21 พ.ย. 2020 เวลา 03:08 • นิยาย เรื่องสั้น
EP 8: สวัสดีครับ กระผมอ็อตโต้ เก้านิ้ว หนึ่งในผู้รอดชีวิตจาก COVID19 ณ เมืองนิวยอร์ก เมืองที่มีคนติดเชื้อไวรัสนรกตัวนี้มากที่สุดในโลก ปัจจุบันตอนที่เขียนคือ วันที่ 10 เดือนพฤษภาคม ปี2020 มีคนติดเชื้อที่ตรวจพบกว่า 350,000 คน ที่ไม่ตรวจแต่เป็นอีกไม่รู้เท่าไหร่และที่เสียชีวิตไปแล้วก็มากกว่า 15,000 คน โอ้ว มาย ก็อตตต! ตอนนี้ขณะที่กำลังโพส คนติดที่อเมริกาปาไปแล้วสิบล้านคน! เสียชีวิตไปแล้ว 250,000 คน และยอดยังคงเพิ่มขึ้นหลัก แสนรายต่อวัน! ยอดเพิ่มขึ้นเก้าล้านกว่าคน ภายในระยะเวลาแค่หกเดือน! เฮ้อ คิดแล้วก็โชคดีมากที่ผมหายจากเจ้า COVID19 ไม่เอาตัวเองไปใส่ในเลขสถิติหลัง แม้ว่าร่างกายจะยังเปลี้ย เรี่ยวแรงไม่กลับมาแบบเต็ม ๆ แต่ฟื้นตัวใช้ชีวิตได้เหมือนกับคนปรกติก็ถือว่ายังไม่หมดเวรหมดกรรม ก็ต้องอยู่กันต่อไปก่อน แต่ว่าตอนนี้กลับมีปัญหาอย่างอื่นเข้ามาแทน นั่นคือเรื่องของปากท้อง
ก็นิวยอร์กปิดเมืองเล่น Social Distancing มาเป็นเดือน ๆ ร้านที่ผมทำงานอยู่ก็ปิด แถมยังไม่มีวี่แววว่าจะได้เปิดในเร็ววันนี้ ตอนแรก ๆ ช่วงที่เขาปิดสองสัปดาห์ก็โอเค น้อง ๆ ที่ร้านก็กรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ เหมือนได้มี vacation มีวันหยุดฮอลิเดย์กับเค้า ผ่านมาอีกไม่กี่วัน นาย Cuomo พ่อเมืองนิวยอร์กประกาศ บอกปิดถึงสิ้นเดือนเมษายนก็เริ่มใจหายนิด ๆ ต่อมาแกประกาศขยายเวลาหยุดเมืองนิวยอร์กออกไปเป็นกลางเดือนพฤษภาคมแล้ว หลายคนพอรู้ก็ได้แต่ร้อง ว็อต ดา ฟลั๊ก! ไม่ฟลั๊กได้ยังไงล่ะครับ ก็ไอ้ค่าใช้จ่ายที่มันมาแบบเนียน ๆ เหมือนจะไม่เยอะอะไร อย่างค่าเช่าบ้าน เดือนนึงนี่ซึ่งก็ประมาณ $800 พอมาเจอคอมโบเซ็ทอย่างค่าไฟ, เน็ต, แก๊สและโทรศัพท์อีกก็ร้องซี๊ดส์กันใหญ่ แต่...ที่หนักสุดก็เห็นจะไม่พ้น “ค่ากับข้าว" กับ "ข้าไม่มีจะแดรก” นี่แหละ ก็คนมันต้องกินทุกวัน วันละสามมื้อ จะทำไงได้ล่ะครับ
ทางผมน่ะมีการเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ตุนอาหารเอาไว้บ้าง คือมีพวกข้าวกับพวกเส้นต่าง ๆ แล้วก็ของแช่แข็งเอาไว้พอประมาณ แต่ว่านี่ปิดเมืองกันมาเป็นเดือน ตุนยังไงก็ไม่พอหรอกค๊าบพี่น้อง! หลังจากผ่านมาสิบวัน ครึ่งเดือน ของกินในตู้เย็นก็ร่อยหรอแทบไม่มีอะไรเหลือให้รับประทานแล้ว ไอ้ใจผมเนี่ยก็ไม่อยากออกไปข้างนอกเลยถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ขืนป่วยอีกที คราวนี้เห็นทีจะไม่รอดเป็นแน่แท้ แต่ถ้าไม่ไปจับจ่ายซื้อของกินเข้าตู้ ก็คงได้กินแต่ข้าวสารแกล้มซอสถั่วเหลืองแหง ๆ หลังจากคิด คำนวณ ก็บอกตัวเองว่า เอาวะ กลั้นใจออกไปลุยหน่อยล่ะ!
ร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตเอเชียที่ใกล้บ้านก็พร้อมใจกันปิดร้านหมด แถมพี่แกปิดแบบไม่มีกำหนดว่าจะเปิดเมื่อไหร่อ่ะครับ จะเหลือก็ซุปเปอร์มาร์เก็ตของพวกฝรั่งเท่านั้นอย่าง C-town, Key food ที่ยังเปิดอยู่ ปรกติก็ไม่ค่อยจะมีโอกาสได้ไปหรอกนะเพราะมันไกลบ้านกว่าซุปเปอร์มาร์เก็ตเอเชียแถมของกินแบบบ้านเราสไตล์เอเชียก็ไม่มีคราวนี้มันมัดมือชก ไม่มีทางเลือกก็ต้องไปล่ะ แต่พอไปถึงหน้าร้านก็เหวอเลยครับ
“เย๊ะเข๊!” ผมอุทาน เมื่อเห็นคนเข้าแถวกันยาวเป็นสามสิบห้าสิบเมตรเลย พ่อเจ้าประคู้ณ ต่อแถวยาวซะเหมือนแจกฟรี แหม่...ก็ตอนนี้มันช่วง Social Distancing ใช่ม่ะ ร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตเลยจำกัดคนที่เข้าร้านได้ในแต่ละครั้ง ไม่ใช่ว่าให้เข้าไปหมดพร้อมๆกัน มันแออัดเข้าใจม่ะ! ก็ยืนเกาไข่อยู่หน้าร้านกันเพลิดเพลินไป อารมณ์แบบยืนลุ้นทุกทีที่มีคนเดินออกมา ออกมาเร็ว ๆ ซิฟ่ะ กรูจะได้เข้าสักที
หลังจากรอประมาณครึ่งชั่วโมงนิด ๆ พวกผมก็ได้เข้าข้างในล่ะ นี่ขนาดไปยืนรอตั้งแต่เขายังไม่เปิดเลยนะ ผมก็ตรงดิ่งไปที่แวะผักสดก่อนเลย เพราะว่าอยากได้กากใยไฟเบอร์มากกส์... คือ ช่วงที่ป่วยไปสามสี่สัปดาห์นี่ เรียกว่าไม่มีไฟเบอร์เลยในชีวิต กินแต่ข้าวต้ม, ซอสถั่วเหลืองกับหมูหยองทุกมื้อ อึทีเป็นก้อนเล็ก ๆ เท่ากับอึกระต่าย เฮ้อ แหม่พูดซะเห็นภาพ เปรี้ยวปากขึ้นมาเลย 555 แต่ขณะที่กำลังเพลิดเพลิน รื่นเริงรมย์กับผักสดนานาชนิด ก็พลันสะดุดตากับอะไรบางอย่าง
“เย๊ะค๊ก!!” ผมอุทาน อย่าหาว่าผมหยาบคาย แม้จะจริงก็ตาม เอิ๊กๆ ที่อุทานก็เพราะราคาผักกระโดดไปอีกเกือบสามเท่าตัว จากที่ราคาปอนด์ละ $1.50-$1.99 นี่พี่แกล่อไป $4 ขึ้น เทียบเป็นกิโลแบบบ้านเรา ราคาผักที่นิวยอร์กจะตกกิโลละสามสี่ร้อยบาท รู้งี้กรูปลูกกินเองไปนานแล้ว! ผักชีต้นหอมนี่ไม่ต้อมพูดถึง กำเล็ก ๆ ประมาณสี่ห้าต้น ราคา$3-$4 ต้นละเกือบสามสิบบาท โอ๊ย! มันเจ็บแปล๊บที่แถวต่อมหมวกไต ที่เป็นที่อยู่ของกระเป๋าตังทันที ยิ่งในภาวะวิกฤตร้านอาหารที่ทำงานปิด มีแต่รายจ่ายไม่มีรายรับแบบนี้ เงินทองมันก็ต้องคิดให้ดี ๆ ก่อนจะใช้ ว่าแล้วก็ซื้อแต่ของที่จำเป็นจริง ๆ อ๊าค!
เข้าคิวตอนเข้าร้านเนี่ยว่ายาวแล้วนะ เข้าคิวตอนจ่ายเงินนี่ก็ยาวไม่แพ้กันเลยครับ แถวยาวเหยียดต่อกันแบบห่าง ๆ วนไปรอบร้าน คือมีตังค์อย่างเดียวไม่ได้นะ ต้องรอด้วย พี่แคชเชียร์ก็ทำงานแบบ Slow Life โคตร ๆ ทำงานช้ากว่านี้ก็ข้าราชการแล้วล่ะค้าบบบ เฮ้อ เพลีย! แต่ก็รู้สึกดีอยู่บ้าง ที่เห็นพวกผักสด อาหารกล่อง กระป๋องของกินวางเต็มชั้นสภาพก็ไม่ได้ถูกรื้อเละเทะอะไรมากนัก ก็รู้สึกเบาใจว่ามีของกินให้ซื้อแบบนี้ แปลว่าอย่างน้อยคงไม่เกิดพวกเหตุการณ์ก่อความไม่สงบหรือจราจลแบบในหนังที่เราเคยเห็นล่ะนะ ก็จ่ายเงินเสร็จแล้วก็เดินตัวปลิวแบกของกลับบ้านกัน
“เย๊ะเหรี๊ย!” ผมอุทานเพราะเห็นรถโดนทุบกระจกสามคันรวด จอดกระจกแตกเรียงกันหราอยู่นั่นแหละ เฮ้อ...ใครว่าอเมริกามีขื่อมีแป ก็ต้องมองกันให้มันชัด ๆ กันหน่อยล่ะนะ มันก็มีช่องให้ขโมยขโจรมันได้ฉกฉวยด้วยเหมือนกัน ตำรวจก็กลัว COVID19 เป็นนะ หลบอยู่บ้านดีกว่า เอิ๊ก ๆ แต่ก็น่าจะดีกว่าของบ้านเรานะ ที่เห็นแล้วยังอุ่นใจ ไม่ใช่เห็นแล้วเพลีย เพราะเจอแต่ตั้งด่านเก็บ...อุ๊ย ๆ ลากการเมืองมาเกี่ยวอีกล่ะ
พี่รูมเมทที่บ้านพอเห็นสภาพรถที่โดนทุบแล้ว บอกโคตรจะดีใจที่เขามีที่จอดรถในบ้าน ไม่งั้นคันที่โดนทุบอาจจะเป็นรถของเค้าก็ได้ คือ จุดเกิดเหตุมันห่างจากประตูบ้านระยะเดินไม่ถึงสามนาที คือมันใกล้มาก ๆ คิดในใจถ้าวิกฤตCOVID19 มันยังไม่ดีขึ้นแบบนี้ วันนี้โจรทุบรถ วันหน้าก็คงไม่พ้นทุบกรูล่ะ เหอ ๆ
สภาพรถโดนทุบซะ
​แต่ก็ใช่ว่าในช่วงวิกฤตแบบนี้จะไม่มีอะไรดี ๆ เกิดขึ้นนะ เพราะเขารู้ว่าถ้าคนเราท้องหิว อะไรมันก็ทำได้ โครงการ “Free Meal” จึงเกิดขึ้นครับ เป็นโครงการแจกอาหารให้กับทุกคน ไม่มีข้อจำกัดอะไรทั้งนั้น จะเป็นยาจก คนไร้บ้านหรือเป็นนายกรัฐมนตรีบก็มาขอได้ แค่ต่อแถวรอรับอาหาร ก็รับประกันได้ว่าไม่อดตายแน่ ๆ ผมเองก็ลองไปมาเหมือนกัน อาหารที่เขาเตรียมไว้ให้ก็ไม่เลวเลย มีแซนวิชใส่เนยถั่ว ใส่ชีสก็มี พร้อมด้วยนมกล่องและก็มีผลไม้แบบสัปปะรด แอปเปิ้ลปอกแล้วไว้ให้ เอาง่าย ๆ คือ กินกันตายได้แน่ ๆ เพราะครบทุกหมวดหมู่แบบนี้ แถมยังรับมาได้คนละหลายๆ ถุงด้วยนะ เอาไว้กินเช้า กลางวัน เย็นเลยก็ได้ เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ ไม่เหมือนรัฐบาลบางประเทศที่ต้องมามัวแต่ขอเรี่ยไรเงินจากประชาชน เพราะเงินที่เคยมีอยู่ (หรือไปกู้มานะ) ดันเอาไปแจกโครงการชิม ๆ ช็อป ๆ อะไรนี่แหละ เอ๊ย ไม่ใช่ล่ะๆ นอกเรื่องไปไกลอีกแล้ว...
Free Meal
ส่วนคนไทยก็ไม่น้อยหน้านะ มีหลายร้านอาหารไทยที่ทำอาหารแจกฟรีให้กับหมอ พยาบาล หน่วยหน้ากล้าตายสู้กับ COVID19 หรือคนทั่วไปเลยนะครับ นอกจากนั้นยังได้ยินว่ามีบางคนแจกหน้ากากบ้าง แจกข้าวสารบ้างให้กับพี่น้องคนไทย วัดไทยก็ไม่น้อยหน้ามีแจกถุงยังชีพด้วยน้ำใจคนไทยล้นเหลือเสมอครับ ยามที่ตกระกำลำบากกันเช่นนี้ด้วยเนี่ย อะไรช่วยเหลือกันได้เขาทำกันเองไม่ต้องให้ใครมาบอก มันคือสามัญสำนึกร่วมมือร่วมใจกัน ซึ่งผมก็แวะไปเอาเกือบทุกที่ครับ ช่วงนี้ที่ไหนมีของฟรี ที่นั่นเจอกระผมแน่นอน บางกรอบยิ่งกว่าพิซซ่า ก็กรูนี่แหละครัาบ...พี่น้อง
ของแจกวัดไทย ^^
​ เราก็คงไม่สามารถคาดเดาได้ว่าวิกฤตCOVID19 มันจะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่ ณ ปัจจุบันจะครบปีแล้ว ยอดคนป่วยทั่วโลก ยังเพิ่มขึ้นหลายแสนต่อวัน เราคงต้องอยู่กับมันไปให้ได้อย่างระวังไปอีกพักใหญ่ ๆ มันเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ที่โลกต้องจดจำไปตลอดกาลว่า ครั้งนึงเคยมีไวรัสตัวร้ายที่อยู่ดี ๆ ก็โผล่ออกมาแล้วก็ทำให้โลกใบนี้หยุดหมุน เรื่องที่ดีและไม่ดีเกิดขึ้นมากมาย แต่จากที่ผ่านช่วงวิกฤตมาแล้ว พร้อมกับความช่วยเหลือกันและกันของพี่น้อง ๆ ผมมั่นใจว่า เราจะผ่านมันไปได้ด้วยดีแน่นอนครับ บุญรักษาครับ

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา