10 ธ.ค. 2020 เวลา 12:54 • การเมือง
คณิตศาสตร์กับการนับคะแนนเสียง ตอนที่ 3 (จบ)
มาถึงวิธีการนับคะแนนแบบสุดท้ายที่คนเขียนจะนำเสนอนะครับ
สำหรับใครที่ยังไม่เคยอ่านตอนแรก ตามไปได้ที่ https://www.blockdit.com/articles/5fce694e3bc9c90cc6c3164b
ส่วนสำหรับตอนที่ 2 ตามไปได้ที่ https://www.blockdit.com/articles/5fcfbe7b97103e2c49b2e428
5. การนับคะแนนแบบบอร์ดา (Borda Count)
วิธีนี้จะใช้การคิดเลขนิดนึง คือ ผู้ใช้สิทธิ์เรียงลำดับผู้สมัครตามความชอบ และคะแนนที่คิดก็จะลดหลั่นกันมา
เช่น กรณีมีผู้สมัคร 3 คน คือ A, B, C และผู้ใช้สิทธิ์เรียงลำดับความชอบเป็น C, A, B
การคิดคะแนน ก็จะให้ C 3 คะแนน B 2 คะแนน และ A 1 คะแนน ตามลำดับ
ขอใช้ตัวเดิมจากตอนที่ 2 ผลการเลือกเป็นดังนี้
6 คน ชอบ A > B > C
5 คน ชอบ C > B > A
4 คน ชอบ B > C > A
เนื่องจากมีผู้เลือก A เป็นอันดับแรก 6 คน และอันดับสุดท้าย 9 คน ดังนั้น A จะได้คะแนน (6×3) + (9×1) = 27 คะแนน
ในทำนองเดียวกัน B จะได้ 34 คะแนน และ C ได้ 29 คะแนน ตามลำดับ จะเห็นว่า B จะเป็นผู้ชนะ
บางที่ก็จะมีเกณฑ์ที่แตกต่างกันไป แม้จะมีผู้ท้าชิงหลายคน เช่น การแจกรางวัลบัลลงดอร์ ผู้ใช้สิทธิ์จะเลือกได้ 3 อันดับ และคะแนนก็จะเป็น 5, 3 และ 1 ตามลำดับ
จะเห็นว่าวิธีการนับคะแนนแบบต่าง ๆ แม้วิธีการเลือกจะเหมือนกัน แต่ผู้ชนะอาจจะไม่เหมือนกันก็เป็นได้
จริง ๆ แล้ว ไม่อาจมีใครตัดสินได้ว่าวิธีนับคะแนนแบบใดดีกว่าแบบใด แต่ละวิธีก็จะมีจุดดี และกลยุทธ์ที่ต้องใช้ก็ต้องแตกต่างตามไปด้วย การมานั่งโต้เถียงถึงวิธีการดีที่สุดมันคงเป็นการเสียเวลาเปล่า ๆ
อย่างเซอร์วินสตัน เชอร์ชิล อดีตนายกฯ ของอังกฤษ เคยกล่าวไว้ว่า ระบอบประชาธิปไตยนั้นแย่
แต่ระบอบอื่น ๆ แย่กว่ายิ่งนัก !!!
โฆษณา