ทำไมเราต้องถูกนักการเมืองจูงจมูก

เพื่อนๆพี่น้องร่วมชาติเอ๋ย สังคมที่บิดเบี้ยวทุกวันนี้มีที่มายังไงกันนะ ลองมาไล่เรียงดูกัน
ย้อนไปตั้งแต่ในอดีตกาลจนปัจจุบัน คนส่วนใหญ่ทั้งหลาย ไม่ว่าที่ใดในโลกล้วนถูกปกครองโดยกลุ่มอำนาจ ที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันขึ้นมาครองเมือง กลุ่มแล้วกลุ่มเล่า เหมือนสมบัติผลัดกันชม
ยุคหลังๆความหอมหวานของอำนาจ กลุ่มทุนที่ขยายใหญ่โตมโหฬารกว่าในอดีตต้องเข้าร่วมเกมแห่งอำนาจ เพื่อปกป้องเคลือข่ายของตน การสร้างสายสัมพันธ์กับกลุ่มอำนาจเดิม การผ่านร่างทรงทางการเมือง ไม่พอกับความต้องการ จึงทำให้บางรายต้องลงมาเล่นเอง บ้างมีการแอบหนุนหลังใช้กำลังเพื่อแย่งชิง หรือแม้กระทั่งสร้างสงครามกลางเมืองขึ้นมา
การอ้างว่าจะทำเพื่อสิ่งที่ดีกว่า หรือการให้คำมั่นใดๆ มักเป็นเพียงการให้ความหวังลมๆแล้งๆ ที่ไม่เคยได้เป็นจริง เริ่มแรกอาจมีทีท่าขึงขังจริงจัง ต้องการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า แต่มักจะค่อยๆแผ่วไปหลังเข้าควบคุมทุกอย่างได้เบ็ดเสร็จ
ความจริงจังที่ทำ เน้นไปทางฝังรากลึกลงสู่ข้าราขการระดับสูง เพื่อเป็นแขนขาของกลุ่มตน ข้าราชการที่ยอมทอดตัว ก็จะได้รับการตอบแทนด้วยตำแหน่งที่ก้าวหน้าปานจรวด ร่วมกันสูบเลือดเนื้อ ทรัพยากรชาติ ส่วนใครที่ไม่ร่วมมือหรือทำตัวขวางทาง ก็ถูกเขี่ยจากเส้นทางก้าวหน้า ต้องไปอยู่ในตำแหน่งที่โอกาสเติบโตเป็นศูนย์ เป็นเช่นนี้ตลอดมา
เมื่อได้มาซึ่งอำนาจ เพื่อให้การครองอำนาจไร้เสี้ยนหนาม เพื่อความชอบธรรมในการเข้าปกครองจึงสร้างความเชื่อ ความถูกต้องให้เอื้อต่ออำนาจซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามแต่ละขั้วอำนาจ อันเรียกว่ากฎหมาย แม้กระทั่งอ้างความเป็นประชาธิปไตย
กลุ่มแขนขาคนคุมอำนาจ กอบโกยผลประโยชน์โดยใช้ใต้บังคับบัญชาอีก เป็นทอดๆไป
แต่ใช่ว่านักอุดมคติจะไม่มี หลายๆคนในอดีตต้องการเห็นสังคมที่ดีกว่า เข้ามาต่อสู้ด้วยหัวใจที่ไฟลุกโชน แต่สิ่งที่ต้องเผชิญคืออำนาจมืดที่มาเยือน หรือไม่ก็ถูกกันไว้ไม่สามารถทำอะไรได้ สุดท้ายได้แต่ส่งเสียงที่อ่อนแรงอยู่ขอบเวทีตามวัยที่ร่วงโรย เพราะยากจะหาแนวร่วมได้
อำนาจที่ไม่เคยใช้เพื่อคนส่วนใหญ่ แต่ก็อ้างเพื่อคนส่วนใหญ่ทุกครั้ง ในการแก่งแย่งอำนาจ ทั้งนี้ไม่ว่าจะโดยรัฐประหารหรือเลือกตั้้ง เผด็จการทางทหารหรือนักเลือกตั้งอ้างตัวเป็นประชาธิปไตย
สังคมที่ถูกเสี้ยมให้ร้าวลึก เกิดการชิงชังและเห็นต่าง ตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองโดยไม่รู้ตัว หารู้ไม่ว่าถูกแสยะยิ้มหยามเหยียดจากกลุ่มที่ตนพลีกายเป็นทาสทางความคิดให้
ตราบใดที่เราก้าวไม่พ้นวลี "สามนิ้ว สามกีบ แมงสาป สลิ่ม ควายแดง ชังชาติ" ตราบนั้นเราไม่มีทางหลอมรวมความคิดดีๆ ความคิดเชิงโครงสร้างที่แก้ปัญหาต่างๆ ไม่สามารถเกิดขี้นได้ สังคมจะเลวร้ายลงไปเรื่อยๆ เพราะกลุ่มกุมอำนาจยังคงตักตวงผลประโยชน์ จากความเกลียดชังกันเอง เคลือข่ายที่สร้างความอยุติธรรมในสังคม เป็นที่มาของรวยกระจุกจนกระจาย คอรัปชั่น แล้วคอยดูกราดยิงจะมีมากขึ้น
หากเรายอมรับความเห็นต่าง ไม่ทำเมินเฉยกับจุดที่ไม่ถูกต้องของฝ่ายที่ตัวเองเทิดทูน เปิดใจให้กว้าง เราจะเห็นสิ่งที่ถูกต้อง ทางแก้ที่ได้ผล ไม่ใช่แค่เพื่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เพื่อคนส่วนใหญ่จริงๆ
เห็นรึยัง แค่เราไม่ยอมรับส่วนที่ไม่ถูกต้องของฝ่ายตน เคารพส่วนที่ถูกต้องของอีกฝ่าย ใครหน้าใหนก็จูงจมูกใครไม่ได้
ช่วยกันก้าวผ่านกันไปเถิด เพื่อนเอ๋ย เราไทยเหมือนกันไม่ใช่รึ
โฆษณา