1.บอกผู้ป่วยว่าการตรวจนี้ใช้บันทึกคลื่นไฟฟ้าสมอง
2.อธิบายวิธีตรวจอย่างง่าย ๆ แก่ผู้ป่วยและญาติ รวมทั้งบรรยากาศและความรู้สึกในขณะตรวจ ตอบคำถามทั้งหมดที่ผู้ป่วยถาม
3.บอกผู้ป่วยว่างดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ โคล่า ก่อนตรวจ แต่ไม่ต้องงดน้ำงดอาหาร การงดอาหารมื้อก่อนตรวจจะเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะน้ำตาล ในเลือดต่ำและทำให้คลื่นไฟฟ้าในสมองเปลี่ยนแปลง
4. สระผมให้สะอาดและทำให้แห้ง ไม่ใช้ครีมนวดผมไม่ใส่น้ำมัน ครีมแต่งผมมูสแต่งผม และสเปรย์ใส่ผม
5. บอกผู้ป่วยว่าระหว่างการตรวจในเก้าอี้นอนหรือเก้าอี้ที่เอนนอนได้ หรือนอน บนเตียงและติดอิเล็กโทรดที่หนังศีรษะด้วยครีมป้ายเฉพาะ ให้ทำตัวให้ผ่อนคลาย บอก ผู้ป่วยด้วยว่าให้แน่ใจว่าอิเล็กโทรดจะไม่มีกระแสไฟฟ้า
6.หากใช้เข็มอิเล็กโทรดบอกผู้ป่วยว่าจะรู้สึกว่ามีการแทงเข็มเข้าไป อิเล็กโทรดที่ใช้เข็มเป็นที่นิยมใช้กัน
7. ปฏิบัติกับผู้ป่วยให้ดีที่สุด เพื่อให้ผู้ป่วยสงบไม่กลัวเพราะความตื่นกลัว (nervqusness) จะมีผลต่อคลื่นสมอง
8.ตรวจสอบประวัติการใช้ยาของผู้ป่วย ยาที่อาจจะรบกวนผลการตรวจ เช่น ยากันชัก (anticonvulsants) ยาระงับประสาท (tranquilizers) บาร์บิทูเรท (barbiturates) และยานอนหลับ (sedatives) อื่น ๆ ควรระงับไว้เป็นเวลา 24 – 48 ชั่วโมงก่อนตรวจตาม แผนการรักษา เด็กทารกและเด็กเล็กอาจต้องให้ยานอนหลับรับประทาน เพื่อป้องกันการร้องไห้และการกระสับกระส่ายระหว่างการตรวจ แต่ยานอนหลับอาจจะทำให้ ผลการตรวจเปลี่ยนไปได้
9. ผู้ป่วยที่มีอาการชัก ให้รับประทานยากันชักตามปกติ ห้ามหยุดยากันชัก ก่อนมาตรวจคลื่นสมอง ยกเว้นเป็นการแนะนำจากแพทย์ กรณีเด็กเล็กอาจจำเป็นต้องให้ยานอนหลับก่อนการตรวจและแนะนำผู้ปกครองให้เตรียมขวดนมหรือน้ำและของเล่นที่เด็กชอบมาด้วย
10. ผู้ป่วยที่มีอาการชักอาจให้ทำ “sleep EEG” ในกรณีนี้พยายามให้ผู้ป่วย ตื่นในตอนกลางคืนก่อนตรวจและให้ยานอนหลับ (เช่น chloral hydrate) เพื่อช่วยให้ ผู้ป่วยหลับระหว่างการตรวจ
11.หากผู้ป่วยต้องการให้แพทย์ตรวจเพื่อยืนยันว่ามีเนื้อสมองตาย (brain death) หรือไม่ ควรได้รับการสนับสนุนทางอารมณ์จากญาติด้วย