9 ต.ค. 2020 เวลา 23:00
#ตำนานปลาร้องไห้
“ เรื่องเล่าในความทรงจำของ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด ทำหน้าที่รับเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรความก้าวหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่พรุแฆแฆอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดปัตตานี เมื่อปี 2536 ว่า ครั้งนั้นมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น
เมื่อมีราษฎรกลุ่มหนึ่งเอาลังโฟมใส่ปลามาวางที่โต๊ะคล้ายกับว่าจะน้อมเกล้าฯ ถวายสิ่งของในลังโฟมขณะที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินผ่านบริเวณดังกล่าว
1
ในที่นั้นราษฎรคนหนึ่งถูกเพื่อนดันหลังให้เป็นตัวแทน เพราะราษฎรเกือบทั้งหมดตรงนั้นพูดภาษาไทยไม่ค่อยได้ จึงต้องเลือกคนที่พูดภาษาไทยได้คนหนึ่งขึ้นมายืนข้างหน้า ชายคนนั้นแทนที่จะพูด ก็ทูลเกล้าฯ ถวายอัลบั้มรูปเล็ก ๆ เมื่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รับมาทอดพระเนตรพบว่า ในอัลบั้มรูปดังกล่าวเป็นรูปถ่ายของคลองที่อยู่ในหมู่บ้าน และมีรูปของปลาในกระชังลอยตายเต็มคลองไปหมด
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระราชดำรัสสอบถามว่า “ทำไมปลาถึงตาย”
ชาวบ้านที่เป็นผู้นำคนนั้นอายุประมาณ 40 ปี “ไม่พูด” ไม่ตอบอะไรทั้งสิ้น เอาแต่ร้องไห้น้ำตาไหลพรากๆ แล้วก็ร้องไห้สะอึกสะอื้น ผู้ชาย 3 - 4 คน ที่ยืนข้างหลังก็ร้องไห้ตามกัน
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชประสงค์จะทรงทราบว่าการที่ชาวบ้านเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสจนต้องมาร้องไห้ต่อพระพักตร์มีสาเหตุอะไร จึงมีพระราชดำรัสให้เชิญ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายอำเภอประจำพื้นที่ เข้ามาสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น
1
สุดท้ายก็ทรงทราบว่า ราษฎรกลุ่มนี้ต้องการมาทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาความเดือดร้อน แต่ทางราชการถือเป็นระเบียบว่าไม่อยากให้เป็นการรบกวนเบื้องพระยุคลบาท จึงสั่งชาวบ้านไม่ให้พูดอะไรทั้งสิ้น ให้ทูลเกล้าฯ ถวายรูปภาพได้ “แต่ห้ามพูด”
ชาวบ้านก็กลัวไม่กล้าพูดได้แต่ร้องไห้กันอย่างเดียว และได้ใช้วิธีเอาปลาตัวเล็กๆ ที่ตายแล้วแช่น้ำแข็งใส่ลังโฟม และทูลเกล้าฯ ถวายอัลบั้มรูปดังกล่าวแทน
เลี้ยงปลาแล้วยกกระชังขึ้นไม่ทัน ปลาก็เลยตายหมดเพราะเจอน้ำเปรี้ยว พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ก็ทรงแก้ปัญหาในทันที ทรงให้นำแผนที่มาดู แล้วให้นัดผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาประชุมกันในคืนนั้น แม้จะทรงเหน็ดเหนื่อยจากการทรงงาน
แต่สำหรับพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ดูจะเป็นเรื่องเล็กน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับความทุกข์ของราษฎร โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปประชุมด่วนที่พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ รุ่งเช้า เครื่องจักรก็เข้าไปในพื้นที่ ขุดคลองระบายน้ำเปรี้ยวเสร็จภายใน 7 วัน
ทั้งหมดมาจากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ทั้งสิ้น ปีนั้นน้ำเปรี้ยวก็ไหลลงทะเลไปโดยไม่ต้องกลัวว่าจะไหลลงคลองที่ชาวบ้านเลี้ยงปลาอีก เวลาพูดถึงคลองนี้ก็เลยเรียก “คลองปลาร้องไห้” ซึ่งปีต่อมาพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จฯ ไปอีก ชาวบ้านก็รอรับเสด็จฯ เช่นเคย ทรงเปิดกล่องโฟมทอดประเนตรพบว่า ปลาตัวใหญ่ ขาว สวย ก็ทรงทราบและมีพระราชดำรัสว่า “ปีนี้ปลาไม่ร้องไห้แล้วนะ”
1
ตำนานปลาร้องไห้ก็เป็นเพียงบันทึกประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระราชดำริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างถาวร และไม่เกิดปัญหาอีกเลย
ทุกวันนี้ชาวบ้านใช้ชีวิตอย่างมีความสุขด้วยพระปรีชาสามารถในศาสตร์แห่งน้ำ และด้วยน้ำพระราชหฤทัย ที่เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตาบารมี อันเป็นที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของคนไทยทุกคน “
นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี
หนังสือ "ร้อยเรื่องเล่า : เกร็ดการทรงงาน" ของสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.)
Cr: มูลนิธิปิดทองหลังพระ
โฆษณา