25 ต.ค. 2020 เวลา 10:53 • การตลาด
“โดนกับดักเข้าแล้ว” ซีรีส์การตลาด EP 4
การขายของ “ไม่ดี” ยังไม่น่ากลัวเท่า การที่ไม่รู้ว่าเรา “ขายของดี” เพราะอะไร ?
กับดักทางความคิดที่ นักขายหน้าใหม่ควรจะรู้!!
กริ๊งงง... เสียงโทรศัพท์เมื่อช่วงเช้าของวันหนึ่ง “พี่ใจดี ผมสอบถามอะไรหน่อย”
ใจดี “ว่ามา”
ปลายสาย “พี่ทำไมยอดขายสินค้า ของผมตกลงมาหนักเลยพี่ สินค้าคล้ายตัวเดิม ทำคอนเทนท์เหมือนเดิมแต่ทำไมยอดขายถึงตกลงมามากขนาดนี้”
ตัวผมเองได้ฟังแบบนั้น ก็คิดในใจ “โดนกับดักเข้าแล้ว”
1
การขายสินค้าอะไรสักอย่าง แล้วขายดีไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การที่จะขายสินค้าตัวที่2 หรือตัวที่3 ให้ประสบความสำเร็จเหมือนกับสินค้าตัวแรกไม่ใช่เรื่องง่าย
แล้วทำไมผมจึงได้จั่วหัวบทความว่า “ขายของไม่ดี” แต่กับไม่น่ากลัวเท่าการที่เราไม่รู้ ว่าเรา”ขายของดี” เพราะอะไร?
เพราะโดยปกติพฤติกรรมของมนุษย์ เราชอบที่จะเสี่ยงโชคในครั้งแรก การลงทุนในธุรกิจเริ่มแรกแล้วส่วนมากเราจะมีความกลัวในการลงทุน จึงทำให้การลงทุนนั้น ใช้เงินในการลงทุนจำนวนไม่มาก เพราะถ้าลองทำแล้วผิดพลาดก็จะได้เจ็บตัวไม่มาก
ถ้าทำแล้วขาดทุน ก็ขาดทุนกันไป แต่ถ้าทำแล้วประสบความสำเร็จ ก็จะคึกคะนองในการลงทุนในครั้งต่อไปมากกว่าเก่า
จากผลสำรวจ คนที่เป็นหนี้จากการทำธุรกิจแล้วล้มเหลวส่วมมากมักไม่ได้มาจากการทำธุรกิจตัวแรก แต่ที่น่าตกใจกับพบว่าคนที่เป็นหนี้มหาศาล ส่วนมากมักจะประสบความสําเร็จกับธุรกิจตัวแรก!
หลายครั้งที่บางคนประสบความสําเร็จในการที่ทำธุรกิจจากสินค้าตัวแรก แต่เจ้าตัวยังไม่รู้เลยว่าที่ทำมานั้น ประสบความสำเร็จจากอะไร ?
อาจจะเป็นเพราะโชคช่วย หรือตัวสินค้าของเรากำลังตรงกับช่วงเวลานั้นพอดี แต่ที่น่าตกใจสุดคือการหลงตัวเองว่าเก่ง ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าสินค้าตัวนั้น หรือ ธุรกิจตัวนั้นประสบความสำเร็จได้ยังไง?
จนบางครั้งอาจทำให้ต้องขาดทุนจากการทำธุรกิจ หรือ สินค้าตัวที่สองเป็นจำนวนเงินที่มากกว่า กำไรที่ได้จากสินค้าตัวแรกเสียอีก
เพราะฉะนั้นเราควรเก็บข้อมูลจากสินค้าที่เราทำแล้วประสบความสำเร็จนั้น เอาไว้ให้มากๆ เพื่อจะนำมาปรับใช้ในการต่อยอดธุรกิจตัวต่อไปได้
แหล่งข้อมูลที่ดีที่สุดก็คือกลุ่มลูกค้าเก่าที่เคยซื้อสินค้าของเรานั้นเอง เพราะการทราบข้อมูลจากลูกค้าเก่าของเรามีต้นทุนที่ถูกกว่า และ เป็นกลุ่มที่ได้ทดลองใช้สินค้าของเรานั้นเอง
คำตอบหลังจากที่ได้ใช้สินค้าแล้ว ย่อมจะดีกว่าคำตอบจากความสนใจจากลูกค้ารายใหม่ที่ยังไม่เคยทดลองใช้
การที่เราจะประสบความสำเร็จจาก สินค้าตัวที่2 สินค้าตัวที่3 หรือตัวสินค้าในตัวต่อๆไปได้นั้น ยังต้องรู้ข้อมูลพื้นฐานที่ควรรู้อีกเช่น
ข้อมูลชุดที่เราควรจะรู้
- เรากำลังขายอะไร คือ ไม่ได้หมายถึงว่าตัวสินค้าคืออะไร เช่น โต๊ะ มีด หรือ เสื้อผ้า
แต่เป็นว่าเรากำลังขายความรู้สึกอะไรให้ลูกค้า เช่น สินค้าวัยรุ่นคือ เทรนสินค้าใหม่ๆ สินค้าที่สามารถเอาไว้โชว์มากกว่าเอาไว้ใช้ หรือ สินค้าในหมวดความปลอดภัย คือ ตัวสินค้าควรมีประสิทธิภาพใช้งานได้มากกว่ารูปลักษณ์ของตัวสินค้า
- เรากำลังแข่งกับใคร คือ ตัวสินค้าในหมวดปัจจัย5 หรือ ตัวสินค้าในหมวดฟุ่มเฟือย
ตัวสินค้าในด้านปัจจัย 5 ส่วนมากจะมีคู่แข่งเป็น บริษัทใหญ่เป็นเจ้าตลาด เช่น cp
จากช่วงเหตุการณ์ โควิด19 จะเห็นว่ามีช่วงที่รายย่อยกระโดดเข้ามาแข่งกันขายหน้ากาก อนามัย ช่วงนั้นไม่ว่าใครที่มีสินค้ามาขายก็ขายได้ แต่พอเจ้าใหญ่กระโดดเข้ามาในตลาด รายย่อยก็ต้องเลิกขาย แต่ถึงแม้จะขายได้ ก็จะได้กำไรน้อยลง
ตัวสินค้าในหมวดฟุ่มเฟือย ถึงแม้ว่าจะได้กำไรดี แต่ก็ต้องจับจังหวะให้ดี เพราะสินค้าพวกนี้เป็นสินค้าที่ไม่ต้องซื้อก็ได้ โดยส่วนมากสินค้าหมวดนี้ เจ้าใหญ่ๆจะไม่กระโดดลงมาเล่น เพราะความต้องการของลูกค้าจะถูกเปลี่ยนตลอด ไม่คุ้มค่าทำคอนเทนท์ใหม่ๆ จึงเหมาะกับธุรกิจของผู้ประกอบการรายย่อยมากกว่า
- จำนวนสินค้าต่อราคา คือ เคยเห็นคนขายของดี แต่ขาดทุนไหม บางครั้งสินค้าเราขายดีเพราะกำไรต่อชิ้นเราต่ำ แต่การที่เราขายดีกับทำเราให้เรามีรายจ่ายในการบริหาร การจัดการในตัวสินค้าสูงตามไปด้วย ถ้าเราบริหารรายจ่ายได้ไม่ดี อาจจะทำให้รายจ่ายสูงกว่ากำไรที่เราได้รับก็ได้
เพราะฉะนั้นเราควรหาจุดตัดของราคาสินค้า กับรายจ่ายในการบริหาร ให้สมเหตุสมผลกัน
สรุป การที่เรา”ไม่รู้ว่า”เราประสบความสําเร็จกับสิ่งที่เราทำ นั้นน่ากลัวกว่าการที่เราทำอะไรแล้วเกิดความล้มเหลวเสียอีก เพราะผมเชื่อว่ามูลค่าที่เราจะต้องจ่าย จากความล้มเหลวในครั้งแรก นั้นย่อมมีมูลค่าที่น้อยกว่า ความล้มเหลวที่ต่อเนื่องมาจากที่เราประสบความสำเร็จในครั้งแรกอย่างแน่นอน..
หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับเพื่อนๆนะครับ ขอบคุณที่เข้ามาติดตามอ่านกันนะครับ🙏💕

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา