มีบัญชีอยู่แล้ว?
ในปี 2563 คนไทย หย่ากันลดลง เพราะพิษโควิด จึงทนอยู่ด้วยกันไปก่อน
7
บริษัทจัดหาคู่ Bangkok Matching ได้ติดตามสภาวการณ์การหาคู่ การหย่าร้าง การสมรส ทั้งในไทยและในต่างประเทศ และพบว่าในประเทศไทย ปี 2563 ที่เผชิญกับสถานการณ์โควิด 19
2
จากตัวเลขสถิติจากกรมการปกครอง ภาพรวมของสถิติการหย่าของทั้งประเทศ
ลดลงราว 6% และ สถิติการสมรส ของทั้งประเทศ ก็ลดลงถึง 17% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
1
ซึ่งเมื่อมาดูเฉพาะจังหวัดกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงที่มีประชากรมากสุดถึงประมาณ 5.6 ล้านคน
และเป็นเมืองที่มีคนแต่งงาน และหย่ามากที่สุดในประเทศไทยแล้ว พบว่า
สถิติการหย่าในกรุงเทพฯ ลดลงราว 10%
และสถิติการสมรส ก็ลดลงถึง 22% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ซึ่งจากการวิเคราะห์ของ Bangkok Matching มองว่า ตัวเลขสถิติการหย่าที่ลดลงนั้น จริงๆ แล้ว ส่วนหนึ่งอาจไม่ได้หมายความว่า คู่ชีวิตไม่ได้มีปัญหา
แต่อาจเป็นไปได้ว่า ด้วยสถานการณ์โควิด ซึ่งส่งผลกระทบในด้านต่างๆ รวมถึงการเงิน และการต้องหาที่พักอาศัยใหม่
ทำให้คู่รัก อาจเลือกที่จะอดทนในชีวิตสมรสต่อไปก่อน ยังไม่พร้อมจะแยกบ้าน
และยังไม่พร้อมที่จะเริ่มทำเรื่องหย่า ณ ตอนนี้
รวมถึงบางส่วน อาจจะมาจากวัฒนธรรมการอดทน อดกลั้นในชีวิตคู่
4
และสำหรับยอดคู่แต่งงานที่ลดลง ก็อาจเป็นไปได้ว่า ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะคู่รักจำนวนมากได้เลื่อนงานแต่งงานออกไป หรือยกเลิกไปก่อนนั่นเอง
อีกทั้งคนโสดบางส่วน อาจจะชะลอการศึกษาดูใจ ทำความรู้จักกันไปบ้าง ในช่วงโควิด
ทำให้จำนวนที่จะพัฒนาไปถึงขั้นแต่งงานในปี 2563 ลดลง ก็เป็นไปได้เช่นกัน
2
สอดคล้องกับในประเทศอเมริกา ที่ Bloomberg รายงานว่า
ในครึ่งปีแรกของปี 2563 ช่วงโควิดระบาดใหม่ๆ ในประเทศอเมริกา ดูเหมือนยอดการหย่าในประเทศอเมริกามีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น
แต่พอปลายปี กลับพบว่ายอดรวมการหย่ากลับลดลง รวมถึงยอดคู่แต่งงานก็ลดลงด้วยเช่นกัน
4
ซึ่งสถาบันวิจัยด้านประชากรและครอบครัว Bowling Green State University’s Center สำรวจและพบว่า ยอดการหย่าที่ลดลงในปี 2563 ไม่ได้แปลว่า คู่ชีวิตในอเมริกาไม่ได้มีปัญหา
แต่อาจเป็นไปได้ว่า ด้วยสภาวะโควิด ที่ส่งผลกระทบในด้านต่างๆ รวมถึงการเงิน และการหาที่พักอาศัยใหม่ เช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ดี สถิติการหย่า ไม่ได้มีแนวโน้มลดลงทุกประเทศ ซึ่งขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัย เช่น วัฒนธรรม และความเข้มงวดของมาตรการล็อกดาวน์ ของแต่ละประเทศ
1
อย่างในประเทศจีน อังกฤษ และสวีเดน BBC รายงานว่า
การล็อกดาวน์ในช่วงโควิด ทำให้คู่ชีวิตต้องใช้เวลาด้วยกันแทบจะตลอดเวลา จนเกิดความอึดอัดเกินไป ส่งผลให้สถานการณ์การหย่าพุ่งสูงขึ้น
4
นอกจากนี้ ในประเทศญี่ปุ่น และประเทศที่ชายเป็นใหญ่ในครอบครัวอย่าง ฮ่องกง และเกาหลีใต้
มีรายงานการร้องเรียน เรื่องการใช้กำลังในบ้านของสามีและภรรยา ในช่วงล็อกดาวน์พุ่งสูงมาก
2
โดยในประเทศญี่ปุ่น ได้รับการร้องเรียนมากเป็นกว่าเท่าตัว แค่ในเดือนเมษายน 2563 เท่านั้น
แต่กลับพบว่า สถิติการหย่าในญี่ปุ่นระหว่าง เดือนมกราคม - มิถุนายน 2563 กลับลดลงราว 9.8%
ในกรณีประเทศญี่ปุ่น Bangkok Matching วิเคราะห์ว่า อัตราการหย่าที่ลดลง ส่วนหนึ่งมาจากสถานการณ์โควิด ที่ทำให้การเลิกกัน หย่าขาดจากกัน เป็นไปได้โดยลำบาก
และอีกส่วนหนึ่ง น่าจะมาจากวัฒนธรรมการใช้ชีวิตของผู้หญิงในประเทศนั้นเอง ที่อาจจะถือหลักอดทน อดกลั้น ตามวัฒนธรรมดั้งเดิมที่ปลูกฝังกันมา
ทั้งนี้ อีกประเด็นหนึ่งที่เราไม่ควรมองข้ามไปคือ โควิดไม่ได้ส่งผลร้ายต่อความสัมพันธ์แง่เดียว
ในทางกลับกัน Bangkok Matching คิดว่า คู่ที่รอดจากความกดดันต่างๆ ในช่วงโควิดมาได้นี้
1
ก็น่าจะมีแนวโน้มว่า ความสัมพันธ์จะแข็งแรงขึ้นกว่าเดิม รักกันมากกว่าเดิม ผูกพันกันมากกว่าเดิม จากการใช้เวลาด้วยกัน เป็นกำลังใจให้กันและกัน
1
บทวิเคราะห์โดย Bangkok Matching
    Flylance - นักบินเล่าเรื่อง
    น่าดูสถิติความรุนแรงในครอบครัวด้วยนะ ว่าสูงขึ้นเหมือนต่างประเทศหรือเปล่า