21 พ.ย. 2020 เวลา 11:21 • ความคิดเห็น
เล่าปี่ จงรักภักดีจริงเหรอ????
...โพสต์นี้ได้ไอเดียมาจากเมื่อสักพัก ได้อ่านเพจ Timeless history เกี่ยวกับราชวงศ์ฮั่น ก็เลยพาลคิดไปถึงเล่าปี่ขึ้นมา เลยอยากนำเสนอให้อ่าน ให้คิดกัน
คนอ่านสามก๊กส่วนมาก รู้แหละครับวามันเกิดขึ้นในช่วงราชวงศ์ฮั่นตอนปลาย
...ส่วนมากคือรู้ว่าจุดเริ่มต้นมาจากโจรผ้าเหลือง แล้วก็ลามปามมาเป็นตั๋งโต๊ะ และกลายเป็นสามก๊กในที่สุด...
...แต่กี่คนจะรู้ว่า แท้ที่จริงแล้ว ราชวงศ์ฮั่นนั้นมีปัญหามาก่อนยุคโจรผ้าเหลืองเสียอีก...
เล่าปี่ ไม่ใช่ราชวงศ์สายตรง แม้มีศักดิ์เป็นพระเจ้าอาก็ตาม
...เรื่องของเรื่องก็คือว่า ราชวงศ์ฮั่นนั้นก่อตั้งโดยคนแซ่ หลิว นาม หลิวปัง หรือพระเจ้าฮั่นเกาจู โดยหลังชนะสงครามต่อแคว้นต่างๆได้ ก็สถาปนาราชวงศ์ฮั่นขึ้น
...เดิมนั้นราชวงศ์ฮั่นมีเมืองหลวงอยู่ทางตะวันตกของประเทศ คือเมือง ฉางอัน เรียกตามประวัติศาสตร์ว่าราชวงศ์ฮั่นตะวันตก
...แต่หลังจากความขัดแย้งยาวนานตลอดประวัติศาสตร์ของยุคฮั่นตะวันตก สุดท้ายมันก็ล่มสลาย
...ในช่วงปลายของราชวงศ์ฮั่นตะวันตกนั้น ขุนนางท้องถิ่นมีอำนาจมากขึ้นจากระบบแบ่งแผ่นดินที่ให้บรรดา war lord ต่างๆปกครอง ทำให้ราชวงศ์อ่อนแอเป็นอย่างมาก ฮ่องเต้ก็ครองราชย์ได้สั้นลงเรื่อยๆจากความฟอนเฟะในราชสำนัก
1
...จนถึงฮ่องเต้องค์สุดท้ายของราชวงศ์ฮั่นตะวันออก ก็โดน war lord นาม "หวังหมั่ง" ที่สะสมบารมีมานานเทคโอเวอร์ประเทศไปในที่สุด
...ถึงตรงนี้ ขีดเส้นใต้ไว้นะครับ แผ่นดินเป็นแซ่ หวัง ไม่ใช่ หลิว แล้ว...
หลังจากหวังหมั่ง ขึ้นครองอำนาจไม่นาน ก็ก่อตั้งราชวงศ์ใหม่ ชื่อว่าราชวงศ์ "ซิน" แต่ก็อยู่ได้ไม่นาน เพราะมีปัญหามากมาย
...จนสุดท้าย หลิวซิ่ว ก็กลับมาทวงแผ่นดินกลับไปอยู่ในมือคนแซ่ หลิว และก่อตั้งราชวงศ์ฮั่นขึ้นอีกครั้ง โดยย้ายเมืองหลวงไปทางตะวันออกที่ลั่วหยาง ทำให้ ราชวงศ์ฮั่นภาคสองนี้ถูกเรียกว่า "ฮั่นตะวันออก"
2
...แต่หลิวซิ่ว ก็ไม่ใช่สายตรงของหลิวปังอยู่ดี...
...ถ้านับที่ตรงนี้ คือ แผ่นดินฮั่น มันจบไปแล้วล่ะครับ การใช้ชื่อเดิม เพื่อลดแรงต้าน เท่านั้นเอง...
แต่ปัญหาเดิมๆมันก็เริ่มกลับมาอีก
ด้วยระบบที่ ต้องปล่อยให้บรรดาท่านลอร์ดทั้งหลาย ครองหัวเมืองแบบแทบจะอิสระ เหมือนที่เคยเป็นมาแล้วในยุคตะวันตก ทำให้เกิดลักษณะที่เรียกว่า "รัฐซ้อนรัฐ" ขึ้นมา
...นัยว่าที่ต้องปล่อยให้เป็นแบบนั้น เพราะความจริงไม่สามารถปราบปรามก๊กของลอร์ดต่างๆได้หมด จึงเหมือนแบ่งแผ่นดินให้ปกครอง ภายใต้ยี่ห้อของทัพใหญ่ที่สุด มากกว่าที่จะหมายถึงรวมแผ่นดินได้จริงๆ
...เปรียบเทียบง่ายๆก็เหมือนยุคไดเมียวของญี่ปุ่นนั่นแหละครับ ที่จักรพรรดิ แทบไม่มีอำนาจอะไร...
...แต่....
War lord เหล่านี้ แม้จะมีอำนาจในการบริหารพื้นที่ตัวเองเต็มร้อย แต่ก็มักจะต้องอ้างส่วนกลางเสมอ เมื่อมีปัญหา
ซึ่งในช่วงนั้น เป็นช่วงที่ฮ่องเต้โดนบำรุงบำเรอ จนทำงานไม่เป็นจาก บรรดาขุนนางสอพลอทั้งหลาย
...แม้จะมีความเจริญก้าวหน้า แต่อำนาจจริงๆ มันไม่ได้อยู่ที่ฮ่องเต้ครับ ฮ่องเต้เหมือนสัญลักษณ์ซะมากกว่า คนบริหารที่เป็นเจ้าของผลงานจริงๆก็คือบรรดาท่านลอร์ดแคว้นต่างๆนั่นแหละ
...มันก็ค่อนข้างชอบธรรมนะ ที่ท่านลอร์ดทั้งหลายจะอ้างสิทธิเหนือดินแดนที่ปกครอง
แต่ถึงแบบนั้นก็ยังมีผู้จงรักภักดีไม่น้อย เพราะไม่รู้ว่าความจริงคืออะไร (สมัยนั้นหน้าตาฮ่องเต้เป็นไงยังไม่รู้เลย)
เมื่อมีความขัดแย้งหรือปัญหาเกิดขึ้น บรรดา War lord ก็โยนผิดไปให้ฮ่องเต้ ... นั่นทำให้ราษฎรโกรธแค้นมากเมื่อเกิดความอดอยาก
1
...และด้วยความที่ขุนนางสอพลอ หวังอาศัยพระราชอำนาจฮ่องเต้มีอยู่รอบองค์เองเสมอ ฮ่องเต้จึงแทบไม่รู้เรื่องอะไรเลย เพราะฟังแต่คนรอบตัวบอกว่า No problem ตลอด จนยิ่งมายิ่งเละ
...ก่อนเกิดกบฏผ้าเหลืองนั้น ที่จริงมันก็มีความวุ่นวายมาตลอดนั่นแหละครับ มีการประท้วงของชาวนาเสมอ เพราะเป็นช่วงที่มีภัยพิบัติบ่อยมากในเมืองจีนสมัยนั้น
...จนสุดท้ายก็เกิดกลุ่มก๊กโจรที่ว่ากันว่าใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลกขึ้น ซึ่งก็คือ โจรผ้าเหลือง และมียุคสามก๊กตามมานั่นเอง ...
เล่าปี ภักดีจริงๆเหรอ?
จากประวัติศาสตร์ที่ยกมา ผมไม่คิดว่าเล่าปี่จะภักดี หรือคิดกอบกู้ราชวงศ์แล้วคืนให้ฮ่องเต้ราชวงศ์ฮั่นจริงๆหรอกครับ
...เล่าปี่นั้นรู้ดี ว่าราชวงศ์ฮั่นนั้น เน่าเฟะเกินจะเยียวยาได้แล้ว ด้วยระบบของตัวมันเอง และศรัทธาของคนจำนวนมาก มันไม่เหลือแล้ว
....ในมุมมองผม เล่าปี่ นั้นเป็นพวก "โหน" ตัวพ่อเลยทีเดียวแหละ...
ด้วยความที่ไม่มีต้นทุนดั้งเดิมมากเท่าคนอื่น
( แต่ตามประวัติศาสตร์จริงๆก็ไม่ได้จนขนาดสานรองเท้า สานเสื่อขาย)
...เล่าปี่จึงต้องหาจุดขายของตัวเอง ซึ่งเขาก็มีอยู่อย่างเดียวคือความเป็น ราชนิกุล นั่นเอง
...เล่าปี่อาศัยจุดนี้มาหากินกับผู้จงรักภักดีและข้าเก่าในราชวงศ์ฮั่น เพื่อสร้างความชอบธรรมให้ตนเอง
...และพยายามบอกว่า เขาชอบธรรมที่สุด ในบรรดาท่านลอร์ดทั้งหมด เพราะเป็นเชื้อพระวงศ์ ( ที่ห่างมากกก) นั่นเอง
...ซึ่งถ้าจะว่าตามจริงแล้ว การนับญาตินั้นท่านลอร์ดทั้งหลายก็นับได้หมดนั่นแหละ เพราะส่งบรรดาผู้หญิงในตระกูลเข้าวังถวายตัวกันทั้งนั้น จะว่าเป็นสายใกล้ชิดกว่าเล่าปี่ก็ยังได้ อันนี้คือเล่าปี่ค่อนข้างอวยตัวเองอย่างเห็นได้ชัด
...ซึ่งก็ได้ผล เพราะบรรดาข้าเก่าก็มาเข้ากับเขาหมด จนมีกองทัพที่แข็งแกร่งพอจะสู้กับอีกสองพวกที่เหลือนั่นเอง
...และทำให้แผ่นดินกลายเป็นสามก๊กในที่สุด...
เล่าปี่นั้น อาศัยการโหนกับหลายเรื่องครับ โดยเฉพาะเวลาต้องการอ้างความชอบธรรมต่างๆ
แต่การกระทำจริงๆของเขา ไม่เคยมีแม้แต่ครั้งเดียวที่จะแสดงว่า จะคืนอำนาจให้ฮ่องเต้หรือเชื้อสาย สายตรงของราชวงศ์ฮั่น
...ถ้าอ่านฉบับยอดฮิตของล่อกวนตงเป็นหลัก เล่าปี่นั้น ถูกขงเบ้งกล่อมตั้งแต่ไปเชิญในกระท่อมแล้วครับว่าราชวงศ์ฮั่นนั้นสิ้นวาสนาไปแล้ว...
..ดังนั้นที่เขาสู้ทั้งหมด คือ สู้เพื่อการขึ้นสู่อำนาจของตัวเอง โดยใช้แผนเดียวกับหลิวซิ่วหรือฮั่นกวงตี้ในอดีต ที่อ้างความเป็นพระญาติ แต่ไม่ใช่สู้เพื่อสายตรงอีกต่อไปแล้ว...
ถ้ามองคำว่าความภักดีของเล่าปี่นั้นมีต่อราชวงศ์ฮั่น
1
...เล่าปี่ ภักดีต่อแผ่นดินจีนด้วยหรือไม่? นี่คือคำถามที่น่าสนใจมาก
ถ้าเรามองไปที่โจโฉ ซึ่งคุมอำนาจส่วนกลางสมัยนั้น ก็ต้องบอกว่าโจโฉเป็นนักบริหารที่เก่งมากนะครับ
คือ ภายใยต้แผ่นดินวุยก๊กนั้น ประชาชนค่อนข้างอยู่ดีกินดีเอามาก ๆ แทบไม่มีการประท้วงใดๆเลย ตามที่บันทึกไว้
...ตรงข้าม ในเสฉวนของจ๊กก๊กนั้น กลับค่อนข้างมีปัญหา เพราะเล่าปี่ต้องการเสบียงจำนวนมากเพื่อทำศึกสงครามที่เขาอ้างว่า "ทวงแผ่นดินฮั่น" อยู่ตลอดเวลา
คำถามจึงมีอยู่ว่า เล่าปี่หรือโจโฉกันแน่ที่ไม่ภักดี โดยเฉพาะต่อแผ่นดิน?...
...ภายใต้หน้ากากจงรักภักดีของเล่าปี่นั้น มันถูกซ่อนด้วยความมักใหญ่ใฝ่สูงของเขาเองมากที่สุดในบรรดาสามตระกูลในสามก๊ก
...หากภักดีจริงๆ คงไม่ตั้งลูกตัวเองที่สติไม่ค่อยดีมาเป็นรัชทายาทหรอกครับ สายตรงฮ่องเต้ลูกหลานเยอะแยะ ไปเชิญมาสักคนให้ครองจ๊กก๊กต่อก็ได้ ทำไมไม่ทำ เรื่องนี้ดูง่ายมาก
...แล้วจะอ้างให้แผ่นดินมันวุ่นวายเพื่ออะไร...
...ในมุมนึง โจโฉและซุนเซ็กซะอีก คือคนที่เข้าใจว่าทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว และพยายามปกครองดินแดนของตนให้สงบสุขที่สุดเท่าที่จะทำได้
...เชื่อไหมครับ หลังปราบอ้วนเสี้ยวแล้ว โจโฉไม่ค่อยอยากจะทำสงครามนักหรอก โดยเฉพาะกับง่อก๊ก
...แต่ก็เล่าปี่นั่นแหละสร้างความวุ่นวายในกรณีของเก็งจิ๋ว จนโจโฉอยู่เฉยไม่ได้ ต้องยกทัพมาจนปะทะกับง่อก๊กในที่สุด
...ใครดีใครเลว ก็ลองคิดกันดูเถอะครับ....
เรื่องของเล่าปี่นั้น สอนให้เรารู้ว่า
...คนภาพดี ชอบอ้างความดี มันดูดีแน่ๆล่ะ..
...ดีจนเรามองข้ามความคดในข้อของมันไปได้...
...คนดีหรือภักดีนั้น ไม่ได้ดูที่คำพูดหรือการกระทำฉาบฉวย...
...แต่เราต้องดูถึงจิตเจตนาของสิ่งที่เขากระทำด้วย...
...ไม่เช่นนั้น ทุกอย่างก็จะมีแต่ความวุ่นวาย...
กงล้อประวัติศาสตร์มักหมุนเวียน เหยียบทับของมันไปทั่วโลกเสมอ
...ปัจจุบัน มันเหยียบอยู่ตรงไหนของโลกล่ะ?...
...ฝากให้คิดกันดูนะครับ...
...แต่ที่แน่ๆ เล่าปี่ ไม่ใช่คนดีอะไรเลย ในสายตาผม....
โฆษณา