Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ป
ปกรณ์ ปราสาททอง
•
ติดตาม
12 ส.ค. 2020 เวลา 04:04 • ความคิดเห็น
จิตเราเหมือนดอกบัว
จิตของเราเหมือนดอกบัวตูม ช่อนเร้นไว้ด้วยกรรม มีอวิชชา มีอุปาทาน มีวิบากกรรม มีอารมณ์นานาชนิด มีสัญชาตญาณ นิสัยสันดาน จมปลักอยู่ในความโลภโกรธหลง หลงยึดเป็นอัตตาห่อหุ้มจิตเหมือนกลีบบัว เราจึงต้องมาสร้างบุญบารมีเพือแกะกลีบบัว
จิตของเราเหมือนดอกบัวเริ่มจะบาน
เมื่อบุคคลใด น้อมนำกายวาจาใจของตน รู้จัคุณเรือนกายของบิดามารดาที่จิตอาศัย มาประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ เดินลดละอารมณ์ คลี่คลายอารมณ์กรรม เริ่มสร้างบุญสร้างกุศลบารมี ดอกบัวก็เริ่มบานเหมือนกรรมที่เคยสะสมไว้ค่อยๆ คลี่คลาย เบาบางลง นิสัยก็ค่อยเปลี่ยนแปลง ไปทางที่เป็นอริยะ
ขณะปฏิบัติธรรมภาวนา พุทโธ ..รักษากายนิ่ง จิตนิ่ง
- สติอยู่ที่ปลายจมูก
- จิตมีสติระลึกรู้กับลมหายใจเข้าออก
- เมื่อมีความเจ็บปวด รักษาสติจิตอยู่ที่ลมหายใจ ขันติที่จิตรักษาใจมั่นที่ลมหายใจเข้าออก (ระวังอย่าไปบีบบังคับลมหายใจ หายใจให้ผ่อนคลาย สบายๆ)ปฏิบัติธรรมให้เกิดความมั่นคง ปฏิบัติธรรมเพื่อปลดปล่อยทุกข์ ไม่ใช่ปฏิบัติธรรมเพื่อยึดเรื่องราวของทุกข์ มุ่งหมายตามเวลาที่กำหนด นาที ห้านาที ไปจนครึ่งชั่วโมง ครบกำหนด แล้วค่อยๆขยับกาย กราบพระ แล้วทบทวนตัวเอง ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง จิตมีสติ หรือไม่มีสติ มีอารมณ์หรือไม่มีอารมณ์
การประพฤติปฏิบัติธรรม ต่อหน้าพระ เพื่อตามรอยองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ต้องทำด้วยกิริยานอบน้อม นั่งพับเพียบ อย่าไปตีตนเสมอท่าน เราจะเห็นภาพตามฝาผนังโบสถ์เก่าๆ พระพุทธเจ้าเป็นประธาน ผู้ที่เข้ามาหามาฟังธรรมก็ทำด้วยกิริยานอบน้อม พระพุทธเหมือนพ่อ พระธรรมเหมือนแม่ ที่จะคอยอบรมสั่งสอนลูกที่นอบน้อมเข้าไปหา
ทิฐิอารมณ์ความคิดเห็นเป็นเหมือนกลีบบัวเป็นมายาห้อมล้อมจิต เป็นมายาที่ซ้อนทับกันไปมาเหมือนกับกลีบบัว
จิตของเราเหมือนดอกบัวบาน
เมื่อปฏิบัติธรรมมากขึ้น ด้วยศีลสมาธิปัญญา เพียรลดละอารมณ์ไม่ใช้อารมณ์ มีความเพียรรักษาจิตเป็นปกติ ละอารมณ์ที่จิตหลงไปยึดเป็นอัตตา
ก็เหมือนดอกบัวนั้นบานมากขึ้น กรรมก็น้อยลง อารมณ์พวกมิลักขะเบาบางมากแล้ว สิ่งที่ห่อหุ้มจิตอยู่ด้วยกรรมด้วยอารมณ์ด้วยอวิชชาก็คลี่คลายออกไปมาก ไม่ค่อยมารบกวนจิตเหมือนแต่ก่อน รู้เท่าทันอารมณ์มากขึ้น ศึกษาเรื่องอารมณ์ได้มากขึ้น ละการยึดอารมณ์เป็นอัตตา เริ่มเห็นภัยของอารมณ์ได้มากขึ้น เพียรรักษาจิตสลัดอารมณ์ ทิ้งอารมณ์ ออกไป ไม่ให้อารมณ์มาทับจิตของตน เริ่มปฏิบัติธรรมจริงจังมากขึ้น เข้าใจคำว่า สร้างบุญกุศลบารมี หนีกรรมมากขึ้น
จิตของเราเหมือนฝักบัว
เมื่อดอกบัวบานเต็มที่ กลีบบัวก็ร่วงโรย เกสรบัวก็ร่วงโรย เกสรบัวเปรียบเหมือนเศษของกรรมที่ต้องชดใช้ เมื่อกลีบบัวร่วงหมด เกสรบัวก็ร่วงหมด เหมือนหมดกรรมหมดอารมณ์ ก็เหลือแต่จิตเหมือนฝักบัว
โดยทั่วไปจิตเราเหมือนดอกบัวตูม ไม่ได้นำมาแกะกลีบบัว การแกะกลีบก็เหมือนกับการสร้างบุญกุศล แล้วสร้างบารมีด้วยการประพฤติปฏิบัติธรรม ลดละอารมณ์กรรมตัวกระทำของกายวาจาใจ ดอกบ้วก็เริ่มบานออก ถ้าเราไม่ทำมันก็เป็นดอกบัวตูมอยู่อย่างนั้น เป็นอย่างนั้น ไปจนถึงวาระที่จิตละออกจากสังขารมนุษย์ เมื่อเป็นเช่นนั้น จิตเราจะเดินทางต่อไปทางไหน เหมือนเกิดมาเป็นมนุษย์ไม่ได้ชำระคลี่คลายกรรม ไม่รู้ว่าบุญพาไปทางไหน กรรมพาไปทางไหน บารมีพาไปทางไหน เมื่อไม่รู้จักไม่แก้ไข ก็เสียโอกาสที่ได้มาอาศัยกายมนุษย์ทั้งที
เรื่องดอกบัว จิตที่ตกลงมาเกิดในโลกมนุษย์ ได้กายมนุษย์เกิดในดินแดนพุทธ ที่ยังมีรอยคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธอยู่ เป็นดินแดนที่เอื้อหนุนนำให้เกิดการสร้างบุญกุศลบารมี ก็นับว่าโชคดีของจิตดวงนั้น หากเราไปเกิดในป่าในเขา ในเมืองที่เป็นมิคสัญญี เมืองที่มุ่งแต่เรื่องราวทำมาหากิน มุ่งอยู่กับเรื่องกินเรื่องนอน เศรษฐกิจ ชีวิตดิ้นรนวุ่นวายอยู่แค่นั้น แล้วก็เจ็บแก่ตายไปเองเป็นธรรมชาติอย่างที่เขาว่ากัน เราคงไม่ได้เรียนรู้เรื่องการแกะดอกบัวของเรา เราก็คงเป็นได้แค่เหง้าบัวไม่เติบโตพัฒนาให้รู้จักจิตของตัวเอง ไม่รู้ว่าจะต้องเรียนรู้ทำความเข้าใจเหตุและผลเพื่อแก้ไขจิตของเองด้วยการสร้างบุญกุศลบารมี เพราะไปเกิดในดินแดนที่เขาไม่รู้ ไม่มีเรื่องราวของการสร้างบุญกุศลบารมี เกิดแล้วก็ดับ ดับไปตามเวรตามกรรม
บันทึก
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย