13 ก.พ. 2021 เวลา 12:00 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี
เมื่อนักประสาทวิทยาเขียนหนังสือบอกเทคนิค ‘ทำอย่างไรไม่ให้นก’
จริงหรือที่นักวิทยาศาสตร์มักกล่าวว่า ความรักไม่ใช่เรื่องของหัวใจ แต่เป็นไปเพราะสารเคมีในสมอง ถ้าอย่างนั้นก็ย่อมต้องหาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มาทำให้ความรักประสบความสำเร็จได้น่ะสิ?
Helen Thomson นักประสาทวิทยา (Neurologist) ผู้ที่ทำงานวิจัยเกี่ยวกับสมองและพฤติกรรมมนุษย์มา 15 ปี เขียนหนังสืออธิบายถึงความรักในแง่มุมต่างๆที่สามารถเชื่อมโยงกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ได้ จึงเป็นที่น่าสนใจว่าจะออกมาในรูปแบบใด
เริ่มต้นจากคำสารภาพของผู้เขียน: ว่าจริงๆแล้วเธอเองเกลียดหนังสือ How to มาโดยตลอด และไม่เคยเชื่อว่าจะมีสูตรสำเร็จหนึ่งใดที่สามารถใช้ได้กับคนทุกคน (One-size-fits-all) นอกจากนั้นเธอยังไม่เชื่อในรักแรกพบ แถมยังเคยอกหักมานับครั้งไม่ถ้วน ซึ่งดูแล้วเหมือนจะเป็น CV ที่แย่เสียเหลือเกิน กับการจะมาเขียนหนังสือแนะนำเรื่องความรัก
แต่สิ่งหนึ่งที่เธอเชื่อคือวิทยาศาสตร์ ดังนั้นเธอจึงนำความรู้และประสบการณ์ทั้ง 15 ปี มาถ่ายทอดให้คนอื่นรู้ เป็นคำแนะนำด้านความรักที่มีผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์ให้เหตุผล
❤️ สถานการณ์เสี่ยงตาย เพิ่มความโรแมนติก
- Walk over a rickety bridge -
Helen ได้เล่าเรื่องราวการเดทของเธอกับสามี ว่าช่วงนั้นเธอมักจะนัดคู่เดทที่เจอกันในโลกออนไลน์ จนมาเจอ Alex เป็นคนที่ 25 และกลายมาเป็นสามีในปัจจุบัน การเดทครั้งแรกเป็นไปด้วยดีมาก เธอรู้สึกว่าทั้งสองคนเข้ากันได้ดี และมีอะไรบางอย่างดึงดูดกัน แต่ถึงกระนั้น การเดทครั้งที่สองกลับไม่เป็นไปอย่างที่คิด ทั้งสองคุยกันไม่เข้าใจ แถม Alex ยังมีอาการเหมือนคนเมาค้าง พอมาถึงการเดทครั้งที่สาม ทั้งคู่พบว่าไม่มีอะไรดีขึ้น ในขณะที่ทั้งคู่กำลังเดินเล่นคุยกัน ต่างคนต่างเตรียมบอกลาเพราะรู้สึกว่าคงเข้ากันไม่ได้ บทสนทนากำลังจะถึงจุดสิ้นสุด ทันใดนั้นก็มีผู้หญิงคนหนึ่งล้มลงใกล้ๆ Helen และเกิดอาการชักแบบควบคุมตัวเองไม่ได้
Helen ตัดสินใจถอดเสื้อแจ็คเก็ตออกเพื่อรองศีรษะของผู้หญิงคนนั้น พร้อมกับช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น ส่วน Alex ก็โทรไปสายด่วนแจ้งเหตุฉุกเฉิน พร้อมกับร้องตะโกนขอความช่วยเหลือเผื่อมีคุณหมออยู่แถวนั้น
เธอบอกว่าเหตุการณ์นั้นได้เปลี่ยนชีวิตของทั้งสองคนอย่างสิ้นเชิง เพราะหลังจากนั้น ทั้งคู่ตัดสินใจนัดเจอกันอีกครั้ง และความสัมพันธ์ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จนได้แต่งงานกัน เมื่อมองจากมุมของนักประสาทวิทยา มีงานวิจัยหลายงานระบุว่าเหตุการณ์ดราม่าต่างๆ หรือ การเจอใครสักคนระหว่างที่ร่างกายกำลังถูกกระตุ้นให้กลัว ตื่นเต้น ตกใจ จะทำให้เกิดความรู้สึกโรแมนติกกับคนคนนั้นมากขึ้น นั่นเป็นเพราะสมองมีการเชื่อมโยงระหว่างความเครียด ความตื่นตัว และ ความน่าสนใจ
1
เหมือนกับทฤษฎี สะพานแขวน (Shaky bridge) สุดคลาสสิค นักจิตวิทยาพบว่า ผู้ชายที่พบผู้หญิงในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยง จะทำให้ผู้หญิงคนนั้นดูเซ็กซี่ เร้าใจมากขึ้น กว่าการพบผู้หญิงในสถานการณ์เรียบง่าย มีความเสี่ยงต่ำ ด้วยเหตุผลนี้ ทำให้ต้องกลับมาคิดว่าถาคราวหน้าจะเดทกับใครสักคนที่กำลังศึกษาดูใจกันอยู่ แล้วชวนกันไปดูหนัง ควรเลือกหนังที่กระตุ้นความรู้สึกตื่นเต้น เช่น แนวสยองขวัญ มากกว่าหนังที่ดูแล้วรู้สึกเรียบเฉย ถึงแม้จะเป็นหนังโรแมนติกก็ตาม
คำอธิบายที่เป็นไปได้อย่างนึง คือ เวลาที่ร่างกายตกใจกลัว ตื่นเต้น จะหลั่งอดรีนาลินออกมา จนอาจทำให้สมองเข้าใจผิดและไปเชื่อมโยงกับอาการตื่นเต้นจากความเร้าใจ น่าดึงดูด ซึ่งยังมีอีกหลายวิธีที่สามารถเพิ่มอัตราการเต้นหัวใจของฝ่ายตรงข้ามได้ เช่น การแต่งตัว แบบและสีของเสื้อผ้า
❤️ เลือกเสื้อผ้าที่ใส่แล้วมั่นใจที่สุด
- Wear whatever makes you feel most confident -
การแต่งตัวจะช่วยเพิ่มความประทับใจแรกพบได้ เพราะฉะนั้นอย่าแต่งตัวตามรสนิยมของผู้อื่น แต่จงแต่งแบบที่ตัวเองชอบและมั่นใจ มีงานวิจัยให้ผู้ชายเลือกรูปผู้หญิงที่เขาคิดว่าดูดี พบว่าส่วนมาก ผู้ชายจะเลือกรูปของผู้หญิงที่แต่งตัวสไตล์ที่ตัวผู้หญิงเองชอบ
เพราะความรู้สึกที่มีต่อตัวเองในช่วงเวลานั้นๆ จะแสดงออกมาทางสีหน้า ท่าทางโดยไม่รู้ตัว ดังนั้น ลักษณะภายนอกที่น่าประทับใจจะฉายออกมามากที่สุดเมื่อรู้สึกมั่นใจในตัวเอง
❤️ ถ้าอยากเพิ่มความน่าสนใจ พูดให้น้อยเข้าไว้
- Use short words -
ถ้าหากบังเอิญปิ๊งหนุ่มหรือสาวแล้วอยากเข้าไปคุยด้วย จะต้องพูดอะไรให้น่าประทับใจที่สุด? ขอโทษด้วยถ้าหากจะบอกว่าไม่ต้องมัวเสียเวลาคิดคำพูดอยู่หรอก นั่นแทบจะไม่มีประโยชน์ เพราะร่างกายแสดงออกได้ดีซะยิ่งกว่าคำพูดเสียอีก
เมื่อพบคนแปลกหน้า มีการประมาณว่าความประทับใจแรกเห็นจะเกิดจากลักษณะภายนอกและภาษากายของฝ่ายตรงข้าม 55% วิธีการพูด การสื่อสาร 38% และเนื้อหาที่พูดอีกเพียง 7% เท่านั้น เพราะฉะนั้นถ้าต้องการเพิ่มความประทับใจให้ใช้ท่าทางที่ดูสง่าผ่าเผยและเป็นมิตร เช่น รอยยิ้ม หรือ ไม่กอดอกระหว่างพูดคุย
นอกจากนั้นการทำท่าทางให้เหมือนกันในบางจังหวะ อาจสร้างความประทับใจโดยที่ฝ่ายตรงข้ามไม่ทันรู้ตัว เช่น ยกแก้วขึ้นจิบในจังหวะเดียวกัน หรือ นั่งเท้าคางเหมือนกัน จะสามารถสร้างแรงดึงดูดจากความเหมือนได้ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักไม่รู้ตัวว่ากำลังโดนเลียนแบบท่าทาง แต่จะสร้างความรู้สึกชอบมากกว่า
❤️ ดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ
- Eye contact can be emotionally loaded -
การสบตา สามารถสร้างความรู้สึกได้มากมาย มีการทดลองโดยให้คนแปลกหน้าสองคน จ้องตา และ จ้องมือ กัน เพื่อเปรียบเทียบความรู้สึก พบว่าการจ้องตา สามารถทำให้คนสองคนรู้สึกใกล้ชิดและสร้างแรงดึงดูดระหว่างกันได้มากกว่าการจ้องมือ ซึ่งมีหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่พบกันจากการการทดลองนี้ ลงเอยด้วยการแต่งงาน
เมื่อประเมินการทำงานของสมองระหว่างที่กำลังจ้องตา นักประสาทวิทยาพบว่าการสบตาบุคคลอื่น จะกระตุ้นการทำงานของสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการได้รางวัลหรือคำชื่นชม แต่ต้องมั่นใจว่าไม่ได้ทำสายตาน่ากลัว หรือ จ้องใครเป็นเวลานานเกินไปโดยไม่กระพริบตา เพราะนั่นจะสร้างความรู้สึกอึดอัดมากกว่า
ถ้าใครมีนัดเดทวันวาเลนไทน์ หวังว่าบทความนี้จะช่วยได้ไม่มากก็น้อยนะคะ ;)
❤️
References >>

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา