27 ส.ค. 2020 เวลา 12:28 • ปรัชญา
บทที่ ๓๑ - ๓๖. ท่านอาจารย์สวนโมกข์ที่ข้าพเจ้ารู้จัก (ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับชีวิตและงานของท่านพุทธทาสภิกขุ)
บรรยายที่ธรรมสถาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายหลังท่านพุทธทาสมรณภาพได้ราว ๑ ปี
บทที่ ๓๑
ถาม : คือเรื่องนี้ก็ว่าอาจารย์ของเราก็ได้มรณะ ผมเป็นห่วงอย่างเดียวคือว่า คลื่นลูกหลังนะมันจะต้องใหญ่กว่าคลื่นลูกหน้า แต่ทีนี้มอง ๆ ดูไม่รู้คลื่นลูกหลังนี่มันจะใหญ่หรืออาจะไม่มีคลื่นเลย อาจารย์จะมองเห็นในวิธีการที่ท่านเผยแพร่ แล้วก็จะมีคนที่จะสืบต่อ แล้วธรรมะของท่านนี้จะเจริญไปแค่ไหน อาจารย์ห่วงใยหรือเปล่า
ตอบ : เป็นคำถามที่แสดงถึงความเอื้ออาทร นั่นแสดงว่าผู้ถามเองอยากจะให้อนุชนรุ่นหลังได้รับทราบข่าวสาร แล้วได้ประโยชน์ คงไม่หวังเพียงจะประกาศเกียรติคุณของท่านอาจารย์เองหรือชื่อเสียงสวนโมกข์ เกียรติคุณและชื่อเสียงนั้นท่านก็ได้รับแล้ว แล้วท่านก็เป็นท่าน ความห่วงใยอันนี้เองที่เป็นเหตุให้ถามขึ้น แล้วก็น่าใคร่ครวญกัน
ผมจะตั้งข้อสังเกตขึ้นก่อนว่า แนวคำสอนของท่านอาจารย์นั้นประสบความสำเร็จ ประสบความสำเร็จในลักษณะหนึ่ง อาจจะไม่ประสบความสำเร็จในอีกลักษณะหนึ่ง ประสบความสำเร็จในเขตหนึ่ง ภูมิภาคหนึ่งของโลกแต่อาจจะไม่แพร่หลายไปสู่อีกภูมิภาคหนึ่ง
เหตุผลนั้นเรามาพิจารณากันดูว่า ทางตะวันตกพระพุทธศาสนาเคยแพร่เข้าไปอย่างในเยอรมันเมื่อ ๒๐๐ ปีที่แล้ว และทำให้เกิดนักปราชญ์ซึ่งได้ความรู้ จากพระญาณของพระพุทธเจ้านำไปประดิษฐ์คิดค้นต่อ จนมีชื่อเสียง โดยเฉพาะที่มหาวิทยาลัยไฮเดนเบอร์ก นักปราชญ์ที่ลือลั่นเหล่านั้นส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลคำสอนของพระพุทธเจ้า ไม่ว่าเป็นแบกซ็องก็ดี คานท์ก็ดี คำอธิบายพุทธธรรมนั้นเป็นบรรยากาศรองรับอยู่โดยเฉพาะในเยอรมัน
เท่าที่ประสบการณ์ในต่างประเทศผมมีนั้น งานของท่านอาจารย์ประสบความสำเร็จไม่มากในต่างประเทศ เนื่องจากต่างประเทศนั้น เขาต้องการปรัชญา ต้องการอธิบายคุณค่า ส่วนที่ท่านอาจารย์ท่านพูดอยู่นี้ ซึ่งท่านเองก็ติงเสมอ ใครไปอธิบายให้เป็นปรัชญาไป ท่านบอกนี่ไม่ใช่ธรรมะ นั่นเป็นเรื่องคิด ๆ กันเท่านั้นเอง
และบางทีนักปรัชญาบางคนลงไปคุยกับท่าน ท่านถามว่า เมื่อไรคุณจะปฏิบัติปรัชญาของคุณเสียที ดีแต่นั่งคิดนอนคิดปรัชญาอยู่อย่างนั้น อันนี้เป็นจุดหนึ่ง เป็นเพียงข้อสังเกต ผมอาจจะพลาดได้
บทที่ ๓๒
สมัยพุทธกาล หลังพระพุทธเจ้าล่วงลับแล้ว อาศัยความทรงจำอันดีเลิศของพระอานนท์ ผมคิดว่าพระอานนท์มีบทบาทสูงมากในพระพุทธศาสนา มีอุปการะคุณมาก ปราศจากพระอานนท์แล้ว พระวัจนะทั้งหมดอาจจะสาบสูญได้ ต่อจากนั้นพระมหากษัตริย์พระเจ้าอโศกก็ดี หรือแม้อชาตศัตรูเองก็ดี ที่ให้อุปถัมภ์การสังคายนาเหล่านั้น และด้วยกรรมวิธีอันฉลาดรอบคอบที่เรียกว่า มุขปาฐะ ท่องปากเปล่า ถ่ายทอดมาจนถึงมือของเราในทุกวันนี้
สำหรับงานของสวนโมกข์ ผมคิดว่าประทีปอันนั้นถูกยื่นมาถึงมือหลาย ๆ คนแล้ว ถ้าเราอยากจะให้คำสอนของท่านอาจารย์ยังอยู่ เราก็พยายามศึกษาจนกว่ากระแสความคิดของเรารู้สึก รู้สึกขึ้นมาได้ว่าเป็นกระแสเดียวกับธรรมชาติ แล้วเราพบว่า ศักดิ์ศรีของชีวิตไม่ได้อยู่ที่ชื่อเสียง สำนัก แต่อยู่ในธรรมชาติแท้ในตัวเรานี่เอง
เมื่อพูดถึงธรรมชาติแท้ ผมเองชอบคำนี้มากกว่าคำว่าจิตว่าง ที่จริงมันสัมพันธ์กัน อย่างแนบแน่น เมื่อจิตว่างจากกิเลส อาสวะแล้วก็จะแลเห็นธรรมชาติแท้ได้เอง ไม่จำเป็นต้องเอาดวงตาของอาจารย์มาส่อง ถ้าดวงตาของท่านมาส่อง ท่านจะบังเราทันที
ธรรมะนั้น เรามีทั้งปริยัติ ปฏิบัติ และปฏิเวธ ธรรมะนั้นไม่เกี่ยวข้องมากนักกับคำพูดและถ้อยคำ แต่ธรรมะนั้นเกี่ยวข้องอย่างแนบแน่นกับธรรมชาติแท้ของเราเอง ธรรมชาติหรือความเป็นตั้งแต่เดิมที
ดังนั้นคำสอนของท่านเป็นเหมือนดัชนีชี้ หรือป้าย หรือแผนผังที่ชี้ว่าเราควรจะทำและไม่ทำอะไรกับตัวเองและคนอื่น เมื่อเราเห็นตัวเองประจักษ์แจ้งตัวเองแล้ว เราก็จะเห็นลู่ทางเองที่จะทำต่อเพื่อนร่วมโลก เพื่อนมนุษย์
ผมสรุปว่าเราไม่ควรวิตกกังวลถึงการสืบทอด เมื่อเกสรหว่านโปรยไปทั่วสารทิศแล้ว มันก็เติบโตขึ้นเอง ถ้าว่าในนั้นมีเมล็ดพันธุ์อยู่ และเมล็ดพันธุ์ที่งอกงามนั่นเองคือสายพันธุ์อันนั้น
บทที่ ๓๓.
ถาม : ผมขอแสดงความเห็นนิดหนึ่ง ผมเห็นด้วยกับท่านอาจารย์ที่ว่าการเข้าถึงธรรมนั้น ถึงด้วยตนเอง ไม่ต้องกังวลถึงงานที่สืบสานของท่านนะครับ เพราะโดยประสบการณ์แล้ว ผมได้สนทนากับพระภิกษุที่ใกล้ชิดทางสวนโมกข์ ๗ ใน ๑๐ คน จะตีความไม่เหมือนกัน และ ๗ ใน ๑๐ คนนั้นเองไม่ได้เชื่ออาจารย์พุทธทาส ตีความไม่เหมือนกับท่านนะครับ
เพราะฉะนั้น งานอย่างนี้ผมก็น่าเป็นห่วง อยากให้ช่วยตั้งองค์กรสถาบันเป็นรูปแบบขึ้นนะครับ การเข้าถึงธรรมนั้นเราเพียงควรจะศึกษาด้วยตนเอง ในพระไตรปิฎกก็ดี ในคัมภีร์ต่าง ๆ วิสุทธิมรรคก็ดี หรือคัมภีร์ที่เขาไม่ได้สนใจอะไรก็ดี หรือแม้แต่งานของอาจารย์พุทธทาส เราก็ต้องศึกษาเป็นทางผ่านเข้าไปสู่ตัวของเราด้วยความเข้าใจในจิตของเราเองเท่านั้น ไม่ได้อยู่ที่ตัวอาจารย์ ความเข้าใจในตัวเองนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญกว่าที่จะเข้าใจคนอื่น
ตอบ : ที่จริงนี่ไม่ใช่คำถาม เป็นความเห็นซึ่งผมก็เห็นด้วยแต่ผมขอเพิ่มเติม ครูบาอาจารย์นี่ก็สำคัญมาก นับตั้งแต่อดีตกาลนานไกล สำหรับสิ่งแรกในการแสวงหาทางจิตวิญญาณนั้น ศิษย์ต้องแสวงหาครู พบครูแล้วก็เรียน
แต่ว่าการพบครูนั้น อาจจะหมายถึงความหลงผิดก็ได้ ถ้าครูเราเข้าใจอะไรผิด ๆ อยู่ แต่ถ้าว่าครูเราเข้าใจอะไรถูก นั่นนับว่าเป็นโชคลาภของศิษย์แล้ว
เหมือนคนครั้งพุทธกาลเดินซัดเซพเนจรมาไปเจอพระพุทธเจ้าเข้า บางคนโชคดี บางคนโชคร้ายมีเหมือนกัน พระพุทธเจ้าเองก็ถูกปฏิเสธก็มี ครูย่อมมีบทบาทมากเสมอ
บทที่. ๓๔.
ที่พูดกันว่า เราจะไปที่จุดหนึ่งจุดใดนั้นไม่จำเป็นต้องทางเดียว เคยได้ยินไหมครับ? เราไปได้หลายทาง แต่ผมจะแสดงมติว่า แท็กซี่ที่ฉลาดที่สุด แล้วกรุณาที่สุด เขาจะพาเราไปในทางตรงที่สุด สั้นที่สุด สิ้นเปลืองน้อยที่สุดด้วย ถูกเหมือนกันครับไปได้หลายทาง แต่บางทีมันไปหลงทางได้เหมือนกัน
ในท่ามกลางนั้นเองครูยังคงมีบทบาทมาก ผมเข้าใจว่าครูเหมือนกระจกสะท้อนภาพของตัวเรา เรายิ่งอยู่ใกล้ครูเท่าไหร่ แทนที่เราจะรู้จักครู เราจะรู้จักหน้าตาของเรามากขึ้น เหมือนเราส่องกระจก เนื่องจากเรามีปกติที่หลงง่ายในเส้นทางการภาวนา มากไปด้วยหลุมพราง แล้วทางแยกที่ทำให้เราหลงวกวน เช่นปีติก็ดี สุขก็ดี หรือแม้แต่ญาณ เกิดขึ้นแล้วล้วนชวนหลง ถ้าคนเคยผ่านการฝึกจิตภาวนาแล้ว จะรู้ว่าไม่ง่ายเลย ถ้าไม่มีกัลยาณมิตรหรือครูบาอาจารย์ที่มีประสบการณ์ล่วงหน้ามาก่อน
ผมเห็นด้วยนะครับว่าปฏิบัติธรรมะนี่ต้องทำเองดั่งที่พระพุทธเจ้าบอกว่า ตถาคตเป็นเพียงผู้ชี้ทางเท่านั้น แต่ว่าผู้ชี้ทางนี่สำคัญนัก เหมือนกับว่า บิดาของเราบอกเราว่าไปหยิบเข็มมาให้พ่อซิลูก อยู่ในบ้านนั่นแหละ โอโหเหนื่อยเลย ไม่รู้อยู่ตรงไหน ถ้าท่านบอกว่าอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง นั่นง่ายขึ้นนิดหนึ่ง ถ้าความจำของท่านแม่น ท่านไม่หลงลืม งานเราจะง่ายขึ้น ง่ายขึ้นมาก
บทที่. ๓๕
อีกประการหนึ่งการสร้างความผูกพันกับอาจารย์นั้น นับว่าเป็นสิ่งที่ชวนให้ระลึกถึงครูที่เรารัก นี่มันชุ่มชื่นดีผมว่า ดีกว่าไม่มี
พระพุทธเจ้าเอง เมื่อท่านตรัสรู้แล้ว ท่านคิดว่าท่านจะผูกมิตรกับใครดี และท่านรู้ว่าพระพุทธเจ้าในอดีตทุกพระองค์ ต้องเคารพอะไรสักอย่างหนึ่ง การอยู่โดยไม่มีหลัก ไม่มีอะไรเคารพเลยนี่มันว้าเหว่เกินไป ท่านนึกขึ้นได้ก็เลยเคารพธรรม แล้วก็ท่านเองก็ประพฤติตนเป็นกัลยาณมิตรของพระภิกษุรูปอื่น
การมีครูเป็นสิ่งที่ดี เป็นรสชาติซึ่งวิเศษมาก วันหนึ่งเราต้องแก่เฒ่า เมื่อเราได้ระลึกถึงครูผู้เฒ่าที่เคารพของเรานั้น มันเหมือนกับดวงประทีปเหล่านั้น ถูกถ่ายทอดมายังเรา พร้อมทั้งสำนึกในกิจอันพึงทำต่อคนรุ่นถัดไป ถ้าครูของเรามีแววเมตตากรุณาเรา แม้ว่าตัวเราก็คือตัวเรา แต่เราจะได้รับแนวโน้มเอียงที่ดี
มนุษย์เรานั้นไม่เพียงมีสัจธรรมเท่านั้น ไม่เพียงแต่เป็นสัจจะของธรรมชาติเท่านั้น เรามีสิ่งสมมติ ยังมีแนวโน้มเอียง ที่สามารถเป็นประโยชน์แก่อนุชนได้ด้วย เช่นนิสัยเอื้อเฟื้อ เอื้ออารี เมื่อเราพบครูที่ดีเข้า เราก็จะมีมันด้วย เรามีหุ้นส่วนด้วย
ผมเชื่อว่าพระสงฆ์ อิริยาบถของพระสงฆ์ทั่วโลก ได้เค้าเงื่อนจากอิริยาบถของพระพุทธองค์ ได้รับแนวโน้มเอียงอันนี้มา แม้บางองค์จะโฉ่งฉ่างบ้าง แต่โดยทั่วไป เราพบว่าพระสงฆ์นิสัยดี เป็นมิตรกับคนทั่วไป
ครูสำคัญมากครับ พ่อแม่สำคัญมาก แต่ว่าในเรื่องปรมัตถธรรมแล้ว จะให้คนเหล่านี้มายืนบังข้างหน้าไม่ได้ ก็เลยมีคำพูดซึ่งผมค่อนข้างช็อคเมื่อได้ยินครั้งแรก แต่ว่ารู้สึกดีมาก มีคำกล่าวของเซ็นพูดว่า ถ้าเจอพระพุทธเจ้า ฆ่าท่านเสีย เดี๋ยวท่านจะสอนธรรมะให้ ฟังดูแล้วเหมือนถูกกระชากหนังหัวไหม? ครับ
ก็สรุปว่า หมายความว่าเรื่องครูนี่ ถ้าจะเข้าถึงธรรมนี่ต้องฆ่าครูครับ แต่เมื่อได้เข้าถึงธรรมแล้วนี่ ต้องเคารพครูดุจชีวิตครับ
บทที่ ๓๖
(บทคัดย่อชิ้นสุดท้ายจากหนังสือท่านอาจารย์สวนโมกข์ที่ข้าพเจ้ารู้จัก)
เป็นครูวันเดียว เป็นบิดาชั่วชีวิต คนจีนถืออย่างนี้ แต่เราจะเห็นด้วยหรือไม่อีกเรื่องหนึ่ง ที่จริงคำพูดประโยคนี้นั้นเขาต้องการจะเน้น เซ็นต้องการจะเน้นว่า คำสอนที่ผ่านภาษาเป็นสื่อสมมุตินี้เป็นอุปสรรคทั้งสิ้น เหมือนที่เรารู้ว่าพระนิพพานเป็นอวยากตะ เป็นอัพยากฤติ พูดไม่ได้ สอนไม่ได้ ดังนั้นถ้าได้ยินได้ฟังแล้ว สติอ่อน จะเชื่อตามถ้อยคำ แล้วก็หลงพลาด
เนื่องกันกับคำพูดที่ว่าให้ฆ่าพระพุทธเจ้านั้น พระพุทธเจ้าเองพูดว่า พราหมณ์เอยจงกลับไปฆ่าพ่อฆ่าแม่เสียด้วย คือมันเป็นรหัส ที่ว่าถ้าเราไม่ทำอย่างนั้น เราจะไม่อาจเข้าถึงได้เพราะพระพุทธเจ้าก็ดี พ่อแม่ก็ดี มายืนขวางทางเราอยู่ บางครั้งพระพุทธเจ้ายังบอกว่า พ่อเป็นศัตรู แม่เป็นไพรีของบุตร ก็พ่ออยากให้ไปทางนี้ ถ้าลูกอยากเกิดปฏิบัติธรรม พ่อไม่ยอมแม่ไม่ยอม เอาละเป็นศัตรูกันแล้ว
เราต้องพิจารณาแยกส่วน แล้วพึงทำความเข้าใจให้แยบยล มีมนสิการว่าควรไม่ควร ไม่ใช่ถือเอาตามถ้อยคำทื่อ ๆ เวลาหมดแล้วครับ ขอขอบพระคุณมากที่อุตส่าห์ฟัง
บรรยายที่ธรรมสถาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ภายหลังท่านพุทธทาสมรณภาพได้ราว ๑ ปี
โฆษณา