24 ก.ย. 2020 เวลา 23:00 • การศึกษา
ดิลโด้ กับประวัติศาสตร์ที่ถูกซ่อนไว้ ตอนจบ
แม้ในทางวิทยาศาสตร์ ผู้คนจะมองว่าดิลโด้ เป็นเพียงอุปกรณ์สำหรับบำบัดอารมณ์ แต่ในทางสังคมศาสตร์ ดิลโด้กลับถูกหยามเหยียด และมองไปในทางลบ ซึ่งหากเราจะลองมองจากหน้าประวัติศาสตร์ มันถูกสร้างขึ้นมาหลายพันปีแล้ว มันมีที่มา ที่ไปอย่างไร ผู้เขียนจะมาแรงค์ให้ฟัง ต่อจากตอนที่แล้วครับ
1 มีบันทึกอีกหลายหน้า ที่ประวัติศาสตร์ยังคงจดจำได้จนทุกวันนี้ ถึงเรื่องราวของ กริมาลดี (Grimaldi Figures) รูปแกะสลักศักดิ์สิทธิ์ ที่ถูกค้นพบอยู่ในประเทศอิตาลี อันที่จริง ชื่อนี้ถูกเรียกตามชื่อถ้ำ ที่ชื่อเดียวกัน และเป็นถ้ำที่ถูกขุดพบโครงกระดูก ของมนุษย์โบราณ
2 มนุษย์กริมาลดี ที่ถูกเรียกตามราชวงศ์กริมาลดี ซึ่งถูกพบในถ้ำที่พวกเราพร้อมใจกันเรียกว่า ถ้ำกริมาลดี ยังพบเจอวัตถุลึกลับอีกจำนวนมากมาย มีลักษณะเป็นรูปแกะสลัก คล้าย ๆ กับตุ๊กตาผู้หญิง ซึ่งผู้คนก็ให้ศัพท์เฉพาะไปว่า รูปปั้นวีนัส (Venus Figurines)
3 ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ รูปปั้นวีนัส แต่อยู่ที่รูปแกะสลักชิ้นหนึ่ง ที่ทำมาจากหิน ที่เรียกว่า Steatite ลักษณะของรูปแกะสลักชิ้นนี้ก็คือ มีรูปร่างคล้ายผู้หญิง แต่ส่วนหัวนั้นหายไป มีหน้าอกเต่งตูม มีหน้าท้องป่อง รวมถึงมีแขนทั้งสองข้างด้วย
4 จะด้วยความบังเอิญ หรืออะไรก็ไม่ทราบได้ แขนที่ว่านี้ เหลือเพียงต้นแขนเท่านั้น ช่วงข้อศอก หรือบริเวณท่อนแขนได้ชำรุดหายไป ไล่เรียงต่ำลงมาบริเวณจุดสงวน มีมือสองมือกุมอยู่ ในอุ้งมือนั้นสังเกตได้ว่าเป็นอัณฑะ เหนือขึ้นมาเล็กน้อย เป็นองคชาต แต่มองเห็นไม่ชัดว่าไปสิ้นสุดตรงไหน เนื่องจากไม่มีส่วนปลาย
5 แน่นอนว่านักโบราณคดีส่วนใหญ่ จะต้องลงความเห็นว่าว่า รูปแกะสลักชิ้นนี้ เลียนแบบมาจากกะเทยแท้ (Hermaphrodite) พูดง่าย ๆ ก็คือ หญิงที่มีสองเพศ ภายในร่างกายเดียวกัน ซึ่งมันก็สมเหตุ สมผลดีอยู่
6 แต่มันมาไม่สมเหตุ สมผลก็ตรงที่ ดันมีนักโบราณคดีอีกกลุ่ม ที่ชอบคิดนอกกรอบ สร้างสมมุติฐานขึ้นมาว่า จะเป็นไปได้ไหม ถ้ามือของกริมาลดี ที่กุมอยู่ตรงบริเวณจุดซ่อนเร้นนั้น จะไม่ใช่มือของตัวเอง แต่อาจเป็นมือที่สวมกอดมาจากด้านหลัง
7 ด้วยความที่ท่อนแขน ของรูปสลักหายไป นั่นจึงไม่มีอะไรการันตีได้แน่ชัด และก็อาจมีความเป็นไปได้ ที่มือปริศนา อาจเป็นมือของอีกคน ที่สวมกอดมาจากด้านหลัง พร้อมกุมวัตถุทรงแท่งบางอย่าง ไว้ตรงพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ ก็เป็นได้
1
8 หากเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ก็ย่อมหมายถึง รูปปั้นแกะสลักวีนัส ถูกกระทำบางอย่าง ด้วยวัตถุซึ่งคนในยุคเรา เรียกว่า ดิลโด้ จากมือปริศนา ที่สวมกอดมาจากทางด้านหลัง เพราะถ้าหากไม่ใช่แบบนั้น รูปปั้นกระเทยแท้นี้ ควรเห็นองคชาตได้ทั้งหมด และไม่ใช่เห็นเพียงบางส่วนแบบนี้
9 คำอธิบายต่อมาก็คือ เพราะเราไม่เห็นร่างกายอื่น แนบชิดกันในรูปปั้นแกะสลักนี้ นั่นอาจจะหมายถึงเป็นองคชาตจำลอง และส่วนปลายขององคชาตที่เรามองไม่เห็น น่าจะจมหายไปในร่างของกริมาลดี นี่จึงน่าจะเป็นสมมุติฐานที่ช่วยยืนยัน ถึงการมีอยู่ของอุปกรณ์สากล
1
10 ความย้อนแย้งที่เกิดขึ้นตามมา ก็คือคำถามเจ้าของมือปริศนา ว่ามันคือมือของใคร นักโบราณคดี โยงเข้ากับเรื่อง รักสามเส้าในหลุมศพ ซึ่งเป็นหลุมศพที่มีศพสามศพ ถูกฝังไว้ในหลุมเดียวกัน อาจจะเป็นพิธีกรรมบางอย่าง ที่รูปปั้นแกะสลักอาจสื่อถึงการร่วมรัก ของคนสามคน
11 ด้วยเหตุนี้ มนุษย์บนโลกบางกลุ่ม จึงลงความเห็นว่า มันน่าจะเป็นดิลโด้ ที่คนยุคเราใช้กัน แม้ว่าเสียงจากนักโบราณคดีส่วนใหญ่ จะยังคงโต้แย้ง ถึงความเป็นไปได้ แต่ไม่ว่าจะอย่างไร คงไม่มีใครสามารถยืนยันความจริงได้ 100% เพราะมันก็ผ่านมา ตั้งหลายพันปีแล้ว
หากข้อมูลผิดพลาดประการใด ขออภัยไว้ ณ โอกาสนี้ครับ
กดไลค์หากถูกใจ แชร์หากเห็นว่ามีประโยชน์ คอมเมนท์เพื่อแนะนำติชม
พูดคุย และทักทายผ่านอีเมลล์หรือ HangOut ที่
แหล่งข้อมูล ภาพ และสื่อประกอบ
หนังสือ ประวัติศาสตร์ใต้สะดือ

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา