อาหารด่างเพื่อสุขภาพ ดีจริงไหม ?
เชื่อว่าหลายคนคงจะเคยได้รับข้อความส่งต่อ ๆ มา ซึ่งวนเวียนมาเป็นสิบปีแล้ว แต่ก็ยังวนเวียนมาเรื่อย ๆ (วันนี้ผมก็เพิ่งได้มาอีกรอบ) ในหัวข้อที่เกี่ยวกับ อาหารด่าง หรือ น้ำด่าง ที่สามารถทำให้สุขภาพดี ป้องกันโรค ป้องกันมะเร็ง
2
คำถามคือ ข้อความเหล่านั้น เชื่อได้ไหม ?
คำตอบ แบบฟันธงคือ ข้ออ้างที่ว่า “ความด่างของอาหารหรือน้ำ ช่วยป้องกันโรค ป้องกันมะเร็ง” มีหลักฐานสนับสนุน น้อยมากๆ หลักฐานส่วนใหญ่จะค้านมากกว่า 

จนตอนนี้ต้องสรุปไปว่า ไม่จริง
1
แต่ ......
คำแนะนำให้กินอาหารที่เป็นด่าง มักจะแนะนำให้กิน ผัก ผลไม้ เลี่ยงน้ำอัดลม ลดเนื้อสัตว์ ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายจริง เพียงแต่ ประโยชน์ที่ได้นั้น “ไม่ได้มาจากความเป็นด่าง” อย่างที่อ้างถึง
2
สำหรับคำอธิบายที่ละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นแบบนี้ครับ
เริ่มจาก
อาหารด่างคืออะไร ?
อาหารด่างที่นิยมเรียกกันนั้น จริงๆ แล้วมีความหมายที่ผิดนิดนึง เพราะชื่อจริงๆ มาจาก alkaline-ash diet ซึ่งมีความหมายต่างไปจาก อาหารด่าง
1
ปกติเมื่อเรากินอาหารเข้าไปในร่างกาย อาหารต่างๆจะถูกย่อยจนมีขนาดเล็ก จากนั้นจะถูกส่งเข้าไปในเซลล์เพื่อ “เผา” เพื่อให้ได้พลังงานออกมา
หลังการเผาจะมี สารอื่นเกิดขึ้น ซึ่งจะเรียกว่าเป็น เถ้า หรือ ash จากการเผาก็พอได้
1
เถ้าที่เหลือนี้ บางครั้งก็มีความเป็นกรด บางครั้งก็มีความเป็นด่าง
และเป็นเถ้าเหล่านี้ครับที่ สมมติฐานของอาหารด่าง ให้ความสนใจ
สมมติฐานเชื่อว่า ความเป็นกรดด่างที่เหลือนี้ จะทำให้ความเป็นกรดด่างของร่างกายเปลี่ยนไปได้ โดยเฉพาะความเป็นกรดด่างของเลือด
ถ้าเรากินอาหารที่ให้ เถ้า หรือ ash เป็นกรด
ร่างกายหรือเลือดเราก็จะมีความเป็นกรดมากขึ้น
6
ถ้าเรากินอาหารที่ให้ เถ้า หรือ ash เป็นด่าง
ร่างกายหรือเลือดเราก็จะมีความเป็นด่างมากขึ้น
อาหารแต่ละชนิดให้ความเป็นกรดด่างของเถ้าไม่เท่ากันเช่น
1
เนื้อวัว เนื้อไก่ ปลา ไข่ จะให้เถ้าที่เป็นกรด
ถั่ว ผัก ผลไม้ส่วนใหญ่ จะให้เถ้าที่เป็นด่าง แต่ก็จะมีผลไม้บางอย่างที่เป็นข้อยกเว้น เช่น แครนเบอรี่ และ ลูกพรุน จะให้เถ้าเป็นกรด
จะเห็นว่าความเป็นกรดด่างของเถ้านี้ จะไม่ได้ขึ้นกับว่า ตัวอาหารนั้นเป็นกรดหรือด่าง เช่น มะนาว หรือส้ม ซึ่งตัวมันเองเป็นกรด แต่จัดว่าเป็นอาหารด่าง เพราะเมื่อเผาเสร็จแล้ว เถ้าที่เหลือจะเป็นด่าง
2
คำถามคือ จะรู้ได้ยังไงว่า ร่างกายของเราเป็นกรดหรือด่างอยู่ ?
คำแนะนำของคนที่เชื่อในอาหารด่างคือ ให้วัดค่าความเป็นกรดด่างของปัสสาวะดู
1
และนี่ก็คือจุดแรกที่เป็นปัญหาของคำแนะนำนี้ เพราะ แต่ละส่วนของร่างกายเรา มีภาวะกรดด่างต่างๆกันไปมากมาย บางส่วนก็มีความเป็นกรดมาก เช่น ในกระเพาะอาหารมีความเป็นกรดสูงมาก เพราะกระเพาะใช้กรดเพื่อย่อยอาหาร
2
ส่วนเลือดปกติจะมีความเป็นด่างน้อยๆ และเปลี่ยนแปลงน้อยมาก ๆ หรือแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงไปตามอาหารที่เรากินเลย เพราะการเปลี่ยนแปลงความเป็นกรดด่างในเลือดที่มากไป มันอันตรายมาก อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
2
ดังนั้นร่างกายจึงมีกลไกที่จะปรับกรดด่างในเลือดให้คงที่เกือบตลอดเวลา
และอวัยวะสำคัญหนึ่งที่จะช่วยทำงานนี้ก็คือ ไต โดยการขับกรดที่มากไปออกไปทางปัสสาวะ
ความเป็นกรดด่างในปัสสาวะจึงเปลี่ยนไปได้ตามอาหารที่เรากิน แต่ไม่ได้บอกความเป็นกรดด่างในเลือดของเรา
1
สรุปคือ อาหารแทบจะไม่มีผลต่อกรดด่างในเลือดเลย มีผลต่อกรดด่างของปัสสาวะเท่านั้น
1
และประเด็นที่ว่า ความเป็นกรดด่างของเถ้า จะมีผลต่อสุขภาพ หรือทำให้เสี่ยงที่จะป่วยเพิ่มขึ้น หลักฐานที่มีจริงๆ ก็ไม่ได้สนับสนุนสมมติฐานนี้เท่าไหร่ (มีบ้าง และก็มีที่ค้านพอๆกัน)
1
อีกประเด็นที่มักจะพูดถึงกันบ่อยก็คือ เรื่องของมะเร็ง
ข้อเท็จจริงที่เรารู้ตอนนี้คือ ความเป็นกรดด่างของเนื้อเยื่อ(หรืออวัยวะ) ไม่ได้มีผลต่อการเกิดเซลล์มะเร็ง แล้วเอาจริง ๆ เซลล์มะเร็งส่วนใหญ่จะเกิดในสิ่งแวดล้อมที่เป็นปกติคือเป็น กลาง
จริงอยู่ที่ว่า ในสิ่งแวดล้อมที่เป็นกรด เซลล์มะเร็งมีแนวโน้มจะเติบโตได้เร็วกว่า แต่ ..... ภาวะกรดรอบๆเซลล์มะเร็งนั้น เกิดขึ้นจากเซลล์มะเร็งเอง
คือ ถึงแม้ว่าเนื้อเยื่อเราจะมีสภาพเป็นด่าง เซลล์มะเร็งก็สร้างเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมรอบๆให้เป็นกรดได้อย่างไม่ยากนัก
1
ดังนั้น ความเป็นกรดด่างของอาหาร ไม่น่าจะมีผลต่อการเกิด หรือ มีผลต่อการแพร่กระจายของโรคมะเร็ง
(การกินเนื้อแดง หรือ processed meat อย่างไส้กรอก แฮม เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งบางอย่างจริง แต่ไม่ได้เกี่ยวกับความเป็นกรดด่างของเลือดหรือเนื้อเยื่อ)
โดยสรุปนะครับ
1
คำแนะนำการกินอาหารด่าง ในทางปฏิบัติ มีประโยชน์ เพราะคำแนะนำจะให้กินผักผลไม้ ลดเนื้อสัตว์ เลี่ยงพวก junk food ลดน้ำอัดลม
3
แต่ข้อเสียของ alkaline-ash diet คือ มีรายละเอียดปลีกย่อย ที่ทำให้ชีวิตยุ่งยากโดยไม่จำเป็น และรายละเอียดปลีกย่อยเหล่าบางส่วนก็ผิด
ดังนั้นถ้าใครเลือกจะกินอาหารด่าง ก็คงไม่มีผลเสียอะไรมากไปกว่า ชีวิตยุ่งยากขึ้นนิดหน่อย เสียสมองไปกับรายละเอียดที่ไม่ค่อยจำเป็นนิดหน่อย หรืออาจจะต้องเสียเงินเสียเวลาไปกับค่าหนังสือ ค่าคอร์ส ที่ไม่ค่อยจำเป็น
1
เพราะสุดท้าย ส่วนที่มีประโยชน์จริงๆ ของการกินอาหารด่างก็คือ สิ่งที่คนส่วนใหญ่รู้กันดีอยู่แล้ว
ถ้าสนใจอ่านหนังสือวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับร่างกายที่ผมเขียน
สามารถเข้าไปเลือกดูใน shopee และ Line Myshop
ไม่อยากพลาดการแจ้งเตือนเมื่อมีโพสต์หรือบทความใหม่ๆ
Add Line เพื่อรับการแจ้งเตือนต่างๆได้ที่นี่ครับ
1
🔔 Line: @chatchapolbook
112ถูกใจ
67แชร์
12Kรับชม
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      เคลียร์ปม 'ปลาเก๋าหยก' ทำไม CP เลี้ยงได้ แม้กรมประมงห้ามเลี้ยง เคลียร์ปม 'ปลาเก๋าหยก' ทำไม CP เลี้ยงได้ แม้กรมประมงห้ามเลี้ยง พร้อมบอกด้วยว่า มีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าปลาแซลมอน #ปลาเก๋าหยก #CP #กรมประมง #fish #jadeperch #CPF #ปมร้อน #ปลาน้ำจืด #สัตว์น้ำเศรษฐกิจ #กรุงเทพธุรกิจNEWS
      อยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าอยู่บ้านเรา แล้วนิยามคำว่าบ้านของคุณล่ะคืออะไร? ฟรี! ค่าจดจำนอง และ ค่าประเมินหลักประกัน*
      สรรพากร เดินหน้าเก็บภาษีนอกระบบ เป้าหลักคือแม่ค้าไลฟ์สด และ ยูทูบเบอร์ วันนี้ นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพากร ได้ออกมาเปิดเผยว่า ที่ผ่านมา กรมสรรพากร ได้เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษี ให้ทันกับรูปแบบการทำธุรกิจในปัจจุบัน ที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบธุรกิจออนไลน์
      การห้ามกิน "ถั่ว" ของ "พีทาโกรัส (Pythagoras)” ปรัชญาของ “พีทาโกรัส (Pythagoras)” เป็นสิ่งที่ถูกถ่ายทอดและพูดถึงมาเป็นเวลานานจนถึงปัจจุบัน
      ดูทั้งหมด