มีบัญชีอยู่แล้ว?
จิตวิทยาของการอยากหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ไกลๆ
4
มีใครกำลังมี (หรืออาจจะเคยมี) ไอเดียอยากหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไหนไกลๆ สักที่ ไปในที่ที่ไม่ใครรู้จัก ไม่ต้องสนใจใคร ใช้ชีวิตแบบง่ายๆ แบบนี้บ้างไหมครับ
ด็อกเตอร์ Julie Exline ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยา เขียนบทวามลงบนนิตยาสาร Psychology Today พูดถึงความรู้สึกอยากหนี (An impulse to escape) ว่าเป็นความพยายามในการเอาตัวรอด และอธิบายว่าความรู้สึกนี้อาจเป็นผลมาจาก 3 อย่าง
1
1. #คนรอบตัว
บางครั้งคน (หรือสังคม) รอบตัวเราอาจจะไม่ได้แย่หรือเลวร้ายถึงขั้นที่เราอยากหนีไปจริงๆ แต่สิ่งที่ทำให้เราอยากหนี คือความรู้สึกเหนื่อยในการรักษาความสัมพันธ์ หรือความรู้สึกอึดอัดในการต้องแบกรับความคาดหวัง ความกดดัน และการตัดสินจากคนรอบตัว (หรือสังคม) จึงมีความรู้สึกอยากไปอยู่ในที่ที่ไม่ต้องมีใครรู้จัก และสนใจใคร
2. #หน้าที่และสิ่งที่ต้องทำ
นอกจากหน้าที่การงานที่ยุ่งวุ่นแล้ว เรายังหน้าที่อื่นๆ ในฐานะลูก หรือพ่อแม่ หรือพี่ หรือเพื่อน หรือคนรัก ที่จะต้องทำ หรือหน้าที่อันมาจากความคาดหวัง และความกดดันจากข้อ 1 เช่น ต้องดูแลตัวเอง ต้องมีบ้าน ต้องจ่ายหนี้ ต้องไปเที่ยว ฯลฯ จนรู้สึกเสียการควบคุมตัวเอง (Self-Control) เหมือนคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานพร้อมกันหลายๆ อย่างจนค้าง จะไปต่อก็ช้า เลยรู้สึกอยากรีสตาร์ทใหม่
3. #ความรู้สึกแย่ๆ
บางครั้ง ความรู้สึกอยากหนี ก็เป็นผลพวงมาจากความเครียด ความวิตกกังวล หรือความซึมเศร้า ฯลฯ ที่มีร่วมด้วย พอรวมกับปัญหาในข้อที่ 1 และ 2 จึงกลายมาเป็นความอิรุงตุงนัง ที่กระตุ้นให้รู้สึกอยากหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่มากขึ้น
บางคนอาจจะมองว่าการหนีไปเริ่มต้นใหม่ เป็นการหนีปัญหา แต่ในบางครั้ง การเริ่มต้นใหม่อาจจะเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกวิธีที่สุดสำหรับใครบางคนก็ได้
ฉะนั้นแล้ว สำหรับคนที่อยากออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ไกลๆ จริงๆ และยังไม่เคยทำมาก่อน แนะนำว่าอาจจะลองถามคำถามเหล่านี้กับตัวเองดูก่อน เพื่อประเมินความพร้อมและความต้องการของตัวเอง
1. อะไรผลักให้เราอยากไป และอะไรดึงให้เราอยากอยู่
2. เราจะย้ายไปอยู่ที่ไหน และเห็นตัวเองอยู่ที่นั่นได้จริงๆ ไหม
3. เราคิดเรื่องนี้มานานพอหรือยัง และถ้าไม่ได้ทำ จะเสียใจไหม
4. เราจะย้ายไปอยู่ชั่วคราว หรือถาวร
5. เราจะไปคนเดียว หรือไปกับเพื่อน และรู้จักใครที่ันั่นไหม
6. คิดว่าอะไรเป็นเรื่องยากที่สุด และสามารถจัดการได้ไหม
7. งานที่จะไปทำสอดคล้องกับค่าครองชีพหรือเปล่า
8. หากต้องออกจากงานที่นั่น มีแผนสำรองไหม
9. เอกสาร และข้อกฎหมายต่างๆ
10. การรักษาพยาบาล หากเจ็บป่วย
11. เราปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรม และคนใหม่ๆ ง่ายหรือไม่
12. มีเงินสำรองพอไปตั้งตัวไหม
13. ต้องทิ้งของอะไรไว้ที่นี่ไหม เช่น บ้าน รถ แล้วใครจะดูแล
14. มีเครือข่ายที่ปรึกษาคอยช่วยเหลือที่นั่นหรือเปล่า
15. จัดการกับความเหงาได้มากน้อยขนาดไหน
ส่วนใคร ที่รู้สึกอยากหนี แต่รู้ว่าตัวเองไม่สามารถทำได้แน่ๆ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม ด็อกเตอร์ Diana Raab ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา แนะนำว่าอาจจะลองทำสิ่งเหล่านี้เพื่อทำให้รู้สึกดีขึ้นครับ
1. ฝึกสมาธิ เพื่อลดความฟุ้งซ่านดู เช่น นั่งสมาธิ หรือเล่นโยคะ อะไรที่ควบคุมได้ ก็จัดการแก้ไข อะไรที่เหนือการควบคุม ก็ปล่อยวาง
2. ดูหนัง ฟังเพลงใหม่ๆ ปล่อยให้สมองได้จินตนาการหลุดลอยออกไปจากปัจจุบันบ้าง
3. ออกไปเที่ยวที่ใหม่ๆ เพื่อเติมพลังให้ตัวเองดู
ทั้งนี้ หากมีใครมีประสบการณ์ในการออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ไกลๆ หรือมีประสบการณ์การจัดการความรู้สึกอยากหนี อย่าลืมมาแบ่งปันเรื่องราวและวิธีการให้เราได้อ่านกันบ้างนะครับ
1
เรายังมีคอนเท้นท์และกิจกรรมสนุกๆ อีกเพียบที่ Facebook อย่าลืมกดติดตามกันได้ที่นี่นะครับ: https://www.facebook.com/TheCOLUMNISTth