5 ต.ค. 2020 เวลา 07:45 • ข่าว
อาชีพทนายความคืออีกอาชีพหนึ่งที่ทุกคนคาดหวังว่าจะมีคุณธรรมและจริยธรรมสูง เป็นคนดีและเป็นที่พึ่งของประชาชนทุกๆคน ทั้งคนจนหรือร่ำรวย จึงเป็นอาชีพหนึ่งที่มีคนนับหน้าถือตาให้ความเชื่อถือ และเป็นอาชีพที่สร้างรายได้มหาศาลได้อาชีพหนึ่ง
cr:เดลินิวส์ออนไลน์
ในบางประเทศ การเป็นทนายความคืออาชีพในฝันที่สร้างรายได้จำนวนมากเทียบเท่าหรือมากกว่าอาชีพแพทย์ด้วยซ้ำ เช่นในประเทศอเมริกา การมีอาชีพทนายความนั้นส่วนใหญ่ร่ำรวย จากการตีแผ่จะพบว่าอาชีพนี้ดูมีความซับซ้อน ยิ่งเก่งก็ยิ่งมีวิธีสู่ความสำเร็จที่น่ากลัว อันตรายแต่อยากจะร่ำรวยต้องเป็นทนายที่ประสบความสำเร็จระดับสูง
หนึ่งในข้อสรุปความคิดเห็นส่วนตัวกับอาชีพทนาย ที่ผ่านการดูภาพยนตร์หรืออ่านจากหนังสือและแวดวงคนรู้จัก คือ
1.เมื่อมีปัญหาคดีความทุกคนควรต้องมีทนายเพื่อต่อสู้คดี โดยเฉพาะในต่างประเทศจะมีประโยคพูดสากลที่ตำรวจต้องบอกสิทธิของผู้ต้องหาในการที่จะต้องใช้ทนายแก้ต่างให้เกือบทุกคดี แต่ในไทยคนแบบชาวบ้านมักจะไม่ค่อยคิดจะต่อสู้ผ่านทนาย การพยายามจะจบหรือยุติเรื่องที่สามารถทำได้ โดยไม่ได้จ้างทนาย ซึ่งจะพบว่างานที่จ้างทนายเป็นหลักคือหน่วยงานต่างๆ ธนาคาร บริษัทฯลฯ
2.การทำคดีมีค่าใช้จ่ายและต้องมีคนจ่าย หรือถ้าไม่มีก็จะมีหน่วยงานรัฐที่จะจ่ายให้หรือออกให้ฟรี ทนายธรรมดาจะพยายามหางานที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ เพื่อเพิ่มรายได้ ก็ส่วนใหญ่ไม่ได้ร่ำรวย (คิดเองว่าเพราะทำงานกันแบบมีคุณธรรมไม่ได้หวังกำไร )แต่บางคนที่รวยมากๆก็ไม่เคยได้รู้จัก แต่ไม่ได้สรุปว่าท่านเป็นเช่นไร
3.ไม่ว่าลูกความจะผิดหรือถูกก็ต้องชนะหรือเสียหายน้อยที่สุดหรือถูกลงโทษน้อยที่สุด(คงไม่มีใครจ้างทนายมาแก้ต่างให้ถ้าช่วยอะไรลูกความไม่ได้)
4.เมื่อต้องจ้างทนายเราคงต้องหาทนายที่มีชื่อเสียง ถ้ามีเงินหนาๆแพงแค่ไหนก็คงจ้าง การจ้างทนายแพงๆ แม้ต้องจ่ายเงินทองจำนวนมาก ให้มาแก้ต่างให้ ย่อมคุ้มค่ากับชื่อเสียงที่ต้องเสียไป หรืออาจใช้เงินน้อยการที่ต้องจ่ายจริง
5.ข้อสรุปความคิดเห็นไม่ได้เจาะจงถึงบุคคลใด อาจมีความจำกัดของสติปัญญาตนเอง แต่คือความรู้สึกที่ต้องการแชร์ความคิดเห็น
ข้อความจากfb
เมื่อหน่วยงานรัฐแจ้งความเอาผิดกับโรงเรียนสารสาสน์ ก็ถึงเวลาที่จะต้องจ้างทนายที่มีชื่อเสียงและมีประวัติดี เป็นที่ยอมรับนับถือของประชาชน โดยเฉพาะทนายที่ได้ชื่อว่าให้การช่วยเหลือกับประชาชนแบบรอบด้าน
ทนายเดชา เป็นผู้หนึ่งที่มีชื่อเสียงและบทบาทที่ผ่านมาคือผู้ที่ช่วย
เป็นกระบอกเสียงและว่าความที่ช่วยเหลือประชาชนที่ตกทุกข์ได้ยาก
มีเพจ"ทนายคลายทุกข์"คอยช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นการร้องทุกข์กล่าวโทษ หรือช่วยคนทุกระดับ เสนอข้อคิดจากการติดตามข่าวดังต่างๆ
โดยให้ข้อคิดและเสนอแนวทางที่เป็นกลางสอดคล้องกับกระแสสังคม
ในขณะนั้น เสมอมาแต่วันนี้ท่านทนาย กำลังสร้างกระแสตีกลับตัวตน
เมื่อท่านได้ตัดสินใจว่าความให้กับโรงเรียนสารสาสน์ ได้จุดกระแสความไม่พอใจขึ้นอย่างมาก
ข้อความจากfb
เพราะการที่ข่าวดังครั้งนี้เกิดจากผู้เสียหายคือ เด็กๆที่อายุน้อยๆแค่3-4ขวบที่พ่อแม่ไว้วางใจให้พรากจากอก ไปฝากผู้ที่น่าไว้ใจว่าจะรักลูกเขา เหมือนที่เขารักต้องตกเป็นผู้เสียหาย จำนวนคนที่ออกมาปกป้องเด็กจึงมากมายมหาศาล อีกทั้งภาพลักษณ์ที่ผ่านมาของทนายเดชา คือการที่ท่าน มีความคิดเห็นชัดเจนว่ามีมือที่สะอาดและใจที่เป็นธรรม
นักข่าวขอสัมภาษณ์เมื่อวันที่ 4 ต.ค.2563กับทนายความดังว่า
"ทำไมถึงรับทำคดีนี้ " คำตอบของท่านก็ชัดเจนว่า
"ทำตามกระบวนการกฏหมาย ผิดก็ว่าไปตามผิด ตามหลักฐานที่มี "
และเป็นคนพาอดีตพี่เลี้ยงไปแจ้งความเอาผิดกับผู้ปกครองที่ทำร้าย
เธอในวันประชุมผู้ปกครอง ก่อนที่เธอจะถูกไล่ออกจากโรงเรียน
ภาพของอดีตพี่เลี้ยง ที่ยกมือไหว้ เปิดปากยอมรับว่ารู้สึกสำนึกผิดและกล่าวขอโทษ ทุกคนทั้งเด็กๆ ผู้ปกครอง โรงเรียนสารสาสน์
#การสึกนึกผิดคืออะไร #
ในความคิดเห็นส่วนตัว (แอดมินไม่เกี่ยวข้องกับกับผู้ใดในข่าวและกราบขออภัยในข้อคิดเห็นที่ไม่ตรงใจ)
cr:TNNNEWS รายการแฉ
การยกมือไหว้คือการขอโทษ แต่คำว่าสำนึกผิดคืออะไรในความเข้าใจของทุกคน การกระทำความผิดที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกับเด็กที่อยู่ในกำมือพวกคุณยังกล้าทำ บทความครั้งก่อนได้เคยเขียนไว้ว่า การกระทำของเธอที่เกิดขึ้นต้องมีสาเหตุ คือการเลียนแบบพฤติกรรม ที่ผ่านกระบวนการเรียนรู้ ด้วยการเห็นภาพ เป็นการรวบรวมข้อมูล ความคิดก่อนเกิดเป็นพฤติกรรมที่ทวีความรุนแรงขึ้น
และเมื่อตรวจสอบลึกลงไป จึงปรากฏหลักฐานเพิ่มอีกมีพี่เลี้ยง(cher)อีกหลายคนที่ได้กระทำความผิด ต่างกรรมต่างวาระ และอีกมากเพียงใดที่หลักฐานได้ถูกลบจากวงจรปิด ยิ่งขุดยิ่งเจอ
การสำนึกของพี่เลี้ยงคนนี้เป็นเพียงการต่อสู้ที่จะเรียกคืนการที่เธอถูกทำร้าย มันใช่การสำนึกผิดจริงๆใช่มัย
ถ้าคิดในแง่ของการต่อต้านความรุนแรง ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่สามารถนำมาใช้เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงในสังคม คนที่ใช้อำนาจความเหนือกว่าและพยายามเอาคืนโดยไม่เคารพกฏหมาย ก็สมควรได้รับความผิด (ที่เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบจริงๆ ตามความคิดเห็นส่วนตัวและนั้นคือสัญชาตญาณที่ปกป้องลูกจากคนเป็นพ่อแม่ เพราะนั้นคือศัตรูที่มาทำร้ายและการกำจัดก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับอำนาจที่เหนือการควบคุมของบุคคลนั้น )
แต่คำว่าสำนึกผิดของครูและบรรดาครูๆหรือพี่เลี้ยงเหล่านี้ คงต้องใช้ระดับฝีมือขั้นเทพแบบทนายเดชา ที่จะสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ที่จะทำให้ผู้จ้างและผู้เสียหายได้ข้อสรุปที่พอใจทั้งสองฝ่าย และการเริ่มต้นใหม่ของโรงเรียนสารสาสน์ กับวาจาของท่านผู้เฒ่าที่จะขายที่ทิ้งหรือยุติสภาพอาณาจักรโรงเรียนสารสาสน์ ที่ท่านได้สร้างมาจนเป็นอันดับต้นของประเทศ ที่ต้องยอมรับว่ามีมาตรฐานไม่แพ้โรงเรียนอินเตอร์และกับการเป็นต้นแบบผู้นำโรงเรียนสองภาษาแห่งแรกในประเทศไทย
รอติดตามการแก้ต่างของทนายที่ถูกประชาชนโจมตีเมื่อต้องเลือกข้างจะได้ข้อสรุปแบบใด การเรียกศรัทธาหรือสุดท้ายตามที่ท่านกล่าว ว่าไม่ได้รับเพราะกระแส แต่รับตามหน้าที่ใครผิดก็ว่าไปตามผิด นั้นเป็นอย่างไร
reference
โฆษณา