Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ไอ้โจ๋สมองเพชร
•
ติดตาม
24 ส.ค. 2020 เวลา 00:13 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
สาระแล้ว[EP.7] : กฎ 20 วินาที(หนทางแห่งการวอกแวก)[1/2]
เนื้อหาส่วนหนึ่งจากหนังสือ THE HAPPINESS ADVANTAGE ความสุขกับความสำเร็จอะไรเกิดก่อนกัน ผู้แต่งคือ Shawn Achor
หนทางแห่งการวอกแวก
ครั้งหนึ่งผมได้จัดอบรมให้กับบริษัทด้านเทคโนโลยีขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในฮ่องกง ซึ่งเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสีสันเสียจนย่านไทม์สแควร์ดูเหมือนเมืองโทพีกาอันแสนสงบไปเลย ในวันที่สองของการอบรมนั้นผมได้พูดคุยเป็นการส่วนตัวกับเท็ด หนึ่งในหัวหน้าผู้จัดการทีมการตลาดซึ่งมีปัญหาในการทำงานให้ทัน ไม่ว่าจะทุ่มเทเวลาให้กับการทำงานมากแค่ไหน เขาก็ยังรู้สึกว่าตัวเองทำไม่ทันและต้องเพิ่มเวลาทำงานอยู่เสมอ เท็ดกล่าวว่า “ตอนนี้ผมไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากงาน แต่มันก็ยังไม่ดีพอ”
ผมจึงบอกว่าไม่ได้มีเขาเพียงคนเดียวที่เป็นแบบนี้ ผมได้ยินเรื่องราวเดียวกันนี้เสมอไม่ว่าจะเดินทางไปยังประเทศใดหรือพูดคุยกับใครก็ตาม ดูเหมือนว่าเรามีเวลาไม่มากพอที่จะทำงานทุกอย่างให้ ไม่ว่างานที่เราต้องทำจะมีอะไรบ้าง เวลาทำงานในแต่ละวันเพิ่มจาก 8 ชั่วโมงเป็น 12 และ 14 ชั่วโมง แต่เราก็ยังรู้สึกว่าทำงานไม่ทัน ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ล่ะ ทำไมเราถึงมีปัญหามากนักในการทำงานให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลังจากได้ฟังเท็ดเล่าว่าในแต่ละวันเขาทำอะไรบ้างตั้งแต่ต้นจนจบ คำตอบสำคัญสองข้อก็ผุดขึ้นมาในใจผมทันที นั่นคือ (1) เท็ดนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานตลอดเวลา และ (2) เขาแทบไม่ได้ทำงานเลย
เมื่อมาถึงที่ทำงานตอน 7 โมงเช้า สิ่งแรกที่เท็ดทำคือเปิดเบราว์เซอร์อินเทอร์เน็ตซึ่งเขาตั้งหน้าโฮมเพจเป็นเว็บไซต์ซีเอ็นเอ็น จากนั้นก็อ่านข่าวด่วนของวัน อันที่จริงเขาตั้งใจว่าจะอ่านเฉพาะพาดหัวข่าวสำคัญๆแล้วไปทำอย่างอื่นต่อ แต่กลับลงเอยด้วยการคลิกลิงก์ต่างๆที่สะดุดตา สุดท้ายเขาก็เปิดเว็บไซต์อีกสองแห่งโดยอัตโนมัติ เพื่อดูความเคลื่อนไหวของหุ้นและการลงทุนของตัวเองว่าเป็นอย่างไรบ้างในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา
จากนั้นเขาก็เช็กอีเมล์และเปิดมันทิ้งไว้ทั้งวัน ส่งผลให้มันส่งเสียงเตือนทุกครั้งที่มีอีเมล์ใหม่เข้ามา หลังจากที่อ่านอีเมล์ในกล่องขาเข้า คลิกดูลิงก์และเอกสารที่แนบมากับอีเมล์สองสามฉบับ และตอบอีเมล์จำนวนหนึ่ง เขาก็พร้อมที่จะทำงานแล้ว เมื่อถึงตอนนั้นเท็ดก็มีเวลาทำงานแค่ประมาณ 30 นาทีก่อนถึงเวลาพักดื่มกาแฟ เมื่อกลับมานั่งหน้าคอมพิวเตอร์อีกครั้ง เท็ดก็สังเกตเห็นว่าเว็บไซต์ซีเอ็นเอ็นมีพาดหัวข่าวใหม่ๆเพิ่มเข้ามาแถมยังมีอีเมล์ใหม่เข้ามาอีกสิบฉบับ ซึ่งเขาควรอ่านมันทั้งหมด จากนั้นเขาก็ดูความเคลื่อนไหวของหุ้นอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่ายังไม่มีการล่มสลายทางการเงินเกิดขึ้น ในที่สุดเท็ดก็สามารถรวบรวมสมาธิและเริ่มทำงานด้วยการเขียนแผนการตลาดชิ้นใหม่...แต่เพียง 10 นาทีสมาธิของเขาก็แตกกระเจิงอีกครั้งเนื่องจากมีอีเมล์ใหม่เข้ามา จากนั้นมันก็เป็นไปตามคำกล่าวของเคิร์ต วอนเนกัต ที่ว่า “แล้วมันก็เป็นเช่นนั้นไปเรื่อยๆ”
เรื่องของเท็ดฟังดูคุ้นๆไหมครับ หลังจากประเมินคร่าวๆ เราก็ได้ข้อสรุปว่าในหนึ่งชั่วโมงเท็ดน่าจะดูความเคลื่อนไหวของหุ้น 3 ครั้ง เช็กอีเมล์ 5 ครั้ง และเข้าเว็บไซต์ 1 ครั้ง ซึ่งนับเป็นแบบแผนที่พบได้ทั่วไป สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งอเมริการายงานว่าบรรดาพนักงานใช้เวลาไปกับการเช็กอีเมล์เฉลี่ยวันละ 107 นาที พนักงานในลอนดอนกลุ่มหนึ่งที่ผมเคยคุยด้วยยอมรับว่าในหนึ่งชั่วโมงพวกเขาดูความเคลื่อนไหวของหุ้น 4 – 5 ครั้ง ซึ่งเท่ากับวันละประมาณ 35 ครั้งเลยทีเดียว ผมคิดว่าถ้านำเวลาทั้งหมดที่พนักงานบริษัทส่วนใหญ่ใช้ไปกับการท่องบล็อก เครือข่ายสังคมออนไลน์ เว็บไซต์อะเมซอน และเว็บไซต์อื่นๆในแต่ละวันมารวมกัน ผลลัพธ์ที่ได้คงจะน่าตกใจมากจริงๆ เมื่อได้เห็นการใช้เวลาเช่นนี้แล้วก็ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมการทำงานสักอย่างให้เสร็จสมบูรณ์ถึงได้ยากเย็นนัก
อันที่จริงนั่นยังไม่ใช่ส่วนที่แย่ที่สุดนะครับ แน่นอนว่าระยะเวลาที่เราวอกแวกก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา แต่ประเด็นที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือทุกครั้งที่วอกแวกสมาธิของเราจะแตกกระเจิง งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าโดยเฉลี่ยแล้วพนักงานจะถูกขัดจังหวะการทำงานทุกๆ 11 นาที ในแต่ละครั้งพวกเขาจะเสียสมาธิและรู้สึกถูกรบกวน โดยต้องใช้เวลานานมากในการรวบรวมสมาธิเพื่อกลับไปทำงานอีกครั้ง ยิ่งไปกว่านั้น ทุกวันนี้คนเราวอกแวกกันง่ายมาก ดังที่บทความหนึ่งในหนังสือพิมพ์เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ เขียนไว้ว่า “ในอดีตสิ่งที่จะทำให้คนเราวอกแวกมีเพียงการเหลาดินสอสักครึ่งโหลหรือการสูบบุหรี่ แต่ปัจจุบันนี้มีกิจกรรมมากมายที่ทำให้เราวอกแวกไม่ว่าจะเป็นการเลือกซื้อ ฟัง หรือดูอะไรสักอย่าง รวมทั้งการพูดคุยกับคนอื่นถึงเรื่องต่างๆ การจดจ่ออยู่กับงานจึงยากมากขึ้นมาก”
ขณะที่ผมกับเท็ดกำลังช่วยกันหาวิธีลดสิ่งที่ทำให้เขาวอกแวกลงให้ได้มากที่สุด จู่ๆผมก็ตระหนักว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ปริมาณหรือจำนวนของสิ่งที่ทำให้เราวอกแวก แต่อยู่ที่ว่าเราสามารถเข้าถึงมันได้อย่างง่ายดายต่างหาก ลองคิดดูสิครับ ถ้าคุณอยากรู้ความเคลื่อนไหวของหุ้น คุณต้องไล่หาชื่อหุ้นที่ต้องการไปเรื่อยๆตามลำดับตัวอักษรหรือเปล่า แน่นอนว่าไม่ใช่ คุณสามารถตั้งค่าเว็บไซต์ให้แสดงความคืบหน้าล่าสุดของหุ้นที่คุณสนใจ และแจ้งความคืบหน้าให้คุณทราบอย่างสม่ำเสมอ ถ้าคุณอยากอ่านข่าวล่าสุดเกี่ยวกับการเมืองหรือบทวิจารณ์ของภาพยนตร์ชื่อดังเรื่องใหม่ คุณต้องค้นหาข้อมูลจากเว็บไซต์และบล็อกหลาบสิบแห่งหรือไม่ ไม่ใช่เลยคุณสามารถตั้งค่า RSS(Really Simple Syndication) ให้ดึงหน้าเว็บไซต์หรือบล็อกที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องที่คุณสนใจส่งเข้ามายังอีเมล์ของคุณ ในทำนองเดียวกัน คุณสามารถใช้วิธีนี้ในการรับข่าวกีฬา ข่าวซุบซิบคนดัง บทวิจารณ์ร้านอาหาร และทุกอย่างที่คุณชื่นชอบ เทคโนโลยีช่วยให้เราประหยัดเวลาได้มากขึ้น แต่มันก็ทำให้เราใช้เวลาอย่างเสียเปล่าได้ง่ายขึ้นเช่นกัน สรุปก็คือการวอกแวกเป็นหนทางที่ง่ายที่สุด โดยบ่อยครั้งมันก็เกิดขึ้นจากการคลิกเข้าไปยังเว็บไซต์อื่นเพียงหนึ่งครั้ง
1 บันทึก
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
สาระแล้ว
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย