดภัย รวมทั้งพลังขาและหัวเข่าที่แข็งแกร่ง (แต่ถ้าเดินได้คล่องแล้วจะสนุกมากค่ะ) นอกจากนี้อากาศบนภูเขาสูงโดยทั่วไปมักเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ควรเตรียมความพร้อมสำหรับอากาศหนาว ฝนตก ลมแรง หรือแดดร้อนจัด ภายในวันเดียวกัน อีกหนึ่งสิ่งที่ห้ามลืมคือไฟฉายคาดหัวค่ะ
ทางเดินที่มองจากระยะไกล เห็นความชัน 45 องศา !
หินภูเขาไฟที่มีลักษณะเฉพาะ พืชพันธุ์จะเหลือเพียงไม้พุ่มต่ำ ดอกไม้แห่งขุนเขาที่คอยทักทายผู้มาเยือน
พื้นที่เต็มไปด้วยหินภูเขาไฟ กรวด และทราย ไม่มีต้นไม้เมื่อขึ้นถึงระดับความสูงกว่าสามพันเมตรจากระดับน้ำทะเล
อากาศเปลี่ยนแปลงเร็วมาก จากฟ้าใส ๆ เมื่อครู่
ระยะเวลาที่ใช้ในการเดินขึ้น Fujisan แตกต่างกันไปตามประสบการณ์ สภาพร่างกาย สภาพภูมิอากาศ และลักษณะการเก็บเกี่ยวความประทับใจของแต่ละคน บางคนเลือกที่จะเดินขึ้นในช่วงบ่ายมาก ๆ เพื่อเลี่ยงอากาศร้อน และขึ้นไปรับแสงเช้าบนยอดโดยไม่ต้องพักค้างคืนตามที่พักที่มีบริการ ซึ่งสามารถทำได้และมีคนเป็นจำนวนไม่น้อยที่ขึ้นช่วงเวลานี้โดยเฉพาะคนญี่ปุ่น
แต่ข้อเสียคือคุณจะไม่ได้อิ่มเอมกับวิวทิวทัศน์อย่างเต็มตา เพราะความสวยงามระหว่างทางนั้นสำคัญไม่แพ้ความสำเร็จเมื่อขึ้นไปถึงจุดสุดยอด หลายคนอาจคิดว่าสามารถชมวิวตอนเดินลงได้ ในความเห็นส่วนตัว ความงามนั้นแตกต่างกันค่ะ หลายคนเดินลงอย่างรวดเร็วราวกับต้องแข่งกับเวลา ความรู้สึกส่วนลึกคงจะบอกว่าเสร็จภารกิจแล้ว รีบไปทำภารกิจใหม่ต่อไปกันเถอะ
แต่เราเป็นพวกอ้อยอิ่ง เราอยากอยู่ให้นานที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ (ให้สาสมกับที่ถ่อสังขารมา อ่ะ.. ไม่ใช่ค่ะ ล้อเล่น) เพราะโอกาสที่จะได้กลับไปอีกมันน้อยเหลือเกิน เราไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่า เราจะมีวันพรุ่งนี้หรือไม่
พวกเราเลือกที่จะเดินขึ้นในตอนกลางวัน โดยออกจากที่พักย่าน Kawaguchiko ตอนเช้า เดินทางมาที่ Fuji 5th Station (Subaru Line) เพื่อเริ่มเดินตามเส้นทางยอดนิยม Yoshida Trail ค่ะ
เราเดินชมธรรมชาติ ก้อนดิน ก้อนหิน ต้นไม้ ใบไม้อย่างมีความสุข ทักทายคนที่เดินขึ้นไปพร้อม ๆ กับเรา และคนที่เดินสวนทางลงมา ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่น่ารักมาก และพบเกือบทุกที ที่เราไปเที่ยวลักษณะนี้ (คนมันคอเดียวกัน ใช่ม๊ายยย)
สภาพแวดล้อม ณ จุดเริ่มเดิน ยังมีต้นไม้เขียวขจี
ดอกไม้ชื่นชูใจ 💗💗💗
Station ถัดไปอยู่บนโน้น . . .
ที่พักที่จะเปิดบริการเฉพาะช่วงฤดูท่องเที่ยว
อากาศตอนกลางวัน ขณะไม่มีแสงแดด
ตามเส้นทางที่เดิน มีป้ายบอกทางพร้อมข้อมูลชัดเจน ทำให้เราสามารถขึ้น Fujisan ได้ด้วยตนเองไม่ต้องใช้ไกด์
ป้ายแถบสีเหลือง แสดงเส้นทาง Yoshida Trail เป็นขาขึ้น
จุดนี้เป็น Station 7th ที่ระดับความสูง 2,700 เมตรจากระดับน้ำทะเลนี้ ถ้าระยะขึ้นไปถึงยอด Fujisan อีก 3.8 ก.ม. และคาดว่าใช้เวลาเดิน 295 นาที (ค่าเฉลี่ย)
ป้ายระบุด้วยว่าตามเส้นทางต่อไปจะมีที่พักที่ไหนบ้าง
ลักษณะป้ายบอกทางอีกแบบบนเส้นทางขาลงค่ะ
มีแถบสีเหลืองของ Yoshida Trail
และแถบสีแดงที่เป็นสีของ Subashiri Trail สองเส้นทางนี้จะบรรจบกันที่ Station 8th ค่ะ
ป้ายนี้บอกข้อมูลชัดเจนซะยิ่งกว่าชัดว่า ว่าเป็นเส้นทางขาลง อีก 100 เมตรข้างหน้าจะเป็นจุดแยกของ 2 เส้นทาง Yoshida Trail เลี้ยวไปทางซ้ายที่มีบ้านพัก กับ Subashiri Trail เลี้ยวไปทางขวา (และห้ามตรงไปอันตราย 555)
เราหยุดพักเป็นครั้งคราว เสบียงและน้ำดื่ม รวมถึงเกลือแร่ซึ่งจำเป็นหากเสียเหงื่อมาก ถูกนำออกมาเติมพลังให้สองเท้ามีแรงก้าวต่อ บางคนชอบ energy bar หรือช๊อกโกแลต หรือคุ๊กกี้ แต่ฉันเลือก “ขนมไหว้พระจันทร์” ค่ะ มันเป็น signature ของฉันกับทุกการเดินทาง
สิ่งที่ทำให้ฉันชอบการท่องเที่ยวแบบนี้คือ การที่ฉันได้มีเวลาอยู่กับตัวเอง คุยกับตัวเอง และทะเลาะกับตัวเองในบางครั้งว่า “เหนื่อยนะ จะมาทำไม” แต่ทุกครั้งฉันจะได้ยินเสียงตอบว่า “เอาน่า ค่อย ๆ เดิน ไปทีละก้าว ยิ่งก้าวก็ยิ่งใกล้นะ เดินไปเถอะ รับรองจะไม่เสียใจเลย” และฉันก็ทำตามเสียงนั้นทุกครั้งไป
ตามความเชื่อที่มีมายาวนานของชาวญี่ปุ่น ว่าเป็นลูกหลานพระอาทิตย์ ชาวญี่ปุ่นจึงนิยมการชมแสงแรกของพระอาทิตย์ โดยเฉพาะในวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งเชื่อว่าเป็นความโชคดีและนำความเป็นมงคลมาสู่ชีวิต การขึ้นไปชมแสงแรกของพระอาทิตย์บนยอด Fujisan เป็นที่นิยมในหมู่ชาวญี่ปุ่นที่ควรทำซักหนึ่งครั้งในชีวิตเช่นกัน
เราเข้าพักในที่พักแห่งหนึ่งหลังจากผ่าน Station 7th เพื่อทานอาหาร ทำร่างกายให้อบอุ่นและเตรียมพร้อมที่จะตื่นตอนตี 2 เพื่อ FUJI SUMMIT !!!
ในช่วงกลางคืนที่พวกเราพักอยู่ในที่พักระหว่างทางนั้น จะได้ยินเสียงคนเดินขึ้นเขาตลอดทั้งคืน หากเป็นคนญี่ปุ่นเค้าจะร้องเพลงระหว่างที่เดินด้วย
แสงจากไฟฉายคาดหัวของกลุ่มคนที่เดินขึ้นมาอย่างไม่ขาดสาย . . .
พวกเราตื่น (จริง ๆ ก็ไม่ได้หลับเลยค่ะ เพราะความตื่นเต้น) เพื่อเตรียมตัว ทานอาหารเบา ๆ ตอนตี 1 เศษ และออกเดินทางไปตามความฝันอีกครั้ง
ฉันมีความประทับใจ ที่ยังคงประทับอยู่ในหัวใจ ที่อยากเล่าให้ฟังด้วยค่ะ
ฉันเป็นไข้หวัดแบบเต็มตัว วันก่อนหน้าที่เราจะขึ้น Fujisan กัน อัดยาเต็มที่ทุกวันแต่ไข้หวัดก็คือไข้หวัด มันจะเป็นจนครบวงจรของมัน อยู่แต่ว่าอำนาจทำลายล้าง ณ จุดพีค มากน้อยแค่ไหน ฉันหวั่นไหวเล็กน้อยกับการขึ้นพื้นที่สูง ด้วยจมูกที่อัดแน่นด้วยน้ำมูก ออกซิเจนกระป๋องพร้อมใช้งานถูกบรรจุอยู่ในเป้สะพายหลัง พร้อมบรรลุข้อตกลงกับเพื่อนร่วมทางว่าถ้าฉันไม่ไหว ฉันจะรออยู่ในจุดที่ปลอดภัย เพื่อให้เพื่อนร่วมทางไปทำภารกิจตามที่พวกเราตั้งใจ เขาจะต้องเดินหน้าต่อไปพร้อมหัวใจของฉันอีกดวง
เป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกเหมือนอากาศไม่พอหายใจ ทั้งที่หายใจทางปากร่วมด้วย จนในที่สุดออกซิเจนกระป๋องก็ถูกนำมาใช้งาน ฉันหลับตาลง ถามตัวเองเบา ๆ ว่า “ทำได้แค่นี้จริง ๆ หรอ”
อีกไม่กี่นาทีต่อมา ฉันก็มีแรงฮึดอีกครั้ง ... ขอแค่ทีละก้าวเท่านั้น
มาถึงจุดต่อไป
จากจุดนี้ อีก 200 เมตร จะถึง Station 9th ซึ่งอยู่ถัดไป และอีก 600 เมตรจะถึงยอด Fujisan
เก่งมาก . . . เราค่อย ๆ เดินไปนะ 👏👏
ระดับความสูง ณ จุดนี้คือ 3,600 เมตรจากระดับน้ำทะเล
อีก 400 เมตรสุดท้าย . . . ใข้เวลาโดยเฉลี่ยถึง 30 นาที 😰
🥳 🎶🎶🥳
ในที่สุดเราก็สามารถขึ้นได้ถึงยอดของ Fujisan เพื่อต้อนรับแสงแรก ณ จุดชมวิวที่ยอดสูงสุด ได้สำเร็จและได้ร่วมส่งเสียงร้อง แสดงความยินดีในภาษาของเราอย่างสนุกสนาน ส่วนชาติอื่น ๆ ก็มีทั้งปรบมือ ร้องไชโยโห่ฮิ๊วว หรือคู่รักก็จูจุ๊บกันไปตามธรรมเนียม
ช่างเป็นบรรยากาศที่มีมนต์ขลังยิ่งนัก 🥳🥳
เริ่มมีแสงสว่างที่ขอบฟ้า
แสงแรกที่รอคอย 💗
เริ่มสว่างมองเห็นสถานีที่อยู่ด้านล่าง
Station 9th มองลงมาจาก Summit
น้ำค้างแข็ง เพราะอากาศที่หนาวเย็น กำลังจะละลายหมดไป เมื่อต้องแสงพระอาทิตย์
ภารกิจพิชิตยอด Fujisan ผ่านไปด้วยดีแล้ว เพราะเราสามารถขึ้นไปถึงก่อนพระอาทิตย์จะสาดแสงแรก จากนั้นก็ขอไปเดินต่ออีกนิดที่บริเวณปากปล่องภูเขาไฟ ให้คุ้มค่ากับการที่ดั้นด้นขึ้นมา
การประทับตราไม้เท้าด้วยเหล็กเผาไฟร้อน ๆ เมื่อผ่านแต่ละสถานีที่เป็นจุดพัก ถือเป็นอีกหนึ่ง MUST DO เพื่อเป็นที่ระทึก เอ๊ย..ที่ระลึก แต่พวกเราไม่ได้ประทับทุกสถานีด้วยปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่สถานีสุดท้ายข้างบนนั้นห้ามพลาดนะคะ
เราจากลายอด Fujisan ในเช้าวันนั้นด้วยราเมน 1 ชาม ราเมนร้อน ๆ ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น และกาแฟหอมกรุ่น เป็นรางวัลอย่างงามให้กับความมุ่งมั่นของเราค่ะ
หากคุณได้มาเยี่ยมเยือน Fujisan แล้วละก็ อยากให้มีโอกาสเที่ยวทะเลสาบทั้ง 5 รอบภูเขาไฟด้วยค่ะ เผื่อเวลาให้เพียงพอนะคะ ใช้ชีวิต slow life ขี่จักรยานชมวิว เดินเล่น แช่ออนเซ็น สูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด สะสมไว้เป็นพลังสำรองยามที่คุณขาดพลังนะคะ
ภาพแสดง Fuji 5 Lakes ค่ะ
หลังจากทำตามเป้าหมายที่ Fujisan สำเร็จ เราอยู่ต่อกันอีก 2 วันจึงเดินทางกลับ ช่วงนั้นฉันคงใช้พลังงานจากก๊อกสำรอง เพราะหลังจากกลับถึงบ้านได้ไม่เต็ม 2 วัน ฉันก็ย้ายที่นอนไปอีกที่หนึ่งด้วยปัญหาปอดอักเสบค่ะ
สิ่งที่ขาดไม่ได้คือการส่งโพสต์การ์ดจาก Fuji 5th Station กลับมาให้ตัวเอง
คิดถึงนะ . . . 💕💕💕
บทความนี้ เป็นบันทึกการเดินทางที่ค่อนข้างยาว ฉันเรียบเรียงขึ้นเพื่อให้คลายความคิดถึง “เขา” ในช่วงเวลาที่ฉันไม่สามารถออกไปสัมผัส “เขา” ได้อย่างที่ผ่านมา
🏔 🗻 🗻
ฉันเลือกที่จะไม่ตัดเป็น 2 ตอน ไม่ได้กลัวว่าคุณผู้อ่านจะต้องรอคอยนะคะ แต่ฉันทำใจที่จะค้างความรู้สึกเอาไว้แบบนั้นไม่ได้เองค่ะ
💔💌💟💟💌💔
ขอบคุณที่คุณอ่านมาถึงย่อหน้าสุดท้ายของบทความนี้
🤩🤩🤩🤩🤩
ฉันปรารถนาให้คุณมีความสุขโดยไม่มีเงื่อนไข และได้ทำในสิ่งที่ดีงามตามที่คุณใฝ่ฝันค่ะ
💖🌟🌈🌟💖
สวัสดีนะคะ
คนไทยตัวเล็กเล็ก
31/07/2020
📢 เนื่องจากปัญหาการแพร่ระบาดของ COVID 19 จึงทำให้มีการเปลี่ยนแปลงการให้บริการ โปรดตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งจากเวปไซด์ด้านบนก่อนนะคะ

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
My May Travel
สุดยอดไปเลยค่ะ เคยแต่มองไกลๆ 😊😊