4 ธ.ค. 2020 เวลา 15:03 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์
สำหรับมุกเก่าวันนี้กับ..ความรู้สึกของการได้กลับมาดูภาพยนตร์โดราเอมอนอีกครั้งในวันที่เราเติบโตเป็นผู้ใหญ่ มีหน้าที่การงาน มีครอบครัวให้ต้องรับผิดชอบ มุมมองชีวิตเปลี่ยนไปจากวันที่หยิบการ์ตูนมานั่งอ่านหลังเลิกเรียนหรือในวันหยุด คงต้องบอกว่า ‘โดราเอมอน’ ตอน ‘ไดโนเสาร์ตัวใหม่ของโนบิตะ’ ยังทำให้มีรอยยิ้ม มีความอบอุ่นใจเหมือนได้เจอเพื่อนเก่า
เหมือนเป็นภาคต่อจากภาคพีสุเกะ ที่ครั้งนั้นได้รับการออกแบบโดย ฟูจิโกะ เอฟ. ฟูจิโอะ เป็นตัวละครการ์ตูนซีรีส์ โดราเอมอน ที่ได้รับการกล่าวถึงเรื่องราวความผูกพันระหว่างมนุษย์กับสัตว์ที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมมานานกว่า 3 ทศวรรษ
ซึ่งพีสุเกะเป็นเพลซิโอซอร์ซึ่งอยู่ในกลุ่มของสัตว์เลื้อยคลานทะเล สายพันธุ์ฟุตาบะซอรัส
เพราะถึงแม้ว่า ‘โดราเอมอน’ ที่ออกมาในช่วงหลัง ๆ จะไม่ได้มีเนื้อเรื่องและลายเส้นที่เกิดจากการสร้างสรรค์ของ อ.ฟูจิโกะ ฟูจิโอะ เหมือนฉบับการ์ตูนที่ผมเคยอ่านกันเมื่อก่อนแล้ว แต่ก็ยังเก็บองค์ประกอบที่ทำให้โดราเอมอนและตัวละครทุกตัวกลายเป็นที่รักเอาไว้ได้อย่างเกือบครบถ้วน
เพราะ ‘โดราเอมอน’ ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐบาลให้เป็นทูตแอนิเมชั่น (animation ambassador) ตัวแรกของประเทศญี่ปุ่น
ตัวการ์ตูนแมวหุ่นยนต์สีฟ้าผู้มาจากอนาคตและชอบกินแป้งทอดเป็นชีวิตจิตใจ ผลงานการสร้างสรรค์ของ อ.ฟูจิโอะ ฟูจิโกะ ยังคงทำหน้าที่เผยแพร่วัฒนธรรม และส่งต่อความรักความอบอุ่นจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
เช่นเดียวกับคนเจน X ที่โตมากับการ์ตูนเรื่องนี้ ผมยังคงเห็นภาพพ่อแม่จูงลูก ๆ มาดูตัวการ์ตูนที่ตัวเองรัก เห็นหนุ่มสาวรุ่นใหม่ซึ่งเติบโตมาในยุคที่มีการ์ตูนเรื่องใหม่ ๆ ออกมามากมาย แต่พวกเขาก็ยังคงรู้จัก และมาดูโดราเอมอนด้วยกัน
1
‘โดราเอมอน’ ตอน ‘ไดโนเสาร์ตัวใหม่ของโนบิตะ’ เป็นภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระที่ ‘โดราเอมอน’ มีอายุครบ 50 ปี ผลงานการกำกับของ คาซูอากิ อิมาอิ เขียนบทภาพยนตร์โดย เก็งกิ คาวามูระ
1
‘ไดโนเสาร์ตัวใหม่ของโนบิตะ’เริ่มต้นที่โนบิตะได้เดินไปสะุดุดกับฟอสซิลชิ้นหนึ่งในมุมจำลองการขุดฟอสซิลที่จัดขึ้นในงานจัดแสดงไดโนเสาร์ และโนบิตะก็ดันเชื่อว่านี่จะต้องเป็นไข่ไดโนเสาร์อย่างแน่นอน(ตอนนั้นดันไปสัญญากับไจแอนกับซูเนโอ๊ะว่าจะเลี้ยงไดโนเสาร์เป็นๆให้ดูหากผิดคำพูดจะเอาเปลือกตาแกะถั่วให้ดู555)
กลับมาบ้านจึงขอผ้าคลุมกาลเวลาจากโดราเอมอนมาฟักไข่
ผลปรากฎว่าออกมาเป็นไดโนเสาร์ฝาแฝดขนสีเขียว และสีชมพู ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่ยังไม่เคยมีการค้นพบมาก่อน
โนบิตะจึงตั้งชื่อไดโนเสาร์ฝาแฝดว่า ‘คิว’ และ ‘มิว’
โดย ‘คิว’ ดูท่าทางไม่เอาไหนเหมือนโนบิตะ
ขณะที่ตัวเมียอย่าง ‘มิว’ ดูเข้มแข็ง และแข็งแรงกว่า
โนบิตะแอบไดโนเสาร์ทั้ง 2 ตัวนี้ไว้ในบ้าน
ทว่าด้วยเหตุก่ารณ์บังคับ โนบิตะจึงต้องตัดใจออกเดินทางกลับไปในอดีต
เมื่อ 66 ล้านปีก่อน เพื่อพาคิวกับมิวกลับไปยังยุคที่เหมาะสม
การเดินทางกลับไปยังยุคครีเทเชียส (ยุคสุดท้ายที่ไดโนเสาร์ครองโลกก่อนจะสูญพันธุ์ไป อยู่ถัดจากยุคจูราสสิก เริ่มต้นเมื่อประมาณ 145 ล้านปีก่อน ก่อนหมดไปเมื่อราว 70-65 ล้านปีก่อน) ของโนบิตะและผองเพื่อนเพื่อตามหาเหล่าไดโนเสาร์ที่เป็นพวกพ้องของคิวและมิวก็ได้เริ่มต้นขึ้น
โดยมีของวิเศษของโดราเอมอนมาคอยช่วยเหลือ และสร้างสีสันความสนุกให้กับคนดูเหมือนเคย
ทว่า อุปสรรคไม่ได้มีเพียงแค่การผจญภัยในโลกยุคดึกดำบรรพ์
ไม่ว่าการหลงไปในยุคก่อนยุคครีเทเชียส เพื่อ....
การถูกจับตามองโดยกลุ่มบุคคลที่ไม่ทราบฝ่าย
การได้(แอบ)พบกับพีสุเกะอีกครั้ง
และวันที่ไดโนเสาร์ต้องสูญพันธุ์จากการพุ่งเข้าชนโลกของดาวหาง..
---ก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ---
หลังจากพบกับการผจญภัยของโดราเอมอน โนบิตะ และผองเพื่อน
ในยุคไดโนเสาร์ที่กลับมาให้ชมกันอีกครั้ง
หลังจากที่เคยซาบซึ้ง 'พีสุเกะ' สหายไดโนเสาร์ตัวเดิมมาแล้ว
ผมคิดว่าการผูกเรื่องของ เก็งกิ คาวามูระ ถึงจะไม่สลับซับซ้อน
แต่ผมคิดว่าเนื้อเรื่องแบบนี้มันกลับทำให้เด็กๆได้คำอธิบาย
ได้ดีกว่าเรื่องก่อนๆมากๆเลย...
1
โฆษณา