Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ป
ปกรณ์ ปราสาททอง
•
ติดตาม
25 ก.ย. 2020 เวลา 08:00 • ความคิดเห็น
การเริ่มต้นปฏิบัติธรรมที่ดี
พอนึกจะกราบ ก็กราบกันไปเลย ไม่ได้ระมัดระวังว่า เราใช้กายเรากราบ หรือ ใช้กายอะไรมากราบ จิตของเราก็ถูก อารมณ์พาไปที่อื่นเสีย มันก็ไม่ได้กราบพระด้วยจิตของเรา ได้แต่กายกราบเท่านั้นเอง นี่ก็มาเตือนกันเข้าไว้ เพื่อจะให้ระลึกได้ทุกครั้งๆ ไป
คราวนี้เวลาจะทำกรรม ทำด้วยวาจาของเรา หูจมูกลิ้นกายใจทำไปหมดเลย ทำทั้งกายเรา..ทำกรรม แต่เวลาจะทำความดีให้แก่จิต..ปกปิด กลัวจิตจะได้รับความดี เพราะอะไร เพราะอารมณ์มันปกปิด กลัวจิตจะได้รับความดีกับเค้า เค้าได้เงินได้ทอง ได้ยศฐาบรรดาศักดิ์ มันต้องเป็นบุญเป็นบารมีซิ ทำไมบอกว่าเค้าได้กรรม..ดูกิริยาการกระทำของเขา แล้วก็มาดูตัวเอง แล้วมานั่งพิจารณาจับตนค้นตน ค้นนิสัยตัวเองขึ้นมา ก็มาเรื่องราวของสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อเราเลย เรื่องราวเหล่านั้นมันเป็นประโยชน์ของเขา ที่จะสร้างกรรมของเขาต่อไป แต่มันไม่เป็นประโยชน์ของเรา เราอยู่ตรงนี้ ให้มีอาหารการกินประทังสังขาร เพื่อประพฤติปฏิบัติธรรมหนีกรรม ไม่ไปหยิบยืมใครอีกแล้ว นั่นเขาไปหยิบยืมกัน
จะนั่งทั้งที่ก็นึกถึงกายของเรา คือกายบิดามารดาของเรา ก็ยกมือซ้ายขึ้นมา วางที่หน้าหน้าตัก ยกมือขวาของเรา มาซ้อนกัน คือบิดาของเรา แล้วเราก็ยืดหลังยืดไหล่ของเรา นั่งด้วยความผึ่งผาย คอก็ตั้งตรงไม่เอียงซ้ายเอียงขวา แล้วถึงค่อยๆ หลับตาลงไป จิตก็บอกตัวเองว่าภาวนาพุทโธ ให้มีสติอยู่ที่สติของเรา เพื่ออะไร เพื่อป้องกันไม่ให้เราคิดโน้นคิดนี่ เป็นอารมณ์กรรมตัวกระทำ จะได้ไม่เกิดขึ้น การจะนำอารมณ์กรรมทุกสิ่งทุกอย่างมาล้างให้สะอาดนั้น ยังไมาถึงเวลา ว่าจิตเรายังเข้มแข็ง จิตเรายังควบคุมเรื่องราวอะไรต่างๆไม่ได้ แม้แต่กายก็ยังควบคุมไม่ได้ ไม่ให้อารมมาสั่งกายให้ขยันเขยื้อน ยุกยิกๆอะไรต่างๆ มดกัดยุงกัดก็ ขยับแล้ว หรือว่าปวดเมื่อยเข้าหน่อย ขยับแล้ว ที่ทำอย่างนี้เพื่อให้มีความอดทนขันติ นั่งทุกครั้ง
ถ้ามันเจ็บปวด ก็นึกถึงองค์พระสิทธัตถะท่านนั่งอยู่กลางป่า ท่านไม่มีอะไรที่รองก้นของท่าน หรือรองกายของท่านให้นั่งอย่างสบาย นั่งกับใบไม้ที่เจ็บปวด นั่งทับลงไป เหมือนกับเรานั่งเหมือนกัน จะนั่งขัตมาตหรือนั่งพับเพียบ เหมือนกันทั้งนั้น นั่งขัตมาตยิ่งหนักใหญ่ เพราะอะไร เพราะเริ่มทับ ขาทับขา มันก็เจ็บปวด นี่เราไม่ได้ทับอะไรเลย เพียงแต่นั่งให้อกผายไหล่ผึ่งให้มันแข็งแกร่งขึ้น นั้นก็คือการนั่งสมาธิที่ดีสำหรับเรา เพื่อเตือนจิตเตือนใจของเราไปทุกครั้ง เพราะเราถือว่าเรายังไม่ชำนาญที่จะกระทำเรื่องราวต่างๆ ที่จะกระทำ แม้แต่ ไหว้พระก็ยังไม่ชำนาญเลย พอจะไหว้ซักที พอนึกจะกราบ ก็กราบกันไปเลย ไม่ได้ระมัดระวังว่า เราใช้กายเรากราบ หรือ ใช้กายอะไรมากราบ จิตของเราก็ถูก อารมณ์พาไปที่อื่นเสีย มันก็ไม่ได้กราบพระด้วยจิตของเรา ได้แต่กายกราบเท่านั้นเอง นี่ก็มาเตือนกันเข้าไว้ เพื่อจะให้ระลึกได้ทุกครั้งๆ ไป
การเริ่มต้นนี่ เริ่มต้นดีมันก็ไปดี พอเริ่มต้นที่แข็ง ที่ทำไปด้วยความจำเป็น อย่างเค้าบอกให้มาสวดมนต์ด้วยความจำเป็น ถึงเวลาสวดอีกแล้วว่าถึงเวลาต้องปฏิบัติอีกแล้ว ก็ทำไปตามกำหนดเวลาที่เค้าสั่ง ใจเราไม่สมัครที่จะกระทำ มันถืงไม่ระมัดระวัง
เมื่อเรามีใจสมัครที่จะทำ ตั้งใจทำจริงๆ ก็ต้องมีระเบียบเรียบร้อยอย่างนี้แหละ เค้าเรียกว่า การประพฤติปฏิบัติธรรมตามรอยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เรื่องราวต่างๆก็มีมากมาย เริ่มต้นมีแต่อารมณ์ นั่งไปมันก็มีแต่อารมณ์ อารมณ์ก็ได้โอกาส เพราะเราไม่ได้ระมัดระวังตั้งแต่ทีแรก ถ้าทีแลกเราเริ่มต้นการกราบพระเอย มือซ้ายมือขวาก็มีความระลึกได้ตลอดเวลา เพื่อป้องกันอารมณ์ ไม่ให้อารมณ์เราพาไปโน่นไปนี่ เมื่อเริ่มต้นดี เวลานั่งสมาธิสวดมนต์ก็ดีตามไปด้วย เพราะจิตยังอยู่คงที่ จิตของเราจะได้ไม่ไปไหนกับอารมณ์ สติของเราก็จะสามารถควบคุมเรื่องราวต่างๆได้ นั้นที่พูดออกมา มาบอกให้ฟังนี่ แค่เริ่มต้นเท่านั้น
เรื่องที่ปฎิบัติการไหว้พระสวดมนต์ทำบุญให้ทานต่างๆ คนทั่วไปฟังแล้วก็ปฏิเสธว่าสิ่งนั้นอะไรก็ทำได้ เค้าก็ทำในใจก็มี ไม่มีการแสดงออกมา เลยไม่รู้เรื่องว่าเราทำบุญหรือไหว้พระ สวดมนต์อะไรไม่รู้ ไม่รู้ว่าเราทำอะไร ...ทำในใจ ก็เลยไม่ปรากฏเรื่องราวต่างๆขึ้น คราวนี้เวลาจะทำกรรม ทำด้วยวาจาของเรา หูจมูกลิ้นกายใจทำไปหมดเลย ทำทั้งกายเรา..ทำกรรม แต่เวลาจะทำความดีให้แก่จิต..ปกปิด กลัวจิตจะได้รับความดี เพราะอะไร เพราะอารมณ์มันปกปิด กลัวจิตจะได้รับความดีกับเค้า นี่แหละ สิ่งที่เราต้องฝึก ต้องใช้เวลาในการฝึก เราบอกตัวเองเราใช้เวลาในการฝึกนะ กว่าจะรู้เรื่องราวเหล่านี้ได้ แล้วก็รู้แล้วค่อยๆเราจะพูดคำเดียว เราไม่รู้เลย ว่าสิ่งนี้มีความสำคัญขนาดนี้เชียวหรือ เราเห็นตัวกระทำ เห็นภาพเห็นวาจา เปล่งเสียงออกมา มีสีมีแสงเกิดขึ้น ก็ตกอกตกใจ เมื่อทำได้
เมื่อปฏิบัติขึ้นเราก็ ภาวนา พุทโธๆ ไปเรื่อยๆ เราขาด พุทโธ เราก็บอกตัวเองว่า เราขาดสติแล้ว เราเสียทีเค้าอีกแล้ว พออะไรมันขึ้นมา ก็ไม่เอาอีกแล้ว ดีก็ไม่เอา ชั่วก็ไม่เอา กรรมไหนก็ไม่เอา บางคนก็บอกว่า มันไม่เป็นกรรมหรอก การคิดนี่ จะไปเที่ยวที่โน้นที่นี่ มันไม่ไปทำลายใคร ก็มีตัวกระทำที่ไปคล้องกรรมกับคนโน้นคนนี่ ไปเที่ยวที่นั้นที่นี่ เราก็ไปคล้องกรรมกับใครบ้าง แม้แต่การกิน ก็คล้องกรรมเข้าไปแล้ว กุ้งหอยปูปลา กินเนื้อก็คล้องกรรมเข้าไปแล้ว ยิ่งแม่ค้าแม่ขายหรือไป ซื้อเค้ามา ก็ต้องพูดจาเรื่องราวต่างๆที่เป็นกรรม มันเป็นทุกอย่างเลยที่เป็นกรรม แล้วเราก็จำมา เป็นตัวโลภโกรธหลงเกิดขึ้น นี่เห็นมั้ย สิ่งที่ไปสะสมมาโดยไม่รู้ตัวหรอกว่า มันรวมตัวเป็นโลภโกรธหลงไปแล้ว
ถ้ามาสำรวจจริงๆ แล้วมันใช่หรือไม่ใช่ ก็ต้องมาสำรวจด้วย จิตที่ไม่มีอะไร สติเข้ามาร่วมพิจารณา ให้ดึงจิตมาร่วมพิจารณาเรื่องราวเหล่านั้น ก็จะรู้แจ้งเห็นจริง ว่าการกระทำอย่างงั้น มันเป็นการคล้องกรรม การสร้างต้องใช้หนี้สินของกรรม มันถึงไม่รู้จักจบ เกิดมาแล้ว ทำไม่ถึงไม่จบ มันจะจบได้อย่างไร เพราะไม่รู้จักกรรม พูดก็ไม่รู้จัก ไปทำอะไรก็ไม่รู้จัก มันหิวเราก็กิน ก็ไม่รู้จัก กินด้วยตัณหา กินด้วยอารมณ์ ที่ไม่พอใจบ้างหรือที่พอใจบ้าง ไปเรื่อย มันก็ต้องเกิดเรื่อย มันไม่หยุด มันไม่หยุดการเกิดซักที มันจึงไม่รู้จักกิน เกิดตัณหาในการกินขึ้น แล้วพอสังขารนี้หมดแล้ว อ้อ.เกิดมาใหม่ ก็มานั่งกินบ้าง นอนบ้าง ก็อยู่อย่างนี้ เราก็แก่เฒ่าชราเจ็บป่วย ตายเหลือแต่เป็นชี้เถ้าแค่นั้นเอง มันก็วนกันอยู่อย่างนี้ จึงบอกว่าให้มาฝึก ฝึกหัดปฏิบัติ เพื่อจะให้หนีกรรม หนีกรรมกายวาจาใจของเราที่จะต้องหนี หนีให้ได้ เดี๋ยวจะเปิดเรื่องปฏิบัติธรรม 138 การพายเรือ โค้ดนั้นคืออะไร จะบอกให้ ไม่ได้มาปิดบังเรื่องราวต่างๆ อยากให้ทำให้ได้ ตั้งอกตั้งใจกัน เห็นว่ามีความสนใจ เห็นว่าเรื่องราวต่างๆ การคัดเอ้าท์กรรม เป็นเรื่องที่มีสาระ ที่สูงสุดของผู้ฟังก็จะส่งให้ ให้ฟังให้ปฏิบัติเกิดขึ้น ถ้าคนไม่รู้ ก็เป็นเรื่องโมฆะไป เรียกว่าฟังแล้วเรื่องการคัดเอ้าท์กรรม เป็นเรื่องไร้เหตุผล เพราะว่าทุกคนต้องการยศฐานบรรดาศักดิ์เงินทองเรื่องราวต่างๆ ต้องการที่อยู่ที่กินที่มีความสุข เขาต้องการแค่นั้น กินและนอนอย่างนี้ ไม่ไปไหน ตื่นมาก็กิน พอถึงเวลาก็นอนอยู่แค่นั้น ไม่ไปไหน มีอยู่สองอย่างกินกับนอนเท่านั้น
ระหว่างกินนอนนี่ ยังไม่นอนก็ไปสร้างเวรสร้างกรรมเรื่องราวต่างๆ รายละเอียดตรงนี้เยอะเยอะ ไอ้ตอนที่ยังไม่ได้นอนนี่ กายมันก็ไป วาจาไป กายวาจาใจไป วิญญาณทั้งหกไป แม่ทั้งสี่ก็ไปกับเค้าด้วยไปเก็บเรื่องราวต่างๆ ที่เรากระทำ ดีก็บันทึก ไม่ดีก็บันทึก เราก็แย่ เราก็ถูกบันทึกในสิ่งที่ไม่ดี พอเรื่องดีๆ ไม่เอาแล้ว ไม่พูดไม่จา ไม่แสดงอะไรทั้งนั้น ทำด้วยใจเกิดขึ้น มันอย่างงั้น มันถึงลบตัวกระทำไม่ได้สักที ก็ไปหมกมุ่นตรงนั้น เพราะว่ามันหลง คนมีเงินมากๆยศมากๆ หลงทั้งนั้น ไม่ใช่ไม่หลง หลงอะไร ไม่ใช่หลงเงินหลงทอง หลงตัวโลภโกรธหลง อยู่ตรงนั้นแหละ ทิฐิก็อยู่ตรงนั้น เห็นตัวเองดีแล้วก็อยู่ตรงนั้น ไม่ได้ไปไหนเลย กองกันเบ้อเร่อเทิ่มเลย เป็นภูเขาเลากา แล้วก็ล้มทับตัวเอง จมลงไป ใต้พื้นปฐพี เป็นยังไง เป็นตัวไร เป็นตัวหนอน เป็นกิ้งกือ ไส้เดือน
นั่นแหละ เวลามีชีวิตที่มีปัญญา บอกให้ก็ไม่เอา เวลาถึงตรงนั้น เสียอกเสียใจ ไม่เสียใจได้ยังไง มันหมดโอกาสที่จะเสียใจแล้ว เออ..มาเสียใจตอนที่มีชีวิตอยู่ครบอาการ 32 นี่ เราไม่ได้ทำบุญให้ทาน เราไม่ได้ปฎิบัติธรรมเลย เราไม่รู้เรื่องเลย เรื่องอะไร ก็เห็นตัวเองดีแล้ว จะไปรู้เรื่องได้อย่างไร พูดเท่าไหร่ก็รับไม่ได้ เพราะว่าเป็นผู้ที่หยั่งรู้เรื่องราวต่างๆ อวดดีต่อเหตุผลต่างๆทั้งหมด หมกมุ่นอยู่กับกรรม มันก็..อยู่กับกรรม จะไปบอกว่า ฉันไม่มีกรรมได้อย่างไร ไอ้นั่นก็คือกรรม ไอ้นี่ก็คือกรรม เล็กๆน้อยๆ ผสมกันกลายเป็นก้อนใหญ่ขึ้นมา แล้วทับจิตของเรา เราก็ไปไหนไม่ได้แล้ว เหมือนกับภูเขาทับจิต แล้วทำยังไง อยู่ไปวันหนึ่ง คืนหนึ่งก็ไม่รู้เรื่องรู้ราว บางทีไปทำร้าย พระสงฆ์องค์เจ้าบ้าง บางทีทำร้ายพ่อแม่บ้างอะไรต่างๆ มันโดนทั้งนั้นแหละ ไปๆมาๆ พอจิตล่วงลับไปแล้ว อยู่ที่ไหน ฉันอยู่นี่ ภูเขากำลังบดขยี้..จิตของข้าพเจ้า ..เป็นไง นี่แหละ สิ่ที่ไม่รู้ พอบอกให้คัดเอ้าท์ ก็บอกเดี พระเจ้าช่วย ผีช่วย นางฟ้านางสวรรค์ช่วย เค้าจะช่วยได้อย่างไร เค้าได้แต่ชี้ได้แต่บอกเท่านั้น นอกจากทำให้เราหลงเค้าทำได้ ก็ทำให้หนีจากกรรม เค้าทำไม่ได้หรอก อยู่ที่ตัวเรา ทั้งหมดอยู่ที่ตัวเรา ถ้าโลภโกรธหลงนี่ เค้าช่วยได้ ช่วยให้มันมีทุกข์มากขึ้นๆ อย่างนี้ เขาช่วยได้ แต่ให้คัดเอ้าท์ออกจากกรรมเนี่ย ช่วยไม่ได้ เราต้องช่วยตัวเราเอง เค้านิยมส่งเสริม เห็นมั้ย เจ้าพ่อเจ้าแม่ หรือพระตรงไหน ภูเขาเลา ต้นไม้ต้นหญ้า ที่ศักดิ์สิทธิ์ ไปไหว้ ก้มหัวปลก ขึ้น เค้าส่งเสริมเลย อะไรมาไหว้ ..มันโง่ โง่..อวดฉลาดนี่ มาไหว้มากราบ ทำให้มั่งมีศรีสุขเลย เพราะมันมีบุญอยู่แล้วนี่ เค้าก็ส่งเสริมจะเอาบุญตัวนี้ จะไปแก้ไขคัดเอ้าท์กรรมของตัวเอง ไม่เอาแล้ว เอามาสร้างเวรสร้างกรรมเกิดขึ้น ไม่แยกแยะอะไรเลย ใครไปคัดค้านก็ไม่ได้ เพราะเห็นตัวเองดีแล้ว อวดดีเกิดขึ้น เพราะมั่งมีศรีสุขนั่นเอง เพราะได้จากการมีโชคลาภหรือเป็นใหญ่เป็นโต ก็เพราะ เจ้าพ่อเจ้าแม่ตุ๊กตาตัวนี้ มันทำให้ใหญ่ ไม่ได้สำรวจตัวเองว่าใครทำกัน เพราะอยากไปขอเขา ก็ส่งเสริมเลย ทำเลยๆ เราก็ทำใหญ่เลย สมปราถนาเลยคราวนี้
นั่นแหละคราวนี้เทวดาเค้าจะมาช่วยไหม เขามองดูด้วยความสังเวช ไปเชื่อสิ่งที่ไม่ควรเชื่อ..ก็เชื่อ สิ่งที่ควรเชื่อ..ไม่เชื่อ อะไรอย่างนี้ แล้วเป็นยังไง..ตกหลุม ตัวเองก็ตกหลุมอยู่ใต้พื้นปฐพีไป ไปกินไปนอนเกลือกกลั้วอยู่ในพื้นปฐพี ดีไม่ดีเรื่องที่น่ากลัวของบิดามารดาพระสงฆ์เนี่ยอันตรายที่สุด ครูบาอาจารย์นี่ ..อันตราย พอตัวเราไปทำลายเขา จิตต้องถูกขยี้ด้วยภูเขา ขยี้บดไปบดมาอยู่อย่างนี้ ทรมานขนาดไหน ไม่ได้บดด้วยภูเขา เขาสองเขาธรรมดา บดแล้วไหม้ไปทั่งตัวกระทำ จิตเราจะถึงขนาดไหน มันไม่ได้สลบ อย่างนี้ เราเห็นคนสลบ มันสลบไปเลย แต่นี่..จิตมันร้อง จิตมันร้องทุกข์ทรมานมาก เพราะฉะนั้น เกิดมาทั้งทีอย่าให้เสียทีเรื่องเหล่านี้ ไปทะเลาะเบาะแว้ง กับใครไปเถอะ.. ทำไปได้ จะไปฆ่าไปแกงใครก็ทำได้ ไม่ถึงกับถูกบดขยี้ นี่เค้าลงโทษให้เข็ดหลาบนั้นเอง กลับไม่เข็ดหลาบ พอเกิดมาใหม่ ก็เอาใหม่อีก พอเกิดมาใหม่ ก็กลายเป็นสัตว์ไม่รู้เรื่อง คนไหนพ่อคนไหนแม่ ก็กัดพ่อกัดแม่อีก ร้องไปก็ถูกขยี้อีก เป็นอย่างนี้
พูดแล้วก็หนักใจมนุษย์ ที่ได้กายครบอาการ 32 ก็น่าจะรู้ดีว่าควรจะทำอะไร แต่ว่ากลัวไม่มีอะไรจะเลี้ยงปากเลี้ยงท้องเลี้ยงกายหากันใหญ่เลย หาทั้งวันทั้งคืนไม่ได้หยุดไม่ได้หย่อน จะเจ็บแทบตายก็ไม่รู้ เหนื่อยยากลำบากเราไม่รู้ ขอให้ได้ปัจจัยถึงสิ่งที่สมหวังเท่านั้น แล้วร่างกายนี้มันจะอยู่ได้อย่างไร มันอยู่แค่ 80 ปี 100 ปีมันก็เป็นขี้เถ้าแล้ว ไม่งั้นก็เดินเหินไม่ได้แล้ว ลำบากลำบน ไม่ไหวก็สร้างกรรมซิคราวนี้ คนนั้นช่วยที คนนี้ป้อนข้าวป้อนน้ำ ลุกเหินเดินเข้าไปห้องน้ำห้องท่าก็ไม่ไหว ก็ต้องพยุงกัน ก็เป็นการสร้างกรรม ต่อไปก็ต้องเป็นคนรับใช้คนที่พยุงเราอีก ที่เค้าป้อนข้าวป้อนน้ำเรา ต่อไปเราก็ต้องไปรับใช้เขาอีก มันไม่จบ ถ้าอยากให้จบ ต้องทำอย่างนี้ ค่อยๆปฏิบัติไป วางไอ้โน้นวางไอ้นี่. ทรัพย์สมบัติมีมันดี แต่รู้จักเขาหรือเปล่า ที่ทำให้เราเป็นทุกข์น่ะ รู้ว่ามันทุกข์ ปล่อยก็ไม่ได้ กลัวจะอดตายอีก ไม่มีอะไรเลี้ยงสังขารอีก แต่ว่าให้เรื่องเลี้ยงสังขารนี้ รู้สึกว่าไม่มีใครเค้าสนใจ กลัวไม่มีหน้ามีตา เทียบหน้าเทียบตาของคนอื่น เดี๋ยวคนโน้นมองฉันเป็นคนที่ต่ำต้อย ไม่มีเงินมีทอง ฉันต้องเอาทุกวิธีทาง ให้มันมั่งศรีสุขเข้าไว้ เพื่อคนจะได้นับหน้าถือตา จะด้วย มาจากไหนฉันไม่รู้ ทำมาบริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์ ฉันต้องการแค่นั้นเอง เค้าไม่ได้คิดว่า เค้าหามานี่ เพื่อมาเลี้ยงสังขารเพื้อประทังสร้างคุณความดีให้แก่จิต ไม่ได้คิดกัน..คิดกันอยู่แค่นั้นเอง
ที่ได้ยศฐาบรรดาศักดิ์ ก็ต้องการ อวดนั่นอวดนี่เกิดขึ้น อวดไปอวดมาก ปัญญาปารมีไม่มี โลกเค้าก็อาจจะลงโทษก็ได้ ให้ทำผิดๆเกิดขึ้น โกงไอ้นั่นโกงไอ้นี่อะไรต่างๆ เค้ามาจับผิด ถูกเจ้าหน้าที่เค้าจับไปคุมขังเสียอีก ไปทุกข์ทรมาน.ไป ถามว่ามีไหม..มี ก็มีคนรู้ไหม..รู้ แล้วมีคนเดินตามมีไหม ..มี อะไรอย่างนั้น ตัวโลภโลกโกรธหลง มันฝังเรื่องราวเหล่านี้ อยู่กับดินฟ้าอากาศ แล้วเราก็ไปใช้มันเสียด้วย ไม่ใช่ว่าเค้าลอยอยู่เฉยๆ ทุกคนไขว่คว้าโลภโกรธหลง ตัวทิฐิ ตัวอวดดี ถือดีไปคว้ามา เอามาเป็นของตัวเอง แล้วดินฟ้าอากาศ เค้าก็น้อมกิ่ง น้อมก้าน มาให้เด็ด ให้ดมให้ชื่นใจเลย แล้วเป็นยังไง ก็ต้องทุกข์ทรมานไป ใครจะช่วยเราล่ะ ฟังเรื่องดีๆเนี่ย โดยมากเค้าจะไม่ค่อยฟังกัน เรื่องจะหนีกรรมเนี่ย หายากคนที่จะฟัง คนที่จะให้สร้างกรรม โอ้โห เยอะแยะเลย เป็นหมื่นเป็นแสนเป็นล้านเค้าห้อมล้อมเรา เพื่อจะรู้เรื่องราวของกรรม เพื่อจะสร้างกรรม ไม่ใช่รู้เรื่องราวของกรรม เพื่อจะมาสร้างกรรม ห้อมล้อมกันใหญ่เลย พอผู้ใดพูดเรื่องคัดเอ้าท์กรรม กระเจิงไปเลยไม่มีใครฟัง มาเป็นหมื่นเป็นแสนก็เหลือแค่คนสองคนเท่านั้นแหละ ไม่มี ฟังกันไม่ได้
เพราะทุกคนเป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่นเป็นแสนนี่ ต่างคนต่างกอบโกยเรื่องโลภโกรธหลงมาเข้าตัว ทรัพย์สมบัตินั่นแหละคือโลภโกรธหลง ไปดูสิ ลองไปพิจารณารายละเอียด เราทำงานเค้าจ้างเราไปวันหนึ่ง เค้าให้ค่าจ้างเราเท่าไหร่ เราเหนื่อยไหม.. เหนื่อย มีอารมณ์ไหม มีอารมณ์อะไรบ้าง เคยสำรวจไหม..ไม่สำรวจ แบงค์ร้อยแบงค์พันแบงค์ หมื่นอะไรต่างๆนี้ เราเอามาได้ไหมที่เค้าจ้างเรา มองดูปัจจัยนั้นบ้างไหม ว่ามันเกิดอะไรขึ้นอยู่ในปัจจัยนั้น กว่าได้มาเป็นอย่างไร นิสัยเราเป็นอย่างไรบ้าง มันจมอยู่กับอะไรบ้าง แล้วเอาสิ่งนี้เป็นอย่างนี้ เราก็แก้ซิ ใช้วิธีแก้มาล้างมัน ไม่ใช่เอาแบงค์ไปล้างเอาเงินที่หาได้ไปล้าง เอาจิกเอาใจของเราไปล้าง ล้างบาปล้างกรรมโดยที่ แบ่งมาทำบุญสักนิดให้ทานซักหน่อย แล้วเรากมาประพฤติปฏิบัติล้างบาปล้างกรรม ที่เราไป ใช้กายของพ่อแม่ไปสร้างความโลภโกรธหลงขึ้นมา ไปได้เงินปัจจัยนี้เห็นไหม พอได้ฟังแล้วไม่เอาละ ไปหาพระเจ้าดีกว่า
พระเจ้าช่วยพระเจ้าล้างบาปให้ ทำผิดอะไรก็ไม่รู้ ใช้กายพ่อแม่ก็ไม่รู้ ไม่รู้พูดให้ฟังก็ไม่เอา หาว่าเป็นเรื่องไร้สาระ พูดถึงตอนนี้ก็เลยไปดูเด็กท่ีมันกระแว้ๆ ออกมาจากครรภ์มารดาใหม่ๆ มันกระแว้ๆ มันกินอะไรได้ มันร้องหิว กายมันร้อง อารมณ์มันร้อง กรรมมันเกิดขึ้นแล้ว มันถึงร้องขึ้นมาว่าเนี่ย อารมณ์มันบอกว่าสังขารนี้ต้องการอาหารแล้วนะ ก็ร้องขึ้นมา จิตของเราอาศัยเรือนกายของเด็กคนนั้น สั่งให้เกิดอารมณ์ขึ้นมา กิริยาท่าทางกระแว้ๆขึ้นมา ที่เราได้ยินนี่นะ ภาษาของเด็กที่เกิดมาเป็นภาษาเดียว เรารู้กัน แล้วแม่ทำยังไง น้ำนมก็ไม่มีให้ ก็ต้องเอาหัวแม่มือจุ่มน้ำ หยดใหลูกที่กระแว้ บรรเทาทุกข์เกิดขึ้นเห็นไหม กว่าจะโตมามือพ่อแม่นี่ หัวนิ้วมือแทบเปื่อยเลยเพราะไม่มีนมให้ลูกกิน. บางทีที่น้ำนมของแม่ก็ไม่ออก ก็ต้องทำอย่างนี้ หรือเป็นคนยากจน ไปหาเศษนม เอาหัวแม่มือจุ่มลงไปในถ้วยนมมันก็ร้อน ก็ต้องทน เพื่อจะให้ลูกได้มีสังขารที่ดีเกิดขึ้น. ความทุกข์พ่อแม่มามากมายกายกอง พอโตขึ้นเป็นไง ไม่รู้จักเสียแล้วพ่อแม่
นี่..ใครเนี่ย ที่เค้าเรียกว่าพ่อแม่ ก็ฉันเรียกแล้วไงว่าพ่อแม่ แต่ไม่รู้จัก เราจะถนอมหรือว่าดูแลท่านอย่างไรจะให้มีความสุข ไม่มีหรอก มีแต่ว่าชะโงกดู พ่อแม่มีอะไรบ้างมีอาหารการกินอะไรบ้าง พ่อแม่ก็ไม่ค่อยจะมีนะ อาหารการกินพอทำมาได้นิดได้หน่อย เอาไว้กินกับข้าวซักสามมื้อ ลูกมาชะเง้อ หยิบเอาไปเสียแล้ว ไม่งั้นก็ขอนะอะไรต่างๆ ไม่รู้จักว่า เราเกิดมาแล้ว ต้องให้ท่านมีความสุข ทั้งกายและใจ อะไรที่ทำให้เกิดมีความทุกข์ของพ่อแม่ เราก็หยุดยั้งตัวนั้นไว้ ทำยังไงจะพูน พูนบำเหน็จบำนาญอะไรพวกนี้ ถึงที่สุดที่จะให้พ่อแม่มีความสุขได้ เหมือนกับที่อะไร เขาทำงานแล้ว มีการส่งเงินส่งทองให้กินไปตลอดชีวิตอย่างนี้ แล้วถามว่าสบายแล้วนี่ไม่ได้ทำการทำงานมีเงินมีทองใช้จ่าย. ความทะเยอทะยานไม่จบสิ้น ตอนทำงานทะเยอทะยานเรื่องเงิน ออกจากงานก็ไขว่คว้าเอาไอ้โน้นเอาไอ้นี่มา ไม่หยุดยั้ง เพราะอารมณ์กรรมของเรานั่นเอง ที่สะสมมาตั้งแต่การทำงานหมกมุ่นอยู่กับการทรัพย์สมบัติต่างๆที่อยากได้ ยศฐาบรรดาศักดิ์ พอดีออกมาแล้วก็เอาอีกแล้ว บางทีลูกบ้าง หลานบ้าง อะไรต่างๆ ญาติพี่น้อง เค้าอยากได้ ช่วยกระตือรือร้น ให้สร้างเรื่องนี้ขึ้นมาไม่มีการหยุดหย่อนหรอก ไอ้ที่จะมานั่งคัดเอ้าท์อารมณ์กรรมตัวกระทำของตัวเองให้พ้นจากความทุกข์ไม่มี มีแต่สร้างทุกข์ให้แก่ตัวเอง มันเริ่มยังไง ก็เป็นอย่างนั้น จะไปโทษเค้าก็ไม่ได้ เราก็ดูเค้า ไป ทีพูดให้ดูเค้า ไปนอนก็มาดูตัวเอง ไม่ใช่ไปตำหนิติเตียนใครเค้านะ เดี๋ยวจะ ...บอกให้บอกไปนี่ ที่พูดออกไป บอกว่า เดี๋ยวไปมองดูคนโน้นคนนี่ไม่ดี พี่น้องก็ไม่ดี พ่อแม่ก็ไม่ดี อะไรต่างๆ เพราะมองดูเค้า เพื่อมาแก้นิสัยตัวเอง เดี๋ยวจะไปตำหนิติเตียนเค้า เดี๋ยวจะไปยุ่งเรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้น ไม่ได้ยุยงส่งเสริมให้มีความโกรธมีความเกลียดใครทั้งนั้น ต้องการให้ละตรงนั้น ให้มาเป็นจิตของตัวเอง เพราะเราเกิดมาก็มาจิตเดียว ไม่มีใครมาด้วย เวลาตายก็ไปจากสังขารนี้ไปคนเดียว
เออ..ถ้าไป..ไปชวนคนโน้นคนนี้ไปด้วยก็จะรวบรวมสมัครพรรคพวก ญาติพี่น้อง พ่อแม่ สามีภรรยาลูกหลาน ก็ชวนกันไปกับฉัน ฉันตายคนเดียวไม่ได้ ไปกับฉันด้วย เค้าจะตายร่วมกับเราหรือ เค้าก็ไม่ไป เราก็ตายคนเดียวอีกเหมือนกัน ฉันไปคนเดียวมีทรัพย์สิน ไม่ไหม..ไม่มีเลย มีแต่ ..กะรุ่งกะริ่ง ไปถึงก็ถูกทุกข์ทรมาน เพราะมันมีแต่กรรม เพราะฉะนั้น เราสร้างบุญกุศลสร้างบารมี เราออกจากสังขารนี้ไปแล้ว โอ้โห้..เพียบพร้อมไปด้วย บารมีด้วยแสงสีที่ห้อมล้อม มีแต่คนห้อมล้อมขึ้นไปเป็นเทพเป็นพรหม แต่ไอ้นี่ถูกเค้าลากไป ทุกข์ทรมานไป เงินทองที่ตอนเป็นมนุษย์ก็เอาไปไม่ได้ หามาเป็นกระสอบๆวางไว้ที่โลกมนุษย์เอาไปไม่ได้ จะไปแลกว่า ที่อยู่ตอนเป็นมนุษย์ทำผิดอย่างนี้นะ โอ้..ท่านอย่าทำโทษข้าพเจ้าเลย เดี๋ยวให้เงินอีกกระสอบ เดี๋ยวข้าพเจ้าไปเอามา มีเงินเป็นกระสอบ มันคนละประเทศว่าอย่างงั้น ประเทนี้เค้าไม่ใช้ จิตอย่างนี้เค้าไม่ใช้ ตัวกระทำอย่างนี้เค้าไม่ใช้ ไอ้นั่นมันเรื่องราวของโลกมนุษย์ เป็นยังไง เจ็บไหม อุตส่าห์หามาแทบตาย เสร็จแล้วก็ ไปบรรเทาทุกข์ตัวเองไม่ได้เลย ตรงนี้แหละ ที่เราจะบรรเทาทุกข์ตัวเอง ทำบุญให้ทาน นั้นแหละไปบรรเทาทุกข์ของตัวเอง มีหนี้สินก็ค่อยๆใช้เค้า ค่อยๆเป็น ค่อยๆไป โดยการทำบุญนี่แหละ บรรเทาทุกข์ บรรเทากรรม ใชํหนี้ใช้สิน เราปฏิบัติ เราก็ใช้แล้ว เราปฏิบัติ เราจะไม่ไปขอยืมเขาอีกแล้ว ไม่เอาอีกแล้ว เรามีหน้าที่ใช้หนี้เค้าเท่านั้น
เราก็บรรเทาทุกขเวทนา เรื่องการที่ไปหยิบยืมเค้ามา เราก็ใช้ ไปเรื่อยๆ เสร็จแล้ว เราก็ตั้งประพฤติปฏิบัติ คือ นั่งประพฤติปฏิบัติหรือเดินปฏิบัติ หนีกรรมตัวนี้ เราจะไม่ไปยืมเค้าอีกแล้ว คือไม่ไปสร้างกรรมอีกแล้ว ไม่ไปว่าใคร ไม่ตำหนิใคร ไม่นินทาใครทั้งนั้น เราอยู่ด้วยสมถะของเรา ด้วยดูแลเรื่องราวของอารมณ์กรรมตัวกระทำ ที่จิตของเรา ไม่ได้ไปดูใคร แต่นี่มันไปดู คนโน้นไม่ดีคนนี้ไม่ดี. คนนั้นได้เงินเยอะ คนนี้ได้น้อยอะไรต่างๆ เรื่องของเขา บารมีบุญกุศลเขา เค้าสร้างกรรมกันมาอย่างนั้น เค้าก็ทำ เดินกันไปอย่างนั้น ไอ้เรามันมี..เค้า..ให้ดูคนอื่น ว่าโอ้โห ..ได้เงินได้ทอง เราไม่ได้เลยนะ โอ้โห... เค้ามีบุญนะอนุโมทนาด้วย เงินเค้าจะโกงจะกินก็เรื่องของเขา แต่เราก็โชคดีเหลือเกิน เราไม่ได้อย่างเขา ถ้าได้อย่างเขา ก็ได้อย่างเขา เราก็เห่อเหิม มี..ก็ข้า นี่ใหญ่โต มีคนที่เขาเห็นอกเห็นใจช่วยเหลือ อะไรต่างๆเกิดขึ้น เลยทำให้จิตผยองขึ้น ใจมันผยองขึ้น เห็นตัวเองดีแล้ว มากเข้าๆ สร้างกรรมมากเข้า เพิ่มขึ้นๆ ดูซิ.คนเป็นให้เป็นโตขึ้นมา เข้าได้เงินทองมากมาย ได้ยศฐาบรรดาศักดิ์ ดูวิธีการเค้าสร้างกรรม กิริยากายวาจาใจสร้างกรรม โอ้โห..นรกทั้งนั้นเนี่ย เอาไหมล่ะเรา ..ไม่เอาล่ะ โอ้..ไปนรก เราได้เดินแคนี้ค่าจ้างไปวันหนึ่งๆ ได้กินไปมื้อหนึ่ง สร้างแต่คุณความดีให้ตัวเอง โอ้..สบายใจ เห็นมั้ย ตัดได้ ตัดอารมณ์กรรมตัวกระทำได้ มันก็ไม่เกิด แค่นี้เอง นี่ทะลุปุโปร่ง ที่บอกไปนี่ ไปดูเค้า แล้วเราก็จับตนค้นตน ไปดูจิตของเรา ค้นอารมณ์ เค้าเรียกว่าค้นอารมณ์ตัวเองขึ้นมา ว่า อันนี้รังเกียจเค้าได้ไหม หรือว่าไม่พอใจได้ไหม โอ๋ ..เค้ามีกรรม เรามีบุญ เค้าได้เงินได้ทอง ได้ยศฐาบรรดาศักดิ์ มันต้องเป็นบุญเป็นบารมีซิ ทำไมบอกว่าเค้าได้กรรม..ดูกิริยาการกระทำของเขา แล้วก็มาดูตัวเอง แล้วมานั่งพิจารณาจับตนค้นตน ค้นนิสัยตัวเองขึ้นมา ก็มาเรื่องราวของสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อเราเลย เรื่องราวเหล่านั้นมันเป็นประโยชน์ของเขา ที่จะสร้างกรรมของเขาต่อไป แต่มันไม่เป็นประโยชน์ของเรา เราอยู่ตรงนี้ ให้มีอาหารการกินประทังสังขาร เพื่อประพฤติปฏิบัติธรรมหนีกรรม ไม่ไปหยิบยืมใครอีกแล้ว นั่นเขาไปหยิบยืมกัน ไปหยิบยืมคนโน้นบ้างคนนี้บ้าง พอชาติหน้าไปนั่งใช้เข้าเหอะ คนโน้นบ้างคนนี้บ้าง ใช้กันอุตลุด แล้วก็บอกว่าทุกข์จังเลยๆ เกิดมาชาตนี้ อ้าว.ไม่เคย ศึกษาเรื่องราวการที่ มันบรรเทาทุกข์เลย แล้วไหมเคยหนีทุกข์ด้วย เกิดมาเมาเท่าไหร่ ก็ทุกอย่างนั่น พูดมานานแล้ว ก็ไปล่ะ สาธุ
บันทึก
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย