แต่หัวใจสำคัญของการเติบโตในครั้งนี้ที่ทางประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ที่ปลุกปั้น NER ให้เปลื่ยนแปลงจากสวนยางเพียง 5 ไร่ในปีพ.ศ. 2529 ขึ้นมาอย่างคุณ “ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์” ได้กล่าวไว้ก็คือการเพิ่มกำลังการผลิต
ซึ่งในปีนี้ทาง NER นั้นได้เพิ่มกำลังการผลิตจาก 290,000 ตันต่อปี มาเป็น 460,000 ตันต่อปีนั่นเอง ส่งผลให้แพลนการขายในปีนี้ที่ 360,000 ตันสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีส่งผลต่อกำไรของปีนี้ที่รอทำ All time high ไปแล้วเรียบร้อย
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เป้าของการขายที่เพิ่มขึ้นในระดับดังกล่าวก็เพียงพอที่จะสามารถทำให้ NER รักษาฟอร์มและทำกำไร All time high ไปได้อย่างต่อเนื่องในอีกสองปีข้างหน้า
เรียกได้ว่าเป็นหุ้นที่มีงบสวยน่าติดตามอีกตัวหนึ่งเลยก็ว่าครับกับ NER ที่โดยธรรมชาติของบริษัทนั้นจะชอบเทรนด์ราคายางที่เป็นขาขึ้นเพราะจะส่งผลบวกให้กับ Margin ได้เป็นอย่างดี
และใครที่ติดตาม NER หรือบมจ. นอร์ทอีส รับเบอร์ อยู่ก็คงจะต้องไปเฝ้าติดตามกันต่อว่า New normal ของพี่จีนที่กลับมานิยมใช้รถยนต์แบบ Eco car นั้นจะเป็นไปได้อย่างต่อเนื่องและดีแค่ไหน ??