18 ม.ค. 2021 เวลา 04:20 • นิยาย เรื่องสั้น
1.1. ประวัติศาสตร์เปลี่ยนไป
หัวหน้าองค์กรย้อนอดีต - สัญลักษณ์หน่วยปักษาสวรรค์ - ผู้ช่วยขบถ?
ในห้องปฏิบัติการณ์ทางวิทยาศาสตร์ที่ดูเรียบง่ายแห่งหนึ่ง มีกลุ่มคนสิบกว่าคนกำลังนั่งมองดูจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ เป็นภาพภายในห้องเรียนที่ครูวัยกลางคนกำลังเล่าเรื่องย่อ พงศาวดารจีนอันยิ่งใหญ่ เรื่อง “สามก๊ก” ให้กับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาจำนวนหนึ่งฟัง
“ในยุคปลายสมัยราชวงศ์ฮั่น กษัตริย์อ่อนแอ ขุนนางกังฉินครองอำนาจ ทำให้บ้านเมืองระส่ำระสายอย่างหนัก จนเกิดขบถโจรโพกผ้าเหลือง เตียวก๊ก ปลุกระดมชาวบ้านให้เปลี่ยนแปลงแผ่นดิน นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย แตกแยก เป็นก๊กเป็นเหล่ามากมาย การต่อสู้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และเกิดนักรบ ขุนนาง และเจ้าเมืองมากมายช่วงชิงอำนาจกัน มีศึกสงครามเกิดขึ้นหลายครั้ง เป็นเวลาที่ยาวนานและวุ่นวายที่สุดในประวัติศาสตร์จีนช่วงหนึ่ง
จนในที่สุด จึงเหลือเพียงขุมกำลังใหญ่เพียงสามก๊ก อันประกอบไปด้วย ก๊กของโลซก ขุนนางผู้ซื่อสัตย์ ทายาททางการเมืองของอ๋องซุนกวนทางภาคใต้ที่ถูกลอบสังหารตายไปอย่างลึกลับ, ก๊กของขงเบ้ง อุปราชผู้ช่วงชิงอำนาจมาจากอ๋องเล่าเสี้ยนแห่งภาคกลาง หลังจากการผลัดเปลี่ยนแผ่นดินจากอ๋องเล่าปี่ไม่ทันข้ามปี และ ก๊กของอ๋องอ้วนเสี้ยว ผู้ยิ่งใหญ่เพียงหนึ่งเดียวทางภาคเหนือที่สามารถเอาชนะศึกใหญ่กับอุปราชโจโฉ และทำการยึดอำนาจจากพระเจ้าเหี้ยนเต้ ล้มล้างราชวงศ์ฮั่นในเวลาต่อมา
ซึ่งจ้าวนครทั้งสามก๊กยังคงแย่งชิงความเป็นใหญ่อยู่อีกหลายสิบปี ผลัดกันแพ้ ผลัดกันชนะไปจนกระทั่ง สุมาเอี๋ยน หลานของสุมาอี้ ขุนนางเก่าผู้จงรักภักดีต่อราชวงศ์ฮั่น เข้ามาแทรกซึม และยึดอำนาจจากอ๋องอ้วนเสี้ยวได้สำเร็จ แล้วยังสามารถปราบสองก๊กที่เหลือลงได้ จึงได้สถาปนาราชวงศ์จิ้นขึ้น แผ่นดินจีนจึงรวมเป็นหนึ่งได้อีกครั้ง”
จอมอนิเตอร์ดับลง สตรีวัยกลางคน ท่าทางเชื่อมั่นในตนเองในชุดขาวแบบนักวิทยาศาสตร์ตามสถานีวิจัยทั่วไป จึงก้าวขึ้นไปยืนหน้าห้อง พลางกล่าวว่า “พงศาวดารสามก๊กได้ผิดเพี้ยนไปจากเรื่องเดิมที่พวกเราเคยรับรู้กันมา นักวิเคราะห์ของเราเข้าใจว่า องค์กรป่วนอดีตฯ มีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาของอดีตในครั้งนี้ จนสำเร็จไปแล้วระดับหนึ่ง แต่พวกเรายังคงมีความหวังในการแก้ไขให้ทุกอย่างกลับมา สู่รูปแบบเดิมได้ ถ้าหากพวกเรารีบส่งทีมงานกลับไป ในจุดเปลี่ยนก่อนที่ความทรงจำของพวกเราจะเกิดการผันแปรไปตามกระแสคลื่นจากอดีต ดังที่เกิดขึ้นแล้วในโลกภายนอก
ด้วยกำแพงป้องกันกระแสคลื่นจากอดีตของหน่วยงานเรา ทำให้ความทรงจำของทุกคนในที่นี้ ยังคงอยู่ในรูปแบบเดิมได้อีกสิบสองชั่วโมงเช่นเคย แต่นักวิเคราะห์ของเราค้นพบรูปแบบความผิดปกติของร่องรอยประวัติศาสตร์ที่แปลกไปกว่าปกติ ตัวแปรเกิดขึ้นมากเกินไป และ...”
เธอหยุดลงชั่วขณะหนึ่งเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่ก่อนกล่าวต่อว่า “ดูเหมือนว่างานครั้งนี้จะยุ่งยากกว่าครั้งอื่นๆที่ผ่านมา เพราะรูปแบบประวัติศาสตร์ที่ยาวนานหลายสิบปี และตัวละครมากมายที่เกี่ยวข้องอยู่ในเรื่องสามก๊กนี้ ทุกก้าวย่างสามารถเปลี่ยนผันบิดเบี้ยวได้ตลอดเวลา ทำให้คณะกรรมการฯใช้เวลาในการเตรียมพร้อมมาสักระยะหนึ่งแล้ว และพวกเราจึงตัดสินใจส่งพวกคุณทั้งหมด เหล่านักเดินทางย้อนอดีตทั้งสิบสามคนในหน่วยปักษาสวรรค์ เข้าสู่โครงการสามก๊ก เพื่อแยกย้ายกันเข้าไปป้องกัน ผลักดัน หรือ แก้ไขร่องรอยของประวัติศาสตร์ให้กลับเข้าสู่รูปแบบเดิมตามที่พวกเรารับรู้ให้ได้มากที่สุด”
สตรีวัยกลางคนย้ำเตือนอีกครั้ง “ภารกิจของแต่ละคนเป็นความลับเฉพาะตน สามารถเปิดเผยเมื่อถึงเวลาอันควรเท่านั้น ขอให้ทุกคนมารับรายงานสรุปแนวทางการทำงานของตนเอง และเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางย้อนอดีตในอีกหกสิบนาทีข้างหน้า”
เหล่านักเดินทางย้อนอดีตมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ แม้ว่าภารกิจนี้ไม่ใช่ภารกิจแรกของพวกมัน แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่ต้องใช้จำนวนคนมากเท่านี้มาก่อน และยังรีบร้อนเดินทางเท่ากับครั้งนี้เลย ปกติแล้ว เวลาสิบสองชั่วโมงจะถูกใช้ในการประชุม และซักซ้อมแผนการกันอย่างรัดกุม แต่นี่เพิ่งจะเรียกทีมมาประชุมแล้วก็สั่งการให้ต้องออกเดินทางทันทีภายในเวลาเพียงชั่วโมงเดียว
“ทั้งหมดคงแปลกใจในการที่ต้องรีบร้อนเดินทางไปสู่อดีตในครั้งนี้ แต่ที่จริงแล้ว ทุกคนล้วนรับรู้อยู่แล้วว่า ได้ถูกเตรียมความพร้อมสำหรับโครงการสามก๊กมานานนับปี การเดินทางย้อนอดีตในครั้งก่อนๆเป็นเพียงบททดสอบ และตอนนี้ ก็ถึงเวลาที่ต้องลงมืออย่างจริงจังและทันที เพราะกระแสคลื่นจากอดีตที่ถูกบิดเบือนไปได้มาถึงโลกปัจจุบันภายนอกแล้ว แต่ละคนจะเข้าใจบทบาทของตนเองจากไฟล์ข้อมูลที่ให้ไปเอง แม้ว่าบางคนอาจจะไม่ได้พบกันอีกหลายสิบปีก็ตาม” สตรีคนเดิมสรุปปิดท้าย และส่งสัญญาณให้เลิกประชุมได้
“เวลาเท่านั้นคือบทพิสูจน์” (Only Time Will Tell) ทุกคนในห้องกล่าวคำรหัสของนักเดินทางย้อนอดีตโดยพร้อมเพรียงกัน
นักเดินทางย้อนอดีต ที่จริงก็คือกลุ่มนายทหารหน่วยพิเศษที่ได้รับการคัดเลือกมาอย่างดีทั้งด้านร่างกาย และจิตใจ แล้วได้รับการฝึกฝนเพิ่มเติมในศาสตร์ด้านต่างๆเพื่อให้ใช้ชีวิตประจำวัน และทำภารกิจในยุคโบราณได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แต่ละคนจะเน้นเนื้อหาวิชาที่แตกต่างกันออกไป เช่น การทหาร การแพทย์ การช่าง การต่อสู้ด้วยอาวุธ ไปจนถึง วิทยายุทธแบบนิยายกำลังภายในเลยทีเดียว แต่ที่สำคัญก็คือ บางคนถึงกับมีความสามารถพิเศษที่นอกเหนือไปจากความสามารถของคนธรรมดาทั่วไป ด้วยการผ่าตัดเสริมสร้างความแข็งแกร่งของพลังจิตเหนือมนุษย์ หรือการผ่าตัดเส้นเสียงให้แข็งแกร่งกว่าปกติ
คนทั้งสิบสามคนนี้ที่จริงมีช่วงอายุที่แตกต่างกันไม่เกินสิบห้าปี คนที่อาวุโสที่สุดอายุสามสิบเศษ ในขณะที่คนที่อ่อนวัยที่สุดมีอายุยังไม่ถึงยี่สิบปีเต็ม ทั้งหมดจึงเรียกหากันแบบพี่น้องอย่างสนิทใจด้วยความคุ้นเคยกันมาร่วมสิบปี ทั้งๆที่บางคนก็รับหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอนวิชาให้กับคนอื่นด้วยเช่นกัน
หน่วยงานลึกลับแห่งนี้ อยู่ภายใต้การทำงานของรัฐบาลนานาชาติ และแน่นอนที่ว่า เป็นหน่วยงานที่ไม่มีตัวตน ไม่มีใครล่วงรู้สถานที่ตั้ง และคนดำเนินการสูงสุด ทุกอย่างต้องเป็นความลับสุดยอดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อความอยู่รอดของมนุษยชาติเป็นสำคัญ โดยมีเพียงสตรีวัยกลางคนดูแลในฐานะหัวหน้าองค์กร
โลกภายนอกถูกบิดเบือนประวัติศาสตร์ไปจนหมดสิ้นแล้ว มีเพียงหน่วยงานลึกลับแห่งนี้ที่ยังคงอยู่ด้วยกำแพงป้องกันกระแสคลื่น ที่ทำให้พอจะมีเวลาแก้ไขทุกสิ่งทุกอย่างให้กลับคืนเข้าที่ให้ได้ ด้วยช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมงที่ถูกยื้อยุดเอาไว้
ในห้องกว้างใหญ่ที่ใช้ในการเตรียมพร้อมการเดินทาง สมาชิกเริ่มเข้ามาจัดเก็บสิ่งของสัมภาระ บางคนมาเตรียมใจนั่งรอเวลาเงียบๆ บางคนหันมาพูดคุยกันเอง ก่อนจะต้องแยกย้ายกันทำภารกิจในยุคสมัยโบราณ
“น้องเจ็ด สีหน้าเจ้ายังดูไม่ดีนัก คงเพราะเพิ่งเดินทางกลับมาจากอดีตเมื่อวันก่อนเท่านั้นเอง ปกติ การย้อนอดีตต้องเว้นช่วงให้พักผ่อนปรับตัวสักหนึ่งสัปดาห์ เดี๋ยวข้าจะลองไปปรึกษากับหัวหน้าละกัน” ชายผอมสูงวัยประมาณยี่สิบสามสิบปี ท่าทางสุภาพหน้าตาแจ่มใส ทักทายกันกับหนุ่มโครงร่างใหญ่บึกบึนวัยใกล้เคียงกัน แต่ใบหน้ามีรอยสักประหลาดสีดำ คล้ายลวดลายโบราณ
“ตัวข้าไม่เป็นไรหรอก พี่สี่ ข้าเพียงแต่สงสัยว่า ทำไมพวกเราต้องแยกย้ายกันไปเป็นสามกลุ่มด้วยเวลาที่แตกต่างกันเป็นสิบปีเท่านั้นเอง...” คนหน้าลายตอบ แต่ถูกขัดจังหวะโดยหญิงสาวเพียงคนเดียวในห้อง
“พี่เจ็ดคงยังมึนงงกับการเดินทางย้อนเวลาอยู่ พวกเราไม่อาจพูดคุยเนื้อหาในภารกิจต่อกันก่อนการเดินทาง เดี๋ยวก็ถูกลงโทษหรอก” สาวตาคมโต เค้าหน้าสวยงาม ท่าทางห้าวหาญคล้ายผู้ชาย โครงร่างสูงใหญ่คล้ายชาวตะวันตก พูดพลางลูบคลำลำคอที่เพิ่งถูกผ่าตัดเสริมทักษะเรื่องเสียงไปหมาดๆ
“น้องเก้าไม่ต้องกังวลเรื่องอุปกรณ์ที่ใส่เข้าไปในลำคอ มันเป็นสิ่งประดิษฐ์แบบชีวภาพ ถึงขนาดเดินผ่านเครื่องตรวจจับโลหะ ยังไม่ส่งเสียงเลยด้วยซ้ำ รับรองว่าอยู่ได้ยาวนานตลอดชีวิต” หนุ่มคนแรกยิ้มแย้มบอกกล่าว ในขณะที่หนุ่มน้อยวัยไม่ถึงยี่สิบปี ท่าทางเหมือนคนสติเฟื่อง ก้าวเข้ามาในห้องพอดีได้ยินประโยคท้ายๆ
“ตัวเร่งพลังเสียงนี่เป็นงานชิ้นเอกของผม พอๆกันกับหน้ากากพิสดารเลยนะ พี่เก้าน่ะโชคดีที่ได้ใช้ของพวกนี้ เป็นวีรบุรุษสร้างชื่อในตำนาน เสียดายที่ผมได้เป็นแค่ตัวประกอบโนเนม ผมค้นหาชื่อตัวคนที่ผมจะไปแทนที่ในกูเกิ้ลแล้ว ยังไม่ค่อยมีข้อมูลเลยด้วยซ้ำ” อัจฉริยะหนุ่มบ่นพึมพำ จนสาวสวยต้องมาตบบ่าให้กำลังใจ
“บางที เจ้าอาจจะเป็นตัวประกอบที่มีผลงานยิ่งใหญ่ที่สุดก็ได้นะ ลองดูอย่างน้องเล็กสิ ขานั้นเป็นสุดยอดฝีมือ แต่ยิ่งต้องเป็นคนที่ไร้ตัวตนในประวัติศาสตร์เลยด้วยซ้ำ” คนหน้าลายอดไม่ได้ที่จะพูดพาดพิงถึงรายละเอียดของภารกิจลับอีก
น้องเล็กที่ว่า คือ ชายหนุ่มวัยไม่ถึงยี่สิบปีอีกคนที่มีร่างกายสมส่วน แข็งแรง แต่ดูเย็นชาเงียบขรึม ราวกับจอมยุทธ์ในนวนิยายกำลังภายใน คนอื่นพูดจากันไปมา แต่มันยังหลับตาพริ้ม นอนทอดกายเหยียดยาวไปกับม้านั่งตามลำพัง
สาวน้อยลำดับที่เก้านั่งยองๆลงมองหน้าน้องเล็กแน่วนิ่ง ไม่พูดจาใดๆ ทั้งสองคนได้รับการฝึกฝนมาในแนวทางใกล้เคียงกัน จึงมีจิตใจเปิดเผย คุ้นเคยกันมากกว่าคนอื่นๆอยู่บ้าง แตกต่างจากพวกสายวางแผน ซึ่งมักจะระมัดระวังตัวเกินไป เย็นชาเกินไปต่อพวกพ้อง จนยากจะคบหากันอย่างสนิทสนมเท่าที่ควร
“เอาละ แยกย้ายกันไปเปลี่ยนชุด หยิบอุปกรณ์ประจำตัว และอ่านภารกิจเสริมของแต่ละคนกันได้แล้ว ใครมีอะไรสงสัย ให้สอบถามกับพี่ใหญ่เท่านั้น จากนี้นับถอยหลังสองชั่วโมงให้ไปรายงานตัวพร้อมกันที่ห้องเครื่อง” เสียงเข้มแข็งดังขึ้นมาจากชายหนุ่มวัยสามสิบปีเศษ ท่าทางองอาจราวกับจอมทัพ ที่ก้าวเข้ามาพร้อมสมาชิกที่เหลืออีกสองสามคนที่เดินเข้ามาเก็บข้าวของสัมภาระเช่นกัน
รอคอยให้คนอื่นๆจากไปก่อน น้องเล็กค่อยดีดกายขึ้นมายืนบ้าง กลับพบว่า สาวงามยังคงจ้องหน้ามันอยู่ จึงทำหน้างง “ข้านึกว่าท่านออกไปแล้วเสียอีก”
“เจ้ายังโกหกได้ไม่แนบเนียน ประสาทหูของเจ้าว่องไวจนได้ยินเสียงมดปลวกเดินในระยะห้าเมตร กลับไม่รู้สึกถึงเสียงลมหายใจของข้าได้หรือ” พ่ีเก้าต่อว่าด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ภารกิจนี้ดูเหมือนจะเน่ินนานยิ่งนัก ข้าเพียงอยากมีเวลาส่วนตัวกับเจ้าชั่วครู่ก่อนที่จะสวมบทบาทใหม่ให้กับตัวเองเท่านั้น”
“พี่เก้า ไม่ต้องกังวลใจไป คนที่ไร้ตัวตนอย่างข้าจะคอยดูแลท่านให้ตลอดทั้งชีวิต รับรอง” น้องเล็กทำสีหน้าล้อเลียนซึ่งน้อยคนจะเคยได้เห็น
“รักษาตัวด้วยนะ น้องเล็ก” สาวงามกล่าวคำพร้อมก้าวเดินนำไปก่อน น้องเล็กมองไปรอบห้อง พร้อมเปรยขึ้น “ลาก่อน อนาคตที่มองไม่เห็น”
ที่ห้องประชุมแห่งเดิม สมาชิกแกนนำสามลำดับแรกกลับมานั่งพูดคุยอยู่กับสตรีหัวหน้าองค์กร คล้ายเป็นการประชุมลับส่งท้ายก่อนการเดินทาง
“...หัวใจของภารกิจครั้งนี้ คือ ความเด็ดเดี่ยว เชื่อมั่นในการตัดสินใจของตัวเอง เพราะการกระทำของพวกเธอจะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงกับประวัติศาสตร์ของโลกในภาพรวม” หัวหน้าองค์กรสรุปสั้นๆ “อินทรี เธอถูกเลือกให้เป็นผู้นำในภารกิจครั้งนี้ก็จริง แต่กว่าจะไปถึง กระเรียนและกลุ่มของกระสาจะตระเตรียมพื้นฐานการจัดการไว้ให้ก่อนแล้ว ดังนั้น มันจะเป็นการเดินทางสามระลอก เพื่อสกัดช่องโหว่ความผิดเพี้ยน และกระจายกันทำงานในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน แต่ต้องสอดคล้องกันในหลักการและกระบวนการ พวกเราเข้าใจตรงกันนะ”
ทั้งสามรับคำโดยพร้อมเพรียงกัน หากแต่สตรีมากประสบการณ์สังเกตเห็นความสับสนลังเลมาจากแววตาของสมาชิกหนึ่งคน ซึ่งเธอกังวลใจมาโดยตลอด
“กระเรียน เธอคือคนที่พิเศษที่สุด ทั้งเรื่องอายุงานและความเชี่ยวชาญในศาสตร์ต่างๆ พวกเราจึงวางใจให้เธอทำงานสำคัญเพียงคนเดียวตั้งหลายสิบปี ท่ามกลางแรงกดดันของยุคสมัยโบราณ จงรักษาความตั้งใจไว้ให้ถึงที่สุดนะ”
สมาชิกที่อายุมากสุดรับคำ แต่ไม่ยอมสบสายตาเช่นเคย ทำให้หัวหน้าทีม อินทรี พยายามจะเอื้อมมือไปปลอบโยน แต่เหมือนจะสร้างความอึดอัดใจให้กับกระเรียนมากยิ่งขึ้น จนหันมาทำตาดุใส่ ทำให้อินทรีต้องรั้งมือกลับ และส่งยิ้มให้แทน
การที่ฝ่ายตรงข้ามถูกลดชั้นให้เป็นเบอร์สอง ทำงานเหมือนสร้างนั่งร้านให้ผู้อื่น อาจจะทำใจได้ยาก เพราะไม่ใช่ช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้น แต่เพียงเพราะแต้มด้านจริยธรรมของมันเหนือกว่า จึงได้เป็นที่ไว้วางใจให้ทำหน้าที่หัวหน้าทีม แต่อีกสักครู่ ความค้างคาใจนี้จะกลายเป็นเวลาที่สั่งสมยาวนานร่วมสิบยี่สิบปีเลยทีเดียว
เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมง เหล่านักเดินทางย้อนอดีตแห่งหน่วยปักษาสวรรค์ใช้เวลาในการแต่งตัวเป็นชุดจีนโบราณ ตระเตรียมห่อผ้าอุปกรณ์ และศึกษาภารกิจของตัวเองให้เข้าใจชัดเจน แล้วค่อยมาพร้อมกันที่ห้องเครื่อง เมื่อได้รับสัญญาณแล้ว ต่างทะยอยกันสัมผัสมือหัวหน้าทีม และหัวหน้าองค์กรเป็นการอำลา และเดินทางเข้าเครื่องย้อนเวลาไปสู่อดีตกาลกันทีละคน
จนเหลือเพียงหัวหน้าทีมกับหัวหน้าองค์กรเพียงสองคนแล้ว มันจึงยื่นมือออกมาเช่นเดียวกันกับคนอื่นๆ แต่สตรีวัยกลางคนกลับชักมือหลบอย่างมีนัยยะสำคัญ มันจึงยกมือตั้งขึ้นลูบผมตัวเองเป็นเชิงล้อเลียน และหันไปมองที่ประตูด้านหลังแว่บหนึ่ง ก่อนก้าวหายไปในเครื่องเป็นคนสุดท้าย พร้อมกล่าวคำอำลา “ทุกคนพร้อมสำหรับภารกิจแล้ว ลาก่อนครับ ท่านหัวหน้า แล้วค่อยพบกันใหม่”
หัวหน้าองค์กรหญิงรอให้ร่างของสมาชิกคนสุดท้ายจางหายไปก่อน จึงพูดขึ้นดังๆว่า “เธอคิดว่าเรื่องนั้นเป็นจริงได้มากน้อยแค่ไหนหรือ”
“ผมเชื่อมั่นเป็นอย่างมากครับ ท่านศาสตราจารย์” บุรุษหนุ่มร่างบอบบางในชุดนักวิทยาศาสตร์ เดินเข้ามาทางประตูด้านหลังที่แง้มอยู่เล็กน้อยตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา “เพราะเขาคือบรรพบุรุษของผมเอง และเขานั่นแหละที่บันทึกเรื่องราวครั้งนี้เอาไว้เมื่อหลายร้อยปีก่อน”
สตรีคนเดิมมองไปยังเครื่องย้อนเวลา พลางกล่าวตอบ “ถ้างั้น คงต้องให้เวลาเป็นบทพิสูจน์แล้วจริงๆ หวังว่า บันทึกที่ว่าจะเป็นเรื่องจริงนะ”
"เขา" ที่ถูกเอ่ยถึงคือใครกัน และมีความสำคัญต่อเหตุการณ์นี้เช่นไรกันหรือ
...
บุรุษหนุ่มผู้มาทีหลัง ยืนนิ่งมองตามสตรีผู้นำองค์กรที่เดินออกจากห้องไปครู่ใหญ่ แล้วจึงรีบถอดชุดคลุมออกอย่างรีบร้อน ภายในกลับเป็นชุดรัดกุมแบบจีนโบราณเช่นกัน มันก้าวตรงไปยังเครื่องย้อนเวลา และส่งสัญญาณให้กับทีมงานที่เหลืออยู่สี่ห้าคน เหมือนนัดหมายกันไว้ก่อนแล้ว ทีมงานนำกล่องโลหะทรงยาวพร้อมกับกระบี่เล่มยาวที่ซุกซ่อนเอาไว้ มามอบให้
"หวังว่างานครั้งนี้จะสำเร็จนะครับ ท่านหัวหน้า" เสียงของทีมงานคนดังกล่าวตะโกนขึ้นก่อนร่างชายหนุ่มจะเลือนหายไป ไม่ทันขาดคำ เสียงระเบิดดังขึ้นหลายครั้งจากด้านหลังของเครื่องย้อนเวลา แรงระเบิดทำให้ห้องปฏิบัติการณ์แตกเป็นทางยาว ชิ้นส่วนอุปกรณ์กระจัดกระจายไปทั่วห้อง และแล้ว เครื่องย้อนเวลาก็ค่อยๆล้มครืนลงมากองอยู่กับพื้นห้อง หมดสภาพการใช้งานอย่างสิ้นเชิง
สตรีกลางคนวิ่งย้อนกลับมาในห้องอีกครั้งด้วยความตกใจ แต่ก็แก้ไขอะไรไม่ทันเสียแล้ว ทีมงานที่เหลือต่างก็วิ่งหนีเอาตัวรอด เบียดชนจนตัวเธอเองเซถลาไปติดกำแพง และมีดสั้นเล่มหนึ่งก็แทงฝังเข้าที่กลางท้องของเธอจนมิดด้าม จากนั้น ร่างของท่านผู้นำหญิงล้มฟุบลงกับพื้น ไม่ปรากฎมือสังหารรั้งรออยู่ แสดงว่า คนลงมือต้องเป็นมืออาชีพเลยทีเดียว
นี่คงเป็นการเดินทางผ่านเครื่องย้อนเวลาของหน่วยปักษาสวรรค์ทั้งสิบสามคน และ "ท่านหัวหน้า" เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว องค์กรย้อนเวลาถึงการล่มสลายเสียแล้วก่อนที่จะรับรู้ถึงความสำเร็จหรือความล้มเหลวของโครงการ
ใครกันที่เป็นคนวางระเบิดทำลายเครื่องย้อนเวลา และสร้างโอกาสสังหารหัวหน้าองค์กรหญิงในครั้งนี้ แล้วภารกิจสำคัญของมนุษยชาติจะสำเร็จลุล่วงได้หรือไม่ เมื่อเกิดความพลิกผันเช่นนี้
...
ย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน ณ ประเทศจีนตอนเหนือ ป้ายหินแกะสลักขนาดใหญ่เขียนชื่อวัดป่าน้อย ตั้งอยู่ที่เชิงผาด้านหน้าวัดมาตั้งแต่สมัยโบราณนับพันปีมาแล้ว แต่วันนี้ กลับมีผู้คนในชุดนักวิจัยสีขาวมารายล้อมกันอยู่ร่วมสิบกว่าคน โดยมีทหารในเครื่องแบบกางกั้นอยู่ห่างออกไปอีกชั้นหนึ่ง บรรดาหลวงจีนและสานุศิษย์ทั้งหลายถูกกีดกันอยู่นอกบริเวณ ได้แต่ภาวนาต่อเบื้องบน หากป้ายหินถููกทำลาย เกียรติภูมิของวัดที่สั่งสมมายาวนาน คงเสื่อมถอยเป็นแน่
จริงอยู่ว่า วัดเส้าหลิน (วัดป่าน้อย) แห่งเขาซงซานที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนับพันปี ย่อมถูกรุกรานมาแล้วหลายครั้ง แต่โชคดีที่ป้ายหินโบราณนี้กลับหลงรอดมาได้อย่างน่าประหลาดใจ บ้างสันนิษฐานว่า เป็นเพราะป้ายหินอยู่ด้านล่าง ห่างไกลตัววัด บ้างกลับศรัทธาว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ความคุ้มครอง
เห็นนักวิจัยใช้เครื่องมือล้ำสมัยฉายรังสีประหลาดไล่ไปตามป้ายหินทั้งสี่ด้าน จนมีเสียงรายงาน “ค้นพบวัตถุโลหะซ่อนอยู่ในป้ายหินตรงกับในบันทึกแล้วครับ”
หัวหน้าทีมสูงวัยพยักหน้ายินดีกับผู้ช่วยสาว ท่าทางมั่นใจ และเด็กหนุ่มร่างบอบบาง พร้อมสั่งการให้ดำเนินการต่อ เหล่านักวิจัยใช้มีดเลเซอร์เจาะเปิดช่องเล็กๆให้เพียงพอแค่นำวัตถุที่ต้องการออกมาจากป้ายหิน และนำหินปิดกลับไปที่เดิม พร้อมซ่อมแซมร่องรอยความเสียหาย จนดูด้วยตาเปล่าไม่ออก
เด็กหนุ่มนำวัตถุลึกลับมาพิจารณา เป็นกล่องโลหะทรงยาวธรรมดา พอเปิดออก ก็พบเห็นม้วนไม้ไผ่สีเก่าซีดวางอยู่ คล้ายกับหนังสือในสมัยโบราณ แต่พลิกหมุน ก็เห็นรอยประหลาดสีดำสะดุดตา ทำเอามือไม้พัลวันด้วยความตื่นเต้นดีใจ
หญิงสาวชิงม้วนไม้ไผ่ไปจากมือเด็กหนุ่ม พร้อมกางออกตรงหน้า ให้คนทั้งหมดได้อ่านไปพร้อมกัน จากนั้น เห็นหัวหน้าทีมพยักหน้าอย่างพึงพอใจ และประกาศขึ้นเบาๆ “โครงการในขั้นต่อไปต้องใช้เวลาอีกนาน คงต้องฝากให้เธอทั้งสองดำเนินการต่อแล้วล่ะนะ ฉันเองคงอยู่ไม่ถึงวันเวลานั้นหรอก”
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว โครงการวิจัยดั้งเดิมถูกปรับเปลี่ยนขยายขอบเขตไปสู่เรื่องราวที่น่าเหลือเชื่อ ระหว่างทาง เกิดความปั่นป่วนวุ่นวายอยู่หลายครั้ง โดยเฉพาะครั้งที่หัวหน้าทีมผู้สูงวัยเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตอย่างกระทันหัน หรือสมาชิกบางคนหายสาบสูญไปในกาลเวลา ที่ทำให้หญิงสาวในอดีต ผู้ซึ่งก้าวขึ้นมารับผิดชอบงานสำคัญครั้งนี้แทน ต้องรับมือฝ่าฟันกับอุปสรรคปัญหามาโดยตลอด
กลุ่มหนุ่มสาวที่มีศักยภาพถูกคัดกรองมาอย่างดี เพื่อนำมาฝึกฝนความรู้ความสามารถให้เหมาะสมกับภารกิจสุดท้ายนี้ โดยมีเพื่อนชายหนุ่มคู่หูคนเดิมเป็นคนดูแล แต่ไม่อาจจะออกหน้า เพราะเรื่องราวที่มีความซับซ้อนบางอย่างแฝงเร้นอยู่
สิ่งประดิษฐ์ล้ำสมัย และเครื่องย้อนเวลาถูกจัดทำเตรียมการมาจากหน่วยงานอื่น เพื่อให้เกิดความคืบหน้าคู่ขนาน สุดท้าย เพิ่งนำมาผสมผสานกับหน่วยงานของเธอในภายหลัง ถึงแม้ว่าจะมีการทดลองเสมือนจริงไปบ้างแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ถึงกับเชื่อมั่นได้ว่า ความสำเร็จจะครบถ้วนตามที่เธอต้องการ และสมาชิกจะทนทานกับแรงกดดันได้นานพอเพียงหรือไม่
ทั้งหมดนั้นคือจุดเริ่มต้นของโครงการวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์จีนยุคสามก๊กในครั้งนี้ ผู้นำหญิงวัยกลางคนคิดถึงวันแรกที่ได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญมาจากหัวหน้าคนเดิม เมื่อหลายปีก่อน
ความพยายามอย่างหนักเกิดขึ้นภายใต้แรงกดดันรอบด้าน แต่แล้ว เธอกลับมาไม่มีโอกาสรับรู้ถึงความสำเร็จหรือความล้มเหลวของภารกิจเสียแล้ว ตั้งแต่วินาทีแรกที่เพิ่งเริ่มต้นปฏิบัติจริง เพราะหากสถานการณ์เป็นเช่นนี้ มันก็คือตั๋วเดินทางทางเดียว ไปแล้วไม่หวนกลับคืนของเหล่านักเดินทางทุกคนเสียแล้ว
...

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา