6 ธ.ค. 2020 เวลา 09:45 • ท่องเที่ยว
ฮังการี่ที่รัก❤️
Part 3 Fishermen’s Bastion,Buda Castle and Matthias Churche
ป้อมปราการชาวประมง (Fisherman's Bastion)
เป็นจุดมุ่งหมายที่จะไปเยี่ยมเยือน หลังจากแอบเมียงมอง จากริมแม่น้ำดานูบ หลายวันแล้ว ตามเคยรีบไปทานอาหารเช้า และแอบเก็บไข่ต้มไป 2 ฟองกับแอ็บเปิ้ลสีสวยใบเขื่องหย่อนลงในกระเป๋าเสื้อแล้วออกเดินอ้อมไปทางหลังโรงแรมที่พัก🥳
จากที่กางแผนที่ดู ข้างบนนั้นมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอยู่หลายแห่งซึ่งอยู่บริเวณไม่ไกลกัน แต่อุปสรรคแรกเนี่ย คือการเดินขึ้นบันไดชันมาก กว่าจะขึ้นไปถึง จริงๆแล้วมีรถโดยสารอยู่หรอก แต่ความงกล้วนๆ จึงหาข้ออ้างว่า เผื่อเจอดอกไม้ต้นไม้ ระหว่างเดินทาง จะได้ถ่ายรูปสวยๆงัย(ปลอบใจตัวเอง)😂
พอไต่ถึง สิ่งแรกที่ได้เจอก็คือ ป้อมปราการชาวประมง (Fisherman's Bastion)เป็นป้อมปราการสูงใหญ่มากๆ เขาอธิบายไว้ตามป้ายว่า เป็นศิลปะแบบนีโอโกธิค สร้างไว้ตั้งแต่ปี 1895 ถึงปี 1902 เพื่อเฉลิมฉลองการก่อตั้งประเทศ 1000ปี และระลึกถึงความกล้าหาญของชาวประมงผู้เสียสละชีวิต ปกป้องบ้านเมืองเอาไว้ เมื่อเงยหน้ามองด้านบนจะมีหอคอยทั้งหมด 7 อันเป็นสัญลักษณ์ของผู้นำฮังกาเรียนทั้ง 7คนนั่นเอง
ที่ฮังการี อาคารเก่าๆ ของเขาช่างใหญ่โตมโหฬารมากๆ พอไปอยู่ในบริเวณนั้น จะไม่สามารถเก็บรูปได้ทั้งหมด มนุษย์อย่างเราตัวเท่ามด จึงได้แต่ถ่ายมาเป็นส่วนๆเท่านั้น หากอยากมองเต็มๆ คงต้องลงไปนั่งมองจากแม่น้ำดานูบเอา
โบสถ์มัธธีอัส (Matthias Church)
เดินเรื่อยๆไปอีกนิด จะเห็นโบสถ์สูงตระหง่าน ที่มีหลังคาลวดลายสวยแปลกตา โบสถ์นี้ชื่อว่า โบสถ์มัธธีอัส (Matthias Church) ซึ่งโบสถ์แห่งนี้เคยใช้สำหรับประกอบพีธีสำคัญๆของราชวงศ์ฮังการีในอดีต อธิเช่นพิธีราชาภิเษก และในปัจจุบันเป็นที่เก็บพระศพของอดีตกษัตริย์และราชวงศ์ฮังการี่ และยังเป็นสถานที่จัดสวดมนต์อีกด้วย
ปราสาทบูดา(Buda Castle)
ทหารชาวฮังการี ยืนตัวตรงเป๊ะ เฝ้าที่ทางเข้าปราสาท
หลังจากเดินชมจนทั่วแล้วในแผนที่บอกว่าอีกประมาณ 1 กม.ห่างจากบริเวณนี้ไป จะเป็นที่ตั้งของปราสาทบูดา(Buda Castle) เดินเรื่อยๆ เพราะลมมันเย็นจึงไม่น่ามีอุปสรรคกับระยะทาง ประมาณว่าสามารถเห็นจุดมุ่งหมายที่กำลังจะไปไกลเป็นกิโลๆเชียว แน่นอนที่สุด ก็เพราะมันใหญ่ยิ่งอลังการงานสร้างนั่นเอง พอเข้าใกล้ตัวประสาท แน่นอนที่สุด เราตัวเป็นมด อีกตามเคย ปราสาทนี้ตามประวัติเขาสร้างไว้ในช่วงศตวรรษที่ 12 เพื่อเป็นป้อมปราการในช่วงที่ทำสงครามกับชาวมองโกล เนื่องจากภูมิทัศน์ที่สูงแล้ว ตัวอาคารเองก็สูงถึง300เมตรที่เดียว จึงเป็นจุดที่เหมาะจะใช้บัญชาการรบ เพราะเวลายืนอยู่ด้านบนนั้น จะสามารถมองลงมาเห็นด้านล่างได้อย่างชัดเจน
อันนี้คืองานถนัด เดินถ่ายรูปเรื่อยเฉี่อย บริเวณรอบๆสถานที่ท่องเที่ยวด้านบน
โรงแรมและที่พักบริเวณนั้นล้วนแต่สวยงามและ Hiso
เมื่อใช้เวลาจนจะหมดวันแล้ว ตานี้ก็ได้เวลาเดินกลับ โดยทางลงคือต้องย้อนกลับทางเดิม ไกลไหม ก็ไกลน๊ะ แต่ถ้าต้องจ่ายตังค์ค่ารถ ขอเดินต่อดีกว่า เพราะมาเมืองนี้ใช้ค่าโรงแรมไปหลายบาท ก็เลยหาที่สวยๆ ลับตาผู้คน นั่งปอกไข่ต้มกินเพิ่มพลังสักหน่อย จำได้ว่าขณะกำลังยืนปลอกไข่อยู่นั้น เอาไข่วางไว่บนหินก้อนหนึ่ง 1 ฟองส่วนอีกฟองอยู่ในมือ ช่วงนั้นมีรถบัสเจ้ากรรม มาจอดส่งนักท่องเที่ยวพอดี คนกรูลงมากันเต็มไปหมด เราก็ยืนปอกไข่ไม่สนใจใคร และแล้วก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งหน้าตาดีเสียด้วย มาหยิบไข่ฟองที่วางอยู่ของเราไปอย่างรวดเร็ว เราหันไปมองตามแบบอึ้งๆ ชายหนุ่มหันกลับมายิ้มกว้าง เอาไข่มาคืนใส่มือ แล้วบอกว่า I'm just kidding แล้วเดินจากไป เรายืนงง ไม่ได้งงอะไร งงกับความหล่อ เฮ้อ ขอเบอร์ไม่ทันเลย😊
เดินเรื่อยๆ จนถึงทางลงด้านล่าง เจอดอกไม้ใบหญ้าก็ถ่ายรูปเล่นไปเรื่อยๆเพลินจนถึงด้านล่างไม่รู้ตัว ถือว่าเป็นการเดินอย่างคุ้มค่า ตามประสาคนขี้งก😂
ดอกไม้ริมทาง
📌เที่ยวเมืองประวัติศาสตร์ จะได้เห็นสิ่งก่อสร้างละลานตาเสมอ😳😳
📌บ้านเมืองจะยิ่งใหญ่ได้ มักจะแลกมาจากเลือดเนื้อของผู้เสียสละไม่ใช่น้อย🥺
📌🤨สิ่งที่แปลกตาคือสิ่งที่ไม่เคยเห็น แต่ถ้าเห็นซ้ำๆก็ชักเริ่มเบื่อ😩

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา