25 ก.ย. 2020 เวลา 05:15 • ไลฟ์สไตล์
อาการ "Burn-out แบบไม่รู้ตัว" จากการทำงานที่บ้านเป็นอย่างไร ?
เข้าใจว่าช่วงนี้เพื่อนๆหลายคน น่าจะมีโอกาสได้กลับไปทำงานที่ออฟฟิศกันแล้วละเนอะ
แต่บริษัทหลายๆแห่งเองก็เริ่มปรับตัวให้เข้ากับวิธีการทำงานที่บ้าน (working from home) ได้เป็นที่เรียบร้อย ก็จะมีทางเลือกให้พนักงานสามารถเลือกการทำงานได้อย่างสบายใจ
การทำงานที่บ้าน นอกจะประหยัดค่าเดินทางแล้วก็ยังประหยัดเวลาเดินทาง และหลีกเลี่ยงรถติด หรือ การต่อคิวขึ้นรถไฟฟ้า
แค่ตื่นมา อาบน้ำ ก็เปิดคอม ออนไลน์ ทำงานได้เลย
ทีนี้ แบบไหนกันละที่เราเรียกว่า การทำงานที่บ้าน เริ่มเป็นปัญหาสำหรับเพื่อนๆแล้ว ? อาการแบบไหนกันบ้างนะ ?
เพื่อนๆลองอ่านแล้ว ลองไปสังเกตตัวเองดูนะ ^^"
เพื่อนๆแทบจะลืมเวลาพักไปซะแล้ว หรือ ไม่สามารถแบ่งเวลาทำงานและเวลาพัก
- ไม่แปลกใจเท่าไรนะเพื่อนๆ ก็ในเมื่อเพื่อนๆนั่งทำงานที่โต๊ะกินข้าว และนั่งดูทีวีที่โต๊ะกินข้าวอีก
- นานๆไปเข้าก็อาจจะเริ่มชินกับการกินไป ทำงานไป หรือ ดูทีวีไปทำงานไป
- ผลสำรวจจาก Monster.com พบว่า ด้วยความเคยชินนี่แหละที่ทำให้
>> พนักงานเกือบ 59% ทั่วโลก มีเวลาพักผ่อนที่น้อยลงกว่าทำงานที่ออฟฟิศ
>> พนักงานเกือบ 42% ไม่มีการวางแผนที่จะหยุดพัก เพื่อดูแลตัวเอง เนื่องจากพบว่า อยู่บ้านมาตลอดเวลา
สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ เพื่อนๆใส่ใจกับตัวเองน้อยลง
เพียงเพราะอยู่บ้านตลอดเวลา ไม่ได้หมายความว่าเพื่อนๆกำลังดูแลตัวเองเสมอไปนะ
เมื่อเวลาที่เพื่อนๆเริ่มเครียดจากเรื่องต่างๆ ก็มักจะหยิบงานเป็นข้ออ้างเข้ามา
- คำว่า "เครียด" ในทีบ้านนี้ เราหมายถึง เพื่อนๆปิดตัวเองจากสังคมภายนอก หรือแม้กระทั่ง รู้สึกว่ารำคาญคนในครอบครัว
- คือแค่คุณแม่วางแก้วน้ำดังแกร้ก ! ขณะที่เรานั่งทำงาน เราก็รู้สึกหงุดหงิดแล้ว.... นั้นละเพื่อนๆ แสดงว่าเพื่อนๆกำลังแย่แล้ว
1
- ถ้าข้ออ้างการไม่ออกจากบ้านของเพื่อนๆ คือต้องเผื่อเวลาเอาไว้ทำงาน..... แบบนั้นก็ชัดเลยว่า เพื่อนๆกำลังจะเริ่ม Burn-out แล้วนะ !!
- ผลที่เริ่มตามมาก็คือ เพื่อนๆจะไม่มีความรู้สึก motivate หรือกระตุ้นอีกแล้ว
- เราจะเริ่มรู้สึกไม่เห็นปัญหาสำหรับการทำงาน และเราเริ่มปล่อยตัวเองให้ชิล หรือเฉื่อย จากความเคยชินนั้นเอง
- ในที่สุดเพื่อนๆอาจจะรู้ตัวอีกทีคือ เพื่อนๆเริ่ม burn-out จากงานซะแล้ว
- เพื่อนๆเริ่มมองไม่เห็นเป้าหมายในชีวิต
ลองเริ่มพักเบรกสักนิดนึงนะ ให้ตัวเองได้หยุดพัก และลองสังเกตดูว่า เราพลาดความรู้สึกอะไรไปบ้างรึเปล่า ?
ขอบเขตของการทำงานเริ่มขยายไปยังกิจกรรมอื่นๆ
- เพื่อนๆคนไหนได้สั่งซื้อขาตั้งโต๊ะทำงานมาไว้ที่บ้านกันบ้างแล้ว ?
- มันคงจะดูสะดวกสบายมากๆเลยหากเราสามารถ ทำงานที่โต๊ะ ที่โซฟา บนเตียง หรือโต๊ะแต่งหน้า.....
- แต่เพื่อนๆแต่งหน้าไป แล้วเช็คเมล์ไปด้วย หรือแม้กระทั่ง ก่อนนอน เพื่อนๆก็ยังติดเช็คเมล์จนเป็นนิสัยเนี่ย ระวังสัญญานของการ burn-out ได้เลยละ
- สิ่งนี้จะทำให้เพื่อนๆเริ่มรู้สึกล้า แบบไม่รู้ตัว (เราก็เป็น)
การทำงานที่บ้านแล้วไม่ได้ติดต่อผู้คน ทำให้เกิดความกังวลที่มากเกินไป หรือ
"Panic working mode"
- ในทีนี้เราหมายความว่า ความกังวลในเรื่องของความปลอดภัยในตำแหน่งหน้าที่การงานนะ
- การทำงานที่บ้าน ต้องอาศัยความไว้เนื้อเชื่อใจกับทั้งหัวหน้าและเพื่อนๆภายในทีมพอสมควร
- เพราะหัวหน้าไม่ได้เห็นเรานั่งทำงานอยู่ที่ออฟฟิศตลอดเวลา หรือแม้กระทั่งเพื่อนๆที่เราเคยพูดคุย ระบาย หรือปรึกษาด้วย ก็ไม่ได้อยู่ข้างๆ
- แล้วถ้า....คะแนนผลงานของเราออกมาต่ำละ ?
- แน่นอนว่า บางปัจจัยเราอาจจะไม่สามารถควบคุมได้ แต่ใครจะรู้ละ ?
- แน่นอนว่าภาวะแบบนี้ เพื่อนๆอาจจะเกิด "Panic working mode" ได้
- และในไม่ช้า เราอาจจะเริ่มท้อ และเข้าข่าย burn-out จากการทำงานที่บ้าน
งั้นเราควรทำอย่างไรดีละ ?
- แบ่งเวลาที่ชัดเจน เวลาทำงาน และ เวลาเลิกงาน
- ควรแยกใช้คอมพิวเตอร์ทำงาน และ ส่วนตัว ออกจากกัน
- กำหนดตารางเวลาพักผ่อนระหว่างวันสั้นๆ
- อย่าลืมดูว่าปีนี้เรามีวันลาเหลือกี่วัน และพยายามหาจังหวะใช้วันลาหยุด (อย่างของเราพบว่าวันลามีเหลือมากกว่า 10 วัน ไม่ได้ใช้เลยเพราะไม่ได้เที่ยว และทำงานที่บ้านจนชิน)
- หากิจกรรมอย่างอื่นทำ เช่น ทำอาหาร เล่นโยคะ ไปเข้าคลาสฟิตเนส สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เพื่อนๆสามารถออกจากการทำงานที่ไม่สิ้นสุด แถมยังเป็นการได้แรงบันดาลใจใหม่ๆอีกนะ
- สุดท้าย อย่าใช้วันเสาร์-อาทิตย์ ในการเคลียงานเป็นอันขาดนะ ต่อให้เพื่อนๆจะไม่มีอะไรทำ แต่นอนหลับพักผ่อนก็ยังจะดีเสียกว่าอีกนะ (หรือไปรับทำงานอดิเรกอันนี้ก็ดีมากๆเหมือนกัน)
สำหรับเราหารทำงานที่บ้านได้ มันเป็นเรื่องที่สะดวกสบายมาก แต่พอไปนานๆเข้า เราก็เริ่มที่จะเหมือนหุ่นยนต์ชึ้นเรื่อยๆ มารู้ตัวอีกที อาจเสียสุขภาพไปโดยไม่รู้ตัวได้นะเพื่อนๆ :)
โฆษณา