23 ส.ค. 2020 เวลา 03:39 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
สาระแล้ว[EP.6] : หนทางที่ง่ายที่สุด ความเฉยชาและความเคยชิน
เนื้อหาส่วนหนึ่งจากหนังสือ THE HAPPINESS ADVANTAGE ความสุขกับความสำเร็จอะไรเกิดก่อนกัน ผู้แต่งคือ Shawn Achor
ความเคยชินสร้างพลังงานก่อกัมมันต์
ขณะนั่งเหม่ออยู่ที่โต๊ะทำงานในวันอังคาร เคธีก็วาดฝันถึงวันเสาร์ที่กำลังจะมาถึงและเรื่องสนุกๆที่จะทำ เธออยากปั่นจักรยานไปตามเส้นทางแถวบ้าน เล่นฟุตบอลกับเพื่อนบ้านที่สวนใกล้ๆ และไปชมนิทรรศการภาพวาดของมาติสที่พิพิธภัณฑ์ หรือไม่ก็อยู่บ้านและนอนอ่านหนังสือกองโตที่อยากอ่านมานานแล้ว เคธีก็เหมือนกับเราทุกคนที่มีงานอดิเรกและกิจกรรมที่สอดคล้องกับความสนใจและจุดแข็งของตัวเอง ซึ่งช่วยให้เธอรู้สึกมีชีวิตชีวาและมีความสุข แต่อะไรคือสิ่งที่เคธีทำเมื่อวันเสาร์ที่เธอจะได้ใช้เวลาตามใจตัวเองมาถึงจริงๆ เดาได้ไม่ยากว่าเธอคงไม่ได้ออกไปปั่นจักรยานหรือเล่นฟุตบอล และไม่ได้ไปนิทรรศการภาพวาดที่ทุกคนพากันตื่นเต้นด้วย มันต้องใช้เวลาเดินทาง 20 นาทีเชียวนะ! ในขณะที่รีโมตของโทรทัศน์อยู่ใกล้แค่เอื้อม และช่างบังเอิญที่ช่องบราโวกำลังออกอากาศรายการ Top Chef แบบต่อเนื่องหลายตอน หลังจากนั้นสี่ชั่วโมงเคธีก็แทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกับโซฟาแต่ได้แต่หมดอาลัยตาอยากเพราะผิดหวังกับช่วงเวลาที่ผ่านไป เธอวางแผนสำหรับบ่ายวันนั้นไว้อย่างดีแต่ไม่เข้าในเลยว่าทำไมสุดท้ายถึงลงเอยเช่นนี้
เราทุกคนล้วนเคยตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกับเคธี การไม่ทำอะไรเลยคือสิ่งที่ง่ายที่สุด แต่น่าเสียดายที่เราไม่ได้ชอบมันมากอย่างที่คิด ชาวอเมริกันรู้สึกว่าการมีความสุขกับเวลาว่างนั้นยากกว่าเวลาทำงาน คุณอาจคิดว่านี่ฟังดูประหลาดจนน่าขำ แต่ลองพิจารณาเรื่องนี้ดูก่อน ส่วนใหญ่แล้วสิ่งที่จำเป็นในการทำงานก็คือทักษะ สมาธิ และการทำตามเป้าหมายซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข แน่นอนว่ากิจกรรมยามว่างก็ต้องการสิ่งเหล่านี้เหมือนกัน แต่เรากลับรู้สึกว่าการรวบรวมพลังใจเพื่อเริ่มทำกิจกรรมยามว่างเป็ยเรื่องยาก เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เราต้องทำ ทั้งยังไม่มี"เจ้านายยามว่าง" คอยจับตามองและกำชับให้เราไปถึงพิพิธภัณฑ์ศิลปะตอน 9 โมงตรงในเช้าวันอาทิตย์ด้วย เราจึงเลือกหนทางที่ง่ายที่สุดและลงเอยด้วยการนั่งแชาอยู่ที่โซฟาหน้าโทรทัศน์ คนเราเป็น "แหล่งรวมความเคยชิน" ดังนั้น ยิ่งปล่อยให้ตัวเองเดินไปตามหนทางนี้บ่อยแค่ไหน เราก็จะยิ่งเปลี่ยนเส้นทางได้ยากขึ้นเท่านั้น
โชคร้ายที่ "กิจกรรมยามว่างที่เฉื่อยแฉะ" อย่างการดูโทรทัศน์และเล่นเฟซบุ๊กเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายและสบายกว่าการปั่นจักรยาน เดินชมงานศิลปะ หรือเล่นฟุตบอล แต่ผลตอบแทนที่ได้ก็ไม่ค่อยดีนัก การศึกษาจำนวนมากแสดงให้เห็นว่ากิจกรรมเหล่านี้ทำให้คนเรารู้สึกสนุกและมุ่งมั่นได้เพียง 30 นาที จากนั้นมันจะเริ่มบั่นทอนพลังงานของเราและทำให้เกิดภาวะที่นักจิตวิทยาเรียกว่า"การจมปลักทางความคิด" ซึ่งก็คือความรู้สึกหมดอาลัยตายอยากและหมดพลังอย่างที่เคธีเป็น
ในทางกลับกัน"กิจกรรมยามว่างที่ต้องใช้พลัง" อย่างงานอดิเรก เกม และ กีฬาจะช่วยให้เรามีสมาธิ รู้สึกมุ่งมั่น กระตือรือร้น และมีความสุขมากขึ้น การศึกษาพบว่าเมื่อเทียบกับการดูโทรทัศน์ งานอดิเรกทำให้วัยรุ่นอเมริกามีความสุขได้มากกว่า 2.5 เท่า ส่วนการเล่นกีฬาทำให้พวกเขามีความสุขได้มากกว่า 3 เท่า แต่สิ่งที่ขัดแย้งกับการค้นพบนี้ก็คือ วัยรุ่นเหล่านั้นใช้เวลาไปกับการดูโทรทัศน์มากกว่าเล่นกีฬฬาหรือทำงานอดิเรกถึง 4 เท่า ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นล่ะ นักจิตวิทยาชื่อมิฮาลี ชิกเซนมิฮาย ได้ตั้งคำถามชวนคิดว่า "เมื่อเทียบกับสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขได้มาก ทำไมเราถึงทุ่มเทเวลาให้กับสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขได้เพียงน้อยนิดมากกว่าถึง 4 เท่า"
คำตอบก็คือสิ่งที่เป็นความเคยชิน ง่าย และสะดวกสบายนั้นมีพลังดึงดูดมากราวกับใช้เวทมนตร์ และการเอาชนะแรงดึงดูดนั้นก็ยากอย่างไม่น่าเชื่่อ แม้กิจกรรมยามว่างที่ต้องใช้พลังจะทำให้เรามีความสุขมากกว่าแต่กิจกรรมแบบนี้มักต้องอาศัยความพยายามในการลงมือทำขั้นตอนแรก ไม่ว่าจะเป็นการลากจักรยานออกมาจากโรงรถ การขับรถไปที่พิพิธภัณฑ์หรือการตั้งสายกีตาร์ ชิกเซนมิฮายเรียกขั้นตอนแรกเหล่านี้ว่า "พลังงานก่อกัมมันต์(activation energy)" ในทางฟิสิกส์ พลังงานก่อกัมมันต์เป็นพลังงานเบื้องต้นที่จำเป็นซึ่งจะก่อให้เกิดปฏิกิริยา พลังงานที่มีคุณสมบัติเช่นนี้เป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้คนเรามีพลังกายและพลังใจในการเอาชนะความเฉื่ยชาและเริ่มสร้างนิสัยดีๆ มิฉะนั้น ธรรมชาติของมนุษย์ก็จะชักจูงเราไปสู่หนทางที่ง่ายที่สุดครั้งแล้วครั้งเล่า

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา