16 ส.ค. 2020 เวลา 03:57 • โฆษณา
ระหว่างเดินทาง..เสียงที่ได้ยินคือเสียง..คำกล่าวถึงเรื่องราวต่างๆที่ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับตัวของสุชินหรือคำพาเอง...หนึ่งในคำกล่าวนั้นได้พูดถึงเรื่อง เพื่อนรักกันเป็นเหมือนนิทานแต่งขึ้นมาเพื่อให้สุชินนั้นสำนึกในการกระทำของตนเอง...มีเนื้อหาดังนี้
มีชายสองคน..คนนึง..ชื่อ..นายโง่..อีกคนนึงชื่อนายงั่ง..ทั้งสองคนนี้..ได้เกิดมาในตระกูลนายพรานล่าเนื้อ..ซึ่งบิดาของทั้งคู่เป็นเพื่อนกัน.สาเหตุที่ทั้งคู่ได้ตั้งชื่อลูก..ว่านายโง่กับนายงั่งนั้น..เพราะทั้งคู่ได้มีเรื่องบาดหมางใจกัน..ไม่รู้จะทำยังงัยให้สาแก่ใจถึงจะได้ด่าคู่อริทุกวัน..เพื่อกระทบกระเทียบกัน..เผอิญลูกออกมาก็เลยตั้งชื่อลูกแบบนี้ เพื่อจะได้เรียกเพื่อจะให้อีกฝ่ายเจ็บแค้นใจ .ส่วนเด็กชายโง่นั้นเกิดก่อนเด็กชายงั่ง..อยู่ 2 วัน ในแต่ละวันถ้าพ่อของทั้งเด็กชายทั้งสองไม่ไปเข้าป่าเพื่อล่าสัตว์ทั้งคู่ก็จะตระโกนเรียกชื่อลูกชายตนเองดังๆเพื่อให้อีกคนนึงได้ยินแล้วจะได้เจ็บใจ..เป็นประจำๆจนเด็กชายทั้งคู่ได้โตจนเป็นหนุ่ม..
อย่างที่โบราณว่าไว้นั่นแหละ..ว่าเกลียดอะไรจะได้สิ่งนั้น..ดังนั้นถ้าไม่อยากได้สิ่งที่ไม่ดีอย่าไปหาเที่ยวติสิ่งนั้นติสิ่งนี้..ผีมันได้ยินเข้าเขาจะหมั่นไส้..พลอยจะเอาสิ่งที่เราตินั่นแหละมาให้เรา...
เด็กชายทั้งคู่ที่พ่อของพวกเขาตั้งชื่อมาเพื่อจะได้เรียกชื่อเพื่อด่ากัน ให้อีกฝ่ายเจ็บใจนั้น...กลายกลับเมื่อโตขึ้นมาเป็นเพื่อนรักกันอย่างสนิทลึกซึ้ง..
ธรรมดาก็คือธรรมชาติ.ธรรมชาติก็คือกาลเวลา.กาลเวลาย่อมคร่าทุกๆอย่างให้เป็นไป
โดยกฏของกาลเวลา..เมื่อพ่อของนายโง่และนายงั่งตายจากไป..พวกเขาก็ไม่คิดจะเปลี่ยนขื่อที่พ่อตั้งให้..ก็ยังเรียกขื่อกันตามที่พ่อของพวกเขาตั้งให้ตลอดมา...จนทั้งคู่มีเหตุจะต้องเดินทางเข้าป่าเพื่อล่าสัตว์ด้วยกัน...
" เราว่าจะเลิกเข้าป่าอีกแล้วล่ะ" นายโง่พูดขึ้นมาลอยๆขณะที่กำลังเดินทาง
อ้าว..ทำไมล่ะ นายกลัวรึ..(นายงั่ง..ถาม.เชิงหยันๆ) เปล่าหรอก..นายโง่กล่าวต่อ..เพียงแต่เราคิดว่าแค่กินเพื่อปากเพื่อท้องทำไมจะต้องใช้ชีวิตสัตว์ด้วย..เท่านั้นเอง..
55555..นายงั่งหัวเราะดังลั่น แล้วพูดว่า..นายขี้ขลาดเหมือนพ่อนาย เลยเอาคำว่าเห็นใจสงสาร
มาแก้ต่าง..สมชื่อนายเลยว่่ะ..55555
นายโง่..ไม่โต้ตอบ..อะไร..อีกต่อไป ได้แต่ก้มหน้าเดินต่อไปอย่างเงียบๆ...
เมื่อนายโง่และนายงั่ง เดินทางมาถึงกลางป่า..ซึ่งเป็นภูมิประเทศที่เหมาะสำหรับการซุ่มดักยิงสัตว์
ทั้งคู่ก็ต่างจัดแจงเพื่อจัดทำห้างสำหรับซุ่มดักยิงสัตว์ ทั้งคูู่่ป็นบุุุุุุุุุุตรของพรานป่าโดยความชำนาญดังนั้นการเลือกต้นไม้เพื่อจะทำห้างจำเป็นต้องทำพิธีบอกกล่าวเสียก่อนเพราะมิเช่นนั้นเจ้าป่าหรือรุกขเทวาที่สิงสถิตย์อยู่ในต้นไม้จะแกล้งเอาได้
สมัยหรือยุคก็จะนับเอาตามตระกูลนั้นตระกูลนี้ต่อไปกันมา โบราณว่า " ตั้งชื่อให้ดูลักษณะดูท่าทาง ส่วนนามสกุล ให้ดูอุปนิสัยใจคอ วงศาคณาญาติ " แต่สำหรับนายโง่กับนายงั่ง พ่อตั้งชื่อเพราะความเกลียดกันเลยตั้งชื่อเอาไว้..ด่าประชดกัน ดังนั้นไม่แปลกหรอกที่จะหาความหมายมาให้เจ้าของชื่อได้ภูมิใจ ( ก็ฝากไว้เป็นอุทาหรณ์สำหรับพ่อแม่ยุคใหม่ เวลาตั้งชื่อลูก)
เหตุการณ์ที่นำมาให้เกิดเรื่องจนเกิดนายสุชินหรือคำพา ก็เนื่องมาจากการเลือกต้นไม้ของนายโง่กับนายงั่งนี่ล่ะ
วันนี้ผู้เขียนมากิจธุระต้องทำหลายอย่าง แล้วจะกลับมาเขีียเรื่องราวต่อจ้า
แกะดำ คัมภีร์ชีวิต...
( แกะดำ..เป็นสัญลักษณ์แห่งความแตกต่างที่เหมือนกัน
แตกต่างแค่สี..แต่วิถีชีวิตเหมือนกัน..นั้นคือ..แกะดำ..)