ทำไมคณะก้าวหน้าถึงแพ้เลือกตั้งท้องถิ่น?
วันนี้หลายคนที่เี่ชียร์ฝั่งอนาคตใหม่ และคณะก้าวหน้าในศึกการเลือกตั้งท้องถิ่นที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อวันก่อนคงจะแปลกใจ ว่าทำไมคณะก้าวหน้า และผู้สมัครตัวแทนในหลายๆเขตที่ลงแข่งไปถึงแพ้ไปได้ยับเยินขนาดนี้ บางเขตยังแทบจะได้คะแนนไม่ถึงครึ่งหนึ่งของจำนวน voters ทั้งหมดที่ออกมาโหวตเลย
อันนี้ผมคิดว่าหลักๆเลยน่าจะเป็นเพราะเรื่องความ 'หน้าใหม่' นะครับ เท่าที่ดูๆมาแต่ละเขต หลายๆจังหวัดนั้นผู้สมัครของคณะก้าวหน้าที่ธนาธรส่งมาลงแข่งนั้นก็เป็นหน้าใหม่กันซะเยอะ บางจังหวัดถึงขั้นเอาคนที่แทบไม่มีบารมีทางการเมืองมาลงแข่งเลย ก็ไม่แปลกที่ชาวบ้านเขาจะไม่เลือกนะครับ
เรื่องแบบนี้มันต่างกัน เราต้องดูกันที่ Landscape คือ ภูมิทัศน์ของการเมืองระดับชาติ อย่าง ส.ส. หรือ นายกรัฐมนตรีที่แข่งกันไปสนามเมื่อปีก่อนเนี่ย พรรคอนาคตใหม่ได้รับที่นั่งในสภาเยอะเป็นเพราะกระแสมันช่วยส่งเสริม และระบบเลือกตั้งในกลไกรัฐธรรมนูญฉบับล่าสุดก็มีส่วนช่วยให้พรรคได้ ส.ส. ในมือมาเยอะ
3
ต่างกับการเมืองท้องถิ่น มันมีปัจจัยที่ธนาธรควบคุมไม่ได้เยอะมาก หลักๆเลยคือ การเมืองท้องถิ่นมันเป็นการเมืองที่ผูกอยู่กับระบบอุปถัมภ์ นักการเมืองคนไหนอยู่ในพื้นที่มานาน รู้ปัญหาในพื้นที่ หรือสนิทกับคนในชุมชน สนิทกับหัวคะแนน สนิทกับผู้นำชุมชนก็หาเสียงกันสบายแล้ว เพราะมีประสบการณ์และความใกล้ชิดมากกว่า ได้เปรียบกว่า
2
ในขณะที่ผู้สมัครหน้าใหม่ หรือมือใหม่ที่เพิ่งหัดเล่นการเมือง มาลงสนามครั้งแรก คิดแต่จะหวังเอากระแสหรือบารมีของธนาธรเข้าว่า ทั้งๆที่ในหลายๆพื้นที่เขาก็ไม่ได้นิยมธนาธรขนาดนั้น เมื่อเทียบกับผู้สมัครหน้าเก่าๆ มันก็แพ้ง่ายๆเลยสิครับ ดูผลคะแนนที่ออกมาก็น่าจะพอเห็นชัดแล้ว บางเขตคะแนนผู้ชนะปาไปมากกว่า 100,000 โหวต ส่วนผู้สมัครจากคณะก้าวหน้าได้ไปไม่ถึง 50,000 หรือน้อยกว่านั้นอีก
1
ปัจจัยสำคัญเลยที่จะทำให้ชนะเลือกตั้งท้องถิ่นได้ ผมมองว่ามันคือความคุ้นชิน และความเชื่อมั่นครับ อย่าลืมว่าสังคมต่างจังหวัดหลายๆแห่งยังเป็นสังคมอนุรักษ์นิยมกันอยู่ ผู้สมัครหน้าใหม่จะไปแย่งพื้นที่ของเจ้าถิ่นเก่าโดยที่ไม่ได้มีความน่าเชื่อถือ ไม่ได้มีบารมีทางการเมือง ไม่มีประสบการณ์ทางการเมือง ไม่เคยทำงานในพื้นที่มาก่อนมันยากครับ ยิ่งโดยเฉพาะพวกผู้สมัครเด็กๆ หน้าใหม่ๆ พวกอายุ 20-30 กว่าๆ ที่ผันตัวจากแวดวงธุรกิจมาเล่นการเมือง จะมาลงสนามท้องถิ่นยิ่งยากไปใหญ่
1
บริบทและสภาพแวดล้อมมันไม่เอื้อเลยครับ สำหรับนักการเมืองหน้าใหม่ ในสนามชนบท หรือสนามท้องถิ่นลักษณะนี้ คือมันต้องดูสิ่งที่ชาวบ้านต้องการด้วย พรรคอนาคตใหม่อาจจะเคยมีประสบการณ์เอานโยบายสวยๆหรูๆมาใช้ในการเมืองระดับชาติ เนื่องจากตอนนั้นคนสนใจเรื่องปากท้อง เรื่องนโยบายสวยๆหรูๆ ที่พรรคอนาคตใหม่นำมาขายมันก็เลยขายได้ คนชอบ
1
แต่กับการเมืองท้องถิ่นที่ชาวบ้านเขาไม่ได้สนนโยบายอะไรมาก สนแต่ว่าผู้สมัครจะเข้าถึงประชาชน จะสนิทชิดเชื้อกับชุมชน มีสายสัมพันธ์มากน้อยแค่ไหนมันเป็นอีกมิติหนึ่งเลยนะ ถ้าไปติดตามดูช่วงหาเสียง จะเห็นว่าเวลาการเมืองท้องถิ่นเขาหาเสียงกัน มันไม่ได้มีเรื่องนโยบาย เรื่องกรรมวิธีอะไรเข้มข้นมากเท่าระดับชาติเลย นี่คือเหตุผลสำคัญ
    Phong Phong
    ปี 62 เลือกตั้ง สส อนค กวาดไปถึง 81 ที่นั่ง ได้มา 6 ล้านกว่าเสียง ทั้งๆที่ผู้สมัครก็หน้าใหม่ มีคนบอกสาเหตุหลักเพราะคนช...ดูเพิ่มเติม