23 ส.ค. 2020 เวลา 06:09 • หุ้น & เศรษฐกิจ
Fed Can Control Yield Curve. But It Can’t Control Gold
Fed สามารถควบคุม Yield curve แต่ไม่สามารถควบคุมทองคำได้
Fed ตอบสนองต่อวิกฤตโรค Corona Virus
โดยการลดอัตราดอกเบี้ยไปที่ระดับ 0%
และ มีการใช้ quantitative easing แต่นั้นก็ยังไม่พอ
ธนาคารกลางของ U.S. กำลังพูดถึงประเด็น
ของ “Yield curve control”
มันคืออะไรและส่งผลยังไงต่อตลาดทองคำ ?
marketplace
โดยปกติแล้ว Central bank
จะลดราคาดอกเบี้ยระยะสั้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
แต่ในตอนนี้อัตราดอกเบี้ยมันดันอยู่ที่ระดับ 0 %
อยู่แล้ว ดังนั้นตอนนี้ Fed
กำลังคิดถึงการควบคุม Yield curve
มันทำงานเหมือนกับตลาดเปิดทั่วไป
เเต่ภายใต้ yield curve control
Fed จะตั้งเป้าหมายไปที่อัตราดอกเบี้ยระยะยาว
ธนาคารกลางจะตั้งอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น
ไว้ที่ระดับ 0 % เช่นเดียวกับอัตราดอกเบี้ยระยะยาว
ซึ่งจะทำให้สามารถควบคุม yield curve ได้
มากไปกว่านั้น Fed สัญญาว่าจะซื้อพันธบัตรให้มากพอที่จะคงอัตราดอกเบี้ยเพื่อไม่ให้เกินเป้าที่วางไว้
นี่คือสาเหตุว่าทำไม Yield curve control
มีอีกชื่อเรียกนึงว่า
“interest rate caps และ interest rate pegs”
การเปรียบเทียบระหว่างการควบคุม yield curve
กับ quantitative easing อาจจะทำให้เห็นภาพมากขึ้น
quantitative easing
จะเกี่ยวข้องกับปริมาณหรือจำนวนมูลค่าพันธบัตร
เช่น Fed ตั้งใจซื้อพันธบัตร
จำนวนมูลค่า 1 trillion dollar
เเต่ภายใต้การควบคุม yield curve ธนาคารกลางจะซื้อพันธบัตรจำนวนเท่าไหร่ก็ได้
เพื่อทำให้ผลตอบแทนของธนบัตรอยู่ในจุดที่กำหนดไว้
การควบคุม yield curve ไม่ใช่นโยบายใหม่อะไร
เพราะนโยบายนี้เคยถูกใช้โดย Fed ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
โดยการช่วยกระทรวงการคลังในการจัดหาเงินค่าใช้จ่ายทางการทหารและควบคุม
Treasury yield ของกระทรวงการคลังโดยการซื้อพันธบัตรทุกรูปแบบที่มี yield
สูงกว่า yield ที่วางไว้
เมื่อไม่นานมานี้ Bank of Japan (BOJ)
ได้ใช้นโยบายเกี่ยวกับการควบคุม yield curve
ในเดือนกันยายน 2016
การตรึงผลตอบแทนของพันธบัตร 10 ปีไว้ที่ระดับ 0%
สิ่งที่น่าสนใจคือ
ภายใต้การควบคุมของ yield curve target
BOJ ได้ซื้อพันธบัตรรัฐบาลในปริมาณที่น้อยกว่าการทำ QE ด้วยซ้ำตามที่จะเห็นได้จาก chart ข้างล่างนี้
เดือนมีนาคม 2020 Australia central bank
เริ่ม capping พันธบัตรรัฐบาล 3 ปีในระดับ 0.25%
และนั้นจึงส่งผลให้ทาง Fed จะทำแบบนั้นเหมือนกัน
Yield curve target กำลังบอกอะไรเราเกี่ยวกับนโยบายทางการเงิน เศรษฐกิจและตลาดทองคำ ?
(1)capping bond yield = ผลตอบแทนของพันธบัตรจะคงอยู่ในระดับต่ำเป็นระยะนานจนกว่าจะยกเลิก
**แล้วทุกคนคิดว่าพวกเขาจะยกเลิกหรือเปล่า ?
นี้คงเป็นเเค่อีกหนึ่งเรื่องบังเอิญ ?
Fed จะ cap treasury yield
ซึ่งทำให้รัฐบาลสามารถใช้จ่ายได้เเบบ
ไม่ต้องสนหน้าอินทร์หน้าพรหม
ไม่ต้องกังวลเรื่องหนี้สาธารณะ
และการขาดดุลทางการคลัง
(2)การควบคุม yield curve
แบบนี้จะทำให้พันธบัตรแทบไม่มีผลตอบแทน
และส่งผลต่อธนาคารพาณิชย์ซึ่งมักจะกู้ยืมเงินแบบ short term และให้กู้แบบ long term
หรือพูดอีกเเง่คือ มันกำลังทำลายระบบเศรษฐกิจ
(3)การควบคุม yield curve สามารถทำได้ง่ายๆ
ถือว่าเป็นเครื่องมือที่ทำให้รัฐบาลสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายของหนี้ได้
ในการประชุมครั้งล่าสุด FOMC
(คณะกรรมการนโยบายการเงิน)
กล่าวว่านโยบายทางการเงินอาจขัดแย้งกับเป้าหมายการบริหารหนี้สาธารณะ
ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการดำเนินงานอย่างอิสระของธนาคารกลาง
มันควรจะชัดเจนได้แล้วว่าการควบคุม yield curve จะเป็นผลดีต่อราคาทองคำ
แม้ว่านั้นจะเป็นการชะลอขนาดของ Balance Sheet ของ Fed (เหมือนกับBOJ)
(4)ที่สำคัญคือหากอัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น
การ cap ใน nominal
จะทำให้เกิดการลดลงใน real interest rate
(inflation rises the cap on nominal interest rates would lead to the decline
in the real interest rates)
Real interest rates ⬇️
Gold ⬆️
(5)อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำจะทำให้นักลงทุนเเสวงหาสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น นักลงทุนจะย้ายเงินลงทุนไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากขึ้นโดยไม่คำนึงถึงความเสี่ยงที่มีจากการลงทุนนั้นๆ
Real interest rates ⬇️
Stock ⬆️
ในสภาวะแบบนี้ ทองคำควรจะเปล่งประกายออกมา
ดังนั้น Fed จะ Cap treasury yield ต่อไป
เเต่ในขณะเดียวกันการทำเเบบนี้จะเป็นการพลักดันราคาทองคำให้สูงยิ่งขึ้นไปด้วย..
เพราะความรู้คือของขวัญที่ดีที่สุด📚
ตอนนี้บังได้สร้างซีรีส์อัลบั้มของบทความไว้เเล้ว
สำหรับคนที่สนใจสามารถติดตามอ่าน
ย้อนหลังได้ที่ลิงก์ด้านล่างนี้เลยนะครับ
ถ้าตลาดหุ้นกำลังจะถล่ม
เราอยู่ในจุดที่ต่ำสุดเเล้วหรือยัง ?

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา