มีบัญชีอยู่แล้ว?
Blood Oil ตอนที่ 2 : The King is Dead
2
ในเดือนธันวาคมปี 2014 อับดุลลาห์ บิน อับดุลลาซิซ อัล ซาอุด สมาชิกคนที่หกของราชวงศ์อัล ซาอุด ที่สาม ที่กำลังปกครองซาอุดิอาระเบีย กำลังนอนอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลกลางทะเลทรายนอกกรุง ริยาด เมืองหลวงของประเทศ
Blood Oil ตอนที่ 2 : The King is Dead
มันเป็นการแค่เพียงรอเวลาที่พระองค์ท่านจะสิ้นพระชนม์เพียงเท่านั้น อับดุลลาห์ เป็นคนที่รักทะเลทรายมาโดยตลอด เขาไปพักที่นั่นในวาระสุดท้ายของชีวิต เพื่อหลบหนีความวุ่นวายในเมืองหลวง ที่เขาต้องพบกับความผิดหวังไม่รู้จบของรัฐบาลที่แตกสลายที่ไม่อาจนำพาประเทศสู่ความทันสมัยได้
2
ประเทศซาอุดิอาระเบีย มีอายุเพียงแค่ 83 ปี ซึ่งมีอายุน้อยกว่าอับดุลลาห์ที่มีอายุ 90 ปี ตลอดชีวิตในวัยเด็กของเขา อาณาจักรแห่งนี้มีประชากรอาศัยอยู่เบาบาง และมีการเชื่อมต่อกับโลกภายนอกเพียงเล็กน้อย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการเข้ามาแสวงบุญที่เมืองศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาอิสลามที่เมกกะ
3
เมื่ออับดุลลาห์ อายุได้ยี่สิบปีเศษ ๆ การเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดฝันก็ได้เกิดขึ้นกับซาอุดิอาระเบีย มีการค้นพบมหาสมุทรน้ำมันใต้ทะเลทราย ช่วยให้สามารถเปลี่ยนเมืองที่มีแต่กำแพงโคลนให้กลายเป็นมหานครที่ทันสมัยที่มีตึกระฟ้าและห้างสรรพสินค้าเกิดขึ้นมากมาย
2
สำหรับอับดุลลาห์การขึ้นครองบัลลังก์ในปี 2005 การปกครองอาณาจักรแห่งนี้ต้องบอกว่าเป็นภาระที่หนักอึ้ง ด้วยตารางการทำงานที่แน่นเอี๊ยด
1
ไล่มาตั้งแต่การต้องพบประประชาชน รัฐมนตรี และที่ปรึกษา โพสท่าถ่ายรูปร่วมกับประธานาธิบดี และ นายกรัฐมนตรีจากแทบจะทั่วโลกที่แวะมาเยี่ยมที่พระราชวังของเขา หรือแม้กระทั่งการต้องรับเรื่องร้องเรียนจากปัญหาสุขภาพ ต่อสู้กับข้อพิพาทต่าง ๆ หรือขอร้องให้ช่วยปลดหนี้จากผู้คนหลายหมื่นคนทุกปี
หลังจากการใช้ชีวิตโดยการสูบบุหรี่อย่างหนัก กับอาหารฟุ่มเฟือยที่คอยทำร้ายร่างกาย ปัญหาโรคเบาหวานและโรคหัวใจก็ได้เข้ามาทำร้ายอับดุลลาห์ในช่วงบั้นปลายของชีวิต สุขภาพของเขาล้มเหลวนับตั้งแต่การผ่าตัดหลายครั้งในปี 2010
4
เมื่อถึงเดือนพฤศจิกายนปี 2014 มีความเห็นจากทางการแพทย์ที่อเมริกาว่า เขาเป็นมะเร็งปอดในระยะที่สี่ ซึ่งหมอได้บอกว่า อับดุลลาห์ อาจจะใช้ชีวิตอยู่ได้อีกไม่เกิน 3 เดือนเท่านั้น
2
ไม่ถึงแปดสัปดาห์ต่อมา อับดุลลาห์ ถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลชั่วคราว ที่บนพื้นทรายนั้นได้ติดจอมอนิเตอร์ และ สายน้ำเกลือเข้าสู่เส้นเลือดของเขา
3
ในขณะที่ข้าราชบริพารและลูกชายอีกกว่าสิบคน ซึ่งส่วนมากก็เป็นชายวัยกลางคนที่มีนิสัยใจคอแตกต่างกันไป และพวกเขาเหล่านี้กำลังมองถึงอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังการจากไปของกษัตริย์อับดุลลาห์
แผนผังราชวงศ์อัลซาอุด (CR:AlJAZEERA)
คนเหล่านี้รู้ดีว่าการสิ้นพระชนม์ของกษัตริย์ซาอุดิอาระเบียถือเป็นการเปลี่ยนผ่านความมั่งคั่งและอำนาจ การเปลี่ยนผ่านแต่ละครั้งในประวัติศาสตร์ของประเทศได้นำไปสู่การสั่นคลอนของเหล่าสายเลือดที่ต้องมาแข่งขันชิงอำนาจกัน
2
ซึ่งในอดีตนั้น กษัตริย์ทรงทำให้บุตรชายของพระองค์เป็นสิ่งที่แทบจะแตะต้องไม่ได้ พวกเขาได้รับรายได้มหาศาล ซึ่งสะสมเป็นความมั่งคั่งหลายพันล้านดอลลาร์ และบ่อยครั้งที่พวกเขาได้รับบทบาทและอำนาจในการดูแลงานของรัฐบาลหรือในกองทัพ
แต่อับดุลลาห์ทรงเป็นกษัตริย์ที่คิดต่างออกไป เขาได้ยกเลิกรูปแบบธรรมเนียมเก่า ๆ เขาไม่ได้ให้ความมั่งคั่งแก่ลูกชายของเขาเหมือนกษัตริย์องค์อื่น ๆ มีเพียงเงินช่วยเหลือรายเดือนให้ลูก ๆ ของเขาเพียงเท่านั้น รวมถึงสิทธิพิเศษบางอย่างเช่น เครื่องบินส่วนตัว
แต่พวกเขาไม่สามารถเข้าถึงเงินหลายพันล้านดอลลาร์เหมือนที่ลูกพี่ลูกน้องของพวกเขาทำได้ อับดุลลาห์รู้สึกว่าครอบครัวขนาดใหญ่ของเขาเริ่มที่จะควบคุมไม่อยู่ ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาในอนาคต เขาจึงได้เริ่มทำกับลูก ๆ ของเขาเองก่อน
1
แต่ดูเหมือนเหล่าลูกชายของอับดุลลาห์เองก็เริ่มกังวลว่าการเปลี่ยนอำนาจจากอับดุลลาห์ไปเป็นกษัตริย์องค์ใหม่อาจเป็นภัยคุกคามต่อความทะเยอทะยานของพวกเขาเช่นกัน เพราะพวกเขาต้องทำตามคำสั่งพระบิดาและยังไม่มีโอกาสรวยจริง ๆ เหมือนกลุ่มคนอื่น ๆ
1
และอับดุลลาห์รวมถึงบุตรชายของเขา รู้ดีว่า ซัลมานเป็นผู้มีอำนาจมากที่สุดและยังคงมีชีวิตอยู่ เป็นผู้ควบคุมวัง และมีความต้องการอย่างสูงที่จะผลักดันลูกชายของเขาโมฮัมเหม็ดเพื่อสืบทอดบัลลังก์ต่อไปในรุ่นหน้า
1
และแน่นอนว่าโมฮัมเหม็ดจะกลายเป็นหายนะสำหรับตระกูลอับดุลลาห์ มันเป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่โมฮัมเหม็ดเข้ามาปะทะกับพี่น้องและเจ้าหน้าที่ระดับสูง เคยแม้กระทั่งถ่มน้ำลายต่อเจ้าหน้าที่ข่าวกรองที่มีอำนาจสูงสุดคนหนึ่งของซาอุดิอาระเบีย
2
ซึ่งนั่นเองที่ทำให้บุตรชายของอับดุลลาห์ต้องพึ่งพา คาลิด อัล ทูไวจรี หัวหน้าราชสำนักของอับดุลลาห์
1
บทบาที่สำคัญมาก ๆ ของ ทูไวจรี คือ การควบคุมการเข้าถึงกษัตริย์อับดุลลาห์ แม้แต่เอกอัครราชทูตประจำสหรัฐอเมริกาก็ต้องบินมาจากวอชิงตัน ดี.ซี. ไปยังริยาดเพื่อสนทนาเพียงแค่สองชั่วโมง เนื่องจากอับดุลลาห์ไม่ชอบการคุยโทรศัพท์เป็นอย่างยิ่ง
1
และไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจระดับโลก หรือ รัฐมนตรีของรัฐบาลจากประเทศที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหนก็ตามบนโลกใบนี้ ก็จำเป็นต้องติดต่อผ่านทูไวจรี มีคนถึงกับตั้งฉายาให้เขาว่า “King Khalid”
ต้องบอกว่านี่เป็นอำนาจที่ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อนสำหรับบุคคลภายนอกราชวงศ์ และทำให้ทั้งซัลมานและโมฮัมเหม็ดรู้สึกโกรธแค้น ทูไวจรี เป็นอย่างยิ่ง
และตัวโมฮัมเหม็ดเองก็มีประสบการณ์ที่เลวร้ายโดยตรงกับ ทูไวจรี ซึ่งโมฮัมเหม็ดมองว่าทูไวจรีนั้นเป็นคนสองหน้า เพราะด้านหนึ่งนั้นทำเหมือนจะสนับสนุนเขา แต่ลับหลัง ทูไวจรี ทำทุกอย่างเพื่อป้องกันการก้าวขึ้นมามีอำนาจของโมฮัมเหม็ดทุกวิถีทาง
1
ทูไวจรี ทำถึงขนาดที่ว่า พยายามขับไล่โมฮัมเหม็ดออกจากรัฐบาล หรือ ไม่ก็ติดสินบนจนเขาพอใจ และไม่กี่ปีก่อนหน้าก็ได้ลงโทษทางวินัยโมฮัมเหม็ดตามคำสั่งของกษัตริย์อับดุลลาห์ที่ดูหมิ่นเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูง
เมื่อกษัตริย์อับดุลลาห์ใกล้สิ้นพระชนม์ มูคริน บิน อับดุลลาซิซ อัล ซาอุด บุตรคนสุดท้องของอิบันซาอุด ถือเป็นบุตรคนที่สองในการสืบทอดบัลลังก์ ทูไวจรี และพันธมิตรของตระกูลอับดุลลาห์ เห็นว่า มูคริน เป็นช้อยส์ที่น่าสนใจในการป้องกันการเข้ามามีอำนาจของโมฮัมเหม็ด ซึ่งหากพวกเขาไม่สามารถผลักซัลมานออกไปได้ พวกเขาก็คิดว่าอย่างน้อยต้องรักษา มูคริน ไว้
4
ซัลมานเป็นคนที่แตกต่างจากบุตรชายคนอื่น ๆ ของ อิบันซาอุด ที่จ่ายเงินอย่างบ้าคลั่ง และสะสมเงินทองไว้มากมาย แต่ ซัลมานเป็นคนที่ไม่สนใจในความมั่งคั่งเหล่านี้ เขาใช้เงินส่วนพระองค์ใช้จ่ายสำหรับภรรยาและลูก ๆ ของเขา
ในฐานะผู้ว่าราชการเมืองริยาดเป็นเวลาถึงสี่สิบแปดปี ซัลมานได้ควบคุมพื้นที่หลายล้านเอเคอร์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเมื่อเมืองริยาด ได้เปลี่ยนจากหมู่บ้านในช่วงเริ่มต้นของการปกครองของเขากลายเป็นเมืองที่ทันสมัยที่มีประชากรมากกว่า 5 ล้านคน
1
ซัลมานยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับนักบวชวาฮาบิสต์ ซึ่งเป็นพันธมิตรที่สำคัญของราชวงศ์ และมักจะเข้าไปพบกับเหล่านักบวชด้วยตัวเอง ซึ่งทำให้ช่วยให้ราชวงศ์สามารถรักษาอำนาจไว้นับตั้งแต่การก่อตั้งอาณาจักร
4
แต่ความสัมพันธ์ของซัลมานกับลูกชายกับภรรยาคนแรกของเขาค่อนข้างห่างเหิน เพราะตอนที่เขาให้กำเนิดอายุคนแรกนั้นเขามีอายุเพียง 19 ปีเท่านั้น และเขาต้องการให้บุตรชายของเขาเรียนรู้ว่าโลกนี้มีอะไรที่มากกว่าความมั่งคั่ง น้ำมัน เขาต้องการให้บุตรชายของเขาได้รับความรู้ที่จะเป็นประโยชน์ต่อพวกเขาในฐานะรัฐบุรุษในภายหลัง
2
ลูกชายจากภรรยาคนแรกของเขา ฟาห์ด และ อาเหม็ดกลายเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เลี้ยงม้าแข่งระดับโลก และเป็นหุ่นส่วนที่สำคัญกับ UPS ส่วนอับดุลอาซิซเป็นผู้เชี่ยวชาญน้ำมันที่คอยจัดการเรื่องความสัมพันธ์ที่ละเอียดอ่อนของรัฐบาลกับประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายอื่น ๆ
ไฟซาล เป็นนักวิชาการสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านการศึกษาทางการเมืองจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดด้วยวิทยานิพนธ์ที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างรัฐในอ่าวและอิหร่าน
1
ซัลมานได้มาแต่งงานอีกครั้งกับภรรยาสาวฟาดาห์ บินต์ ฟาลาห์ อัล ฮิธเลน ซึ่งเป็นลูกสาวของหัวหน้าเผ่าอัจมาน ซึ่งมีประวัติยาวนานในฐานะนักรบที่ต่อสู้เคียงข้างกับราชวงศ์ในอดีต
1
และสองปีถัดจากนั้น ฟาดาห์ ก็ให้กำเนิดบุตรชายอย่างโมฮัมเหม็ด ลูกชายคนแรกหัวแก้วหัวแหวนของเธอ และให้กำเนิดเพิ่มอีก 5 คนหลังจากนั้น
1
ต้องบอกว่าเด็กทั้ง 6 คนที่เป็นลูก ๆ ของฟาดาห์ภรรยาคนที่สามของซัลมาน ได้รับการเลี้ยงดูที่แตกต่างจากกลุ่มพี่ชายของภรรยาคนก่อนเป็นอย่างมาก
โมฮัมเหม็ดและน้อง ๆ ของเขา ไม่ได้ดูดซับความหลงใหลในด้านวิชาการและการใช้ชีวิตในต่างประเทศที่ปลูกฝังเหมือนกลุ่มพี่ ๆ ของภรรยาคนแรก ในขณะที่เหล่าพี่ชายกำลังสร้างอาชีพตามความฝัน
1
โมฮัมเหม็ดเป็นวัยรุ่นที่ดูเหมือนจะไร้จุดมุ่งหมาย เขามีนิสัยชอบฝันกลางวันระหว่างงาน หลายคนเข้าใจผิดว่าเขาเป็นคนเหม่อลอย ในวันหยุดพักผ่อนเขาและคาลิดน้องชายจะออกไปสำรวจหรือดำน้ำ เขาใช้เวลาหลายชั่วโมงในการเล่นวีดีโอเกม รวมถึงซีรียส์อย่าง Age of Empires
2
แต่เมื่อเวลาผ่านไปเจ้าชายวัยรุ่นอย่างโมฮัมเหม็ด ก็เริ่มสำนึกว่าควรจะเริ่มเปลี่ยนความเข้าใจเรื่องของเงินตรา และ อำนาจ เขาได้เริ่มซึมซับหลาย ๆ อย่างจากพระบิดาของเขา เพราะด้วยวัยที่ห่างกันมาก และ อยู่ด้วยกันบ่อย ๆ ทำให้ทั้งสองเริ่มมีความผูกพันกันมากยิ่งขึ้น
1
ในขณะที่พี่น้องของเขาส่วนใหญ่ได้รับการขัดเกลาจากครูที่พ่อของเขานำเข้ามาหรือออกไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ แต่โมฮัมเหม็ดกำลังเฝ้าดูซัลมานอย่างใกล้ชิดและเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องของอำนาจและวิธีที่จะใช้มัน
1
และเมื่อกษัตริย์อับดุลลาห์ใกล้สิ้นพระชนม์ โมฮัมเหม็ดก็อายุได้เกือบสามสิบปี และได้กลายเป็นศัตรูที่น่าเกรงขามสำหรับ บุตรชายและข้าราชบริพารของอับดุลลาห์ เพราะเป็นคนที่คิดต่างมีความกระตือรือร้น ความคิดสร้างสรรค์ ความทะเยอทะยาน และมีความเชือดเฉือนมากกว่าที่ใคร ๆ คาดคิด
3
โมฮัมเหม็ดรู้ดีว่าประเทศต้องการอะไร เขามองว่าซาอุดิอาระเบียต้องไม่ใช่แค่เพื่ออยู่รอดไปวัน ๆ จากน้ำมันเท่านั้น แต่ต้องทำทุกอย่างเพื่อความเจริญรุ่งเรือง และด้วยการอยู่ใกล้ชิดกับพ่อของเขาตลอดในช่วงวัยยี่สิบ แทนที่จะออกจากซาอุดิอาระเบียเพื่อไปเรียนหนังสือเหมือนพี่ ๆ ของเขา มันทำให้โมฮัมเหม็ดได้เรียนรู้อย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับความอ่อนแอของคู่แข่งในราชวงศ์
ภายในปี 2010 ห้าปีหลังการครองราชย์ของกษัตริย์อับดุลลาห์ ซัลมานมีอายุมากกว่าเจ็ดสิบปี และมีพี่ชายที่ประสบความสำเร็จใกล้เคียงกันสองคน คั่นกลางอยู่ระหว่างเขากับบัลลังก์ ซึ่งตลอดเวลาที่อับดุลลาห์ขึ้นครองราชย์ ไม่มีเหตุผลใดที่ทูไวจรี หัวหน้าราชสำนักจะมองว่าซัลมานหรือลูก ๆ ของเขาจะเป็นภัยคุกคาม
2
แต่การเสียชีวิตของพี่ชายทั้งสองที่คั่นกลางการขึ้นมาสืบทอดบัลลังก์ของซัลมานในปี 2011 และ 2012 มันก็ทำให้อนาคตของบัลลังก์นั้นตกมาอยู่ในมือของซัลมานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
1
นั่นทำให้ ทูไวจรี เริ่มคิดแผนการชั่วร้าย โดยเริ่มมีการเผยแพร่ความคิดที่ว่า ซัลมาน กำลังทุกข์ทรมนจากภาวะสมองเสื่อม เขาได้พยายามแสวงหาเชื้อพระวงศ์ที่มีอิทธิพลคนอื่น ๆ เพื่อดำเนินการปฏิรูปที่ยิ่งใหญ่ครั้งสุดท้ายในการส่งต่อมงกุฏไปยังคนรุ่นต่อไป
ซึ่งแผนการของทูไวจรีคือการผลักดันบุตรชายของกษัตริย์อับดุลลาห์ ซึ่งอาจเป็นมิเทบ หรือ ทูร์กี หรือ อาจจะเป็น โมฮัมเหม็ด บิน นาเยฟ หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงในประเทศที่มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับ CIA และกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา
1
บิน นาเยฟ ควบคุมกระทรวงมหาดไทยของซาอุดิอาระเบียที่มีอำนาจไม่แพ้ใคร ในขณะที่บุตรชายทั้งสองของอับดุลลาห์ควบคุมกองกำลังพิทักษ์ชาติของซาอุดิอาระเบียที่คอยปกป้องราชวงศ์
1
สำหรับแผนการของ ทูไวจรี ต้องจัดการทุกอย่างก่อนที่ซัลมานจะเข้ามาแทรกแซงได้ วิธีที่ดีที่สุดคือทำให้กษัตริย์อับดุลลาห์เสียชีวิตในทะเลทรายโดยไม่มีคนในครอบครัวอยู่รอบๆ ตัว นั่นจะทำให้ทูไวจรีมีเวลาอย่างน้อยหลายชั่วโมงในการปฏิบัติการยึดอำนาจ
2
ทูไวจรี ต้องการทำทุกอย่างเพื่อคงอำนาจไว้ (CR:alchetron.com)
ซึ่งลูกชายของอับดุลลาห์ก็สนับสนุนแนวคิดนี้ พวกเขาเชื่อว่า พวกเขาเองก็เหมาะสมที่จะปกครองประเทศต่อไป ซึ่งก่อนที่จะถึงวาระสุดท้ายของกษัตริย์อับดุลลาห์ มิเทบ ลูกชายบอกกับ โจ เวสต์ฟาล ทูตสหรัฐฯ ว่าเขากำลังช่วงชิงมงกุฏ
แต่สิ่งที่ทูไวจรีไม่ทันคิดไปก็คือ การที่ข่าวดังกล่าวได้รั่วไหลไปถึงหูของโมฮัมเหม็ด ซึ่งได้มีกลุ่มทีมงานที่ซื่อสัตย์ ที่คอยรวบรวมข้อมูลภายในราชสำนักมาให้เขาได้ และก็ได้แจ้งเตือนโมฮัมเหม็ดทันทีเกี่ยวกับอาการของกษัตริย์อับดุลลาห์
1
และตัวทูไวจรีเองก็ถูกกดดันจากครอบครัวในราชวงศ์ให้เคลื่อนย้ายอับดุลลาห์จากที่หลบภัยในทะเลทรายไปยังโรงพยาบาลในริยาด ซึ่งสุดท้ายได้ดำเนินการโดยกองกำลังพิทักษ์ชาติ ซึ่งทูไวจรีก็พยายามเก็บเป็นความลับมากที่สุด
2
สถานการณ์ในตอนนั้น ทูไวจรี และ ตระกูลอับดุลลาห์ ต่างเริ่มยอมแพ้ที่จะรักษาอำนาจของพวกเขาไว้แล้ว สิ่งที่ดีที่สุดที่พวกเขาหวังได้ก็เพียงแค่ ซัลมาน จะไม่เกลียดชังพวกเขา และย้อนมาเล่นงานพวกเขาในภายหลังเพียงเท่านั้น
2
หลังจากย้ายกษัตริย์อับดุลลาห์มายังเมืองริยาด ราชสำนักได้กางเต๊นท์นอกโรงพยาบาล เพื่อให้ เพื่อน ๆ และญาติ ๆ มาเยี่ยมกษัตริย์ที่กำลังใกล้จะสิ้นพระชนม์ ชาวซาอุฯ หลายพันคนรวมตัวกันรอบ ๆ โรงพยาบาลและทำการอธิษฐานตลอดคืน
หลายวันที่อับดุลลาห์นอนอยู่ในโรงพยาบาล โมฮัมเหม็ดพยายามโทรไปหา ทูไวจรี เพื่อสอบถามสถานการณ์แต่สิ่งที่ได้รับกลับมานั้นเป็นเพียงคำโกหกหลอกลวงว่ากษัตริย์อับดุลลาห์ยังคงมีชีวิตอยู่
เพราะข่าวที่เขาได้รับมาจากลูกสาวคนหนึ่งของอับดุลลาห์ ที่มาพบบิดาของเธอ กลับไม่มีร่องรอยของลมหายใจหลงเหลืออยู่อีกต่อไปแล้ว กษัตริย์อับดุลลาห์ได้สิ้นพระชนม์ลงแล้ว แต่ทูไวจรี กำลังพยายามทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อยืดเวลาออกไปให้นานที่สุดก่อนที่จะมีการสถาปนากษัตริย์องค์ใหม่
และไม่นานหลังจากนั้นโมฮัมเหม็ดก็ได้รับโทรศัพท์อย่างเป็นทางการว่ากษัตริย์อับดุลลาห์เสียชีวิตแล้ว เขารีบพาพ่อของเขาขึ้นขบวนรถและมุ่งตรงไปที่โรงพยาบาลทันที
พวกเขาพบทูไวจรีรออยู่ที่โถทางเดิน ซัลมานเหลือทนกับคนอย่างทูไวจรี เขาตบหน้าทูไวจรีอย่างรุนแรงและดังไปทั่วทางเดินของโรงพยาบาล ถึงจุดนี้ มันได้ถึงจุดเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของราชวงส์แล้ว ทูไวจรี รู้ตัวดีแล้วว่า อำนาจอันล้นฟ้าของเขากำลังจะสูญสิ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อกับศึกการแย่งชิงบัลลัก์ในครั้งนี้ โปรดอย่าพลาดติดตามต่อในตอนหน้านะครับผม
2
อ่าน​ตอนที่​ 3 : National Reform
ย้อนไปอ่านตั้งแต่ตอนแรก & Credit แหล่งข้อมูลบทความ
=========================
ร่วมสนับสนุน ด.ดล Blog และ Geek Forever Podcast
เพื่อให้เรามีกำลังในการผลิต Content ดี ๆ ให้กับท่าน
——————————————–
ติดตาม ด.ดล Blog ผ่าน Line OA เพียงคลิก :
=========================
ฟัง PodCast เรื่องเกี่ยวเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ที่ Geek Forever’s Podcast
——————————————–
ฟังผ่าน Podbean :
——————————————–
ฟังผ่าน Apple Podcast :
——————————————–
ฟังผ่าน Google Podcast :
——————————————–
ฟังผ่าน Spotify :
——————————————–
ฟังผ่าน Youtube :
——————————————–
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
อ่านเพิ่มเติม
http://line.me/ti/p/~@tharadhol

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
    Sataporn
    สนุกมากค่ะ เหมือนกำลังอ่านหนังสือหักเหลี่ยมโหดราชบัลลังก์เลยค่ะ ยิ่งกว่านิยายเสียอีก
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      งานวิจัยล่าสุดจากอังกฤษ พบประสิทธิภาพจากการฉีดวัคซีนไขว้ โดยให้วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าหรือไฟเซอร์เป็นเข็มแรก ตามด้วยวัคซีนโมเดอร์นาเป็นเข็มที่สอง ว่ามีประสิทธิภาพสร้างภูมิคุ้มกันโควิดในร่างกายสูงกว่าการฉีดวัคซีนยี่ห้อเดียวกัน 2 เข็ม ทีมวิจัยชี้ว่า ผลการทดลองนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนให้หลายประเทศมีตัวเลือกการฉีดวัคซีนไขว้แบบมีประสิทธิภาพที่แท้จริง
      🔥 วิธีขยันแบบคนขี้เกียจ ! รู้ไหม? คนฉลาดหลายๆ คน เป็นสุดยอดคนขี้เกียจชนิดหาตัวจับยาก อย่าปล่อยให้ภาพลักษณ์ของคนขี้เกียจมาหลอกลวงคุณได้ บางทีความขี้เกียจอาจเป็นสิ่งที่คุณควรจะมีก็ได้นะ
      ราชกิจจาฯเผยแพร่ประกาศกรมปค. ยกเลิกเรียกสำเนาบัตรปชช.-ทะเบียนบ้าน ราชกิจจาฯเผยแพร่ประกาศกรมการปกครอง ยกเลิกการเรียกสำเนาบัตรประชาชน-ทะเบียนบ้าน กรณีจำเป็นต้องใช้ให้ จนท.ผู้รับคำขอเป็นผู้ทำสำเนาเอกสารเอง ห้ามเก็บค่าใช้จ่าย
      EP 1254 Book Review ชีวิตไม่ติดกับ กำจัด 7 กับดักขวางความสำเร็จ ตอนที่ 2 มา Review เป็นตอนจบของหนังสือเล่มนี้ครับ ตอนนี้จะเป็นเรื่องสิ่งที่เราควรทำเพื่อให้หลุดจากกับดักเหล่านี้ ลองฟังและนำไปปรับใช้กันได้นะครับ
      ดูทั้งหมด