7 ก.พ. 2021 เวลา 11:51 • ธุรกิจ
อ้วยอันโอสถ จากร้านขายยา 2 คูหา สู่ธุรกิจรายได้ 300 ล้านบาท
1
เอ่ยชื่อ “อ้วยอันโอสถ” หลายคนอาจคุ้นหู แต่ไม่แน่ใจว่าขายอะไร
เพราะแม้จะเป็นแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 70 ปี
แต่อ้วยอันโอสถแทบไม่เคยทำการตลาด
เลยทำให้แบรนด์ไม่เป็นที่จดจำ
2
ทั้งที่หลายคนอาจจะเคยกินยาสมุนไพรของอ้วยอันโอสถ
หรืออย่างน้อย ก็เคยลิ้มลองรสชาติของยาอมแก้ไอ ตรามังกรทอง ที่มีให้เลือกหลายรสชาติมาบ้าง
ที่น่าสนใจ คือ ใครจะคิดว่า “อ้วยอันโอสถ” ซึ่งเริ่มต้นจากร้านขายยา
วันนี้จะกลายเป็นธุรกิจยาสมุนไพรที่มีรายได้มากกว่า 300 ล้านบาทต่อปี
 
แล้วอ้วยอันโอสถ ทำได้อย่างไร ?
 
เรื่องราวของอ้วยอันโอสถ เริ่มต้นจากคุณเสถียร สมบูรณ์เวชชการ
ซึ่งหอบเสื่อผืนหมอนใบจากจีน มาทำงานเป็นลูกจ้างในร้านขายยาจีน
ด้วยความมุมานะ และความพยายามเป็นเลิศ
ระหว่างที่ทำงาน​ เขาขยันอดออมทั้งเงินและความรู้ จนสามารถสอบเป็นแพทย์ และเภสัชกรแผนโบราณ
แถมยังได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบการโรคศิลป์ยาจีน
เมื่อความรู้และเงินทุนเพียงพอ คุณเสถียรจึงตัดสินใจเปิดร้านขายยาขนาด 2 คูหา ที่เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า
โดยตั้งชื่อว่า อ้วยอันโอสถ เพราะ อ้วยอัน ในภาษาจีน แปลว่า สะอาดและปลอดภัย
และนั่นก็กลายเป็นจุดยืนของธุรกิจตลอดมาไม่เคยเปลี่ยน
คุณเสถียร โด่งดังเรื่องการรักษาด้วยวิธีแมะจับชีพจร และจ่ายยาลูกกลอนรักษาโรค
ในช่วงแรก มีลูกชายทั้ง 8 คน เป็นลูกมือคนสำคัญ ในการช่วยกันปั้นและตากยาลูกกลอน
ถ้าสูตรยาไหนที่จ่ายยาไปแล้วได้ผลดี ก็จะนำไปจดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นตำรับของตัวเอง
ซึ่งจนถึงทุกวันนี้ ยาสูตรที่เสถียรคิดค้นขึ้นมาก็ยังขายอยู่ เช่น ยาบรรเทาอาการริดสีดวง และยาแก้น้ำเหลืองเสีย
แล้วจากร้านขายยาเล็กๆ กลายเป็นธุรกิจที่สร้างยอดขายเกินร้อยล้าน ได้อย่างไร?
เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้คุณสิทธิชัย สมบูรณ์เวชชการ ทายาทรุ่นที่ 2
ซึ่งเข้ามาสานต่อและขยายธุรกิจ ด้วยการก่อตั้งบริษัท อ้วยอันโอสถ จำกัด ในปี 2529 หรือ เมื่อ 34 ปีก่อน
ยกระดับจากอุตสาหกรรมยาในครัวเรือน มาเป็นโรงงานผลิตที่ได้มาตรฐาน
เปลี่ยนจากยาต้ม ยาลูกกลอนเม็ดดำๆ ทรมานใจคนกิน มาเป็นแคปซูลที่กินง่ายกว่า
นอกจากนี้ยังคิดค้นยาน้ำต่างๆ ยาอมสมุนไพร ซึ่งยังคงเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม แม้สินค้าจะตอบโจทย์ตลาดมากขึ้น
ทำให้ยอดขายอยู่ในระดับที่ดีมาตลอด
โดยไม่จำเป็นต้องทำการตลาด อัดงบโฆษณา หรือ ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น คือ อ้วยอันโอสถ กลายเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าอาจจะซื้อสินค้าจากการแนะนำของร้านขายยา แต่จำชื่อแบรนด์ไม่ได้ แถมยังติดภาพว่าเป็นแบรนด์ที่ดูเชย
ดังนั้น ภารกิจสำคัญนี้ จึงถูกส่งต่อมายังทายาทรุ่นที่ 3
อย่างคุณนิชา คุณชนรรค์ และคุณทานุ สมบูรณ์เวชชการ
โดยสิ่งที่ทำอันดับแรก คือ การพัฒนายาสมุนไพรใหม่ๆ ให้ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนยุคนี้ จับกลุ่มตลาดเฉพาะทางมากขึ้น
วันนี้ อ้วยอันโอสภ ไม่ได้มีแค่ยาฟ้าทะลายโจรแก้หวัด หรือขมิ้นชันแก้ทองอืด
แต่มียาที่ทำให้นอนหลับลึก ยาที่ช่วยแก้ปัญหาสายตา ยาที่คิดมาเพื่อให้นักวิ่งฟื้นตัวได้ดีขึ้น ยาสมุนไพรสำหรับเด็ก ไปจนถึงครีมบำรุงผิวจากขมิ้นนาโน
ถัดมา คือ การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำ
ถ้าเปรียบเทียบอ้วยอันโอสถเป็นคน ด้วยอายุของแบรนด์อาจจะไม่ต่างกับคนวัยเกษียณ
แต่หลังจากรีแบรนด์ครั้งใหญ่ เปลี่ยนตั้งแต่โลโก้ แพ็กเกจจิงของแบรนด์ให้ดูทันสมัย
และทำให้เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคยุคใหม่
วันนี้อ้วยอันโอสถ เหมือนได้ย้อนวัยกลับไปเป็นหนุ่มอีกครั้ง
1
จากที่ไม่เคยทำประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อใดๆ อ้วยอันโอสถเริ่มโฆษณาผ่านโทรทัศน์​
ใช้พรีเซนเตอร์เพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ และเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าจำได้
พูดง่ายๆ ว่า ต่อไปนี้ถ้าลูกค้าเดินเข้าร้านขายยา ต้องถามหาอ้วยอันโอสถ แทนที่จะต้องให้ร้านขายยาเป็นฝ่ายแนะนำก่อน
สุดท้าย คือ ปรับตัวให้ทันกับโลก ผู้บริโภคอยู่ตรงไหน ก็พาแบรนด์ไปอยู่ตรงนั้น
นอกจากร้านขายยาทั่วประเทศ โมเดิร์นเทรด ร้านสะดวกซื้อ จะเป็นช่องทางจัดจำหน่ายสำคัญของอ้วยอันโอสถ และยังมีการขยายตลาดออกไปสู่ต่างประเทศ
แต่อ้วยอันโอสถก็ไม่จำกัดกรอบตัวเอง ที่จะกระโจนมาสู่ช่องทางการขายออนไลน์ เพื่อเพิ่มยอดขายเช่นกัน
ปัจจุบันอ้วยอันโอสถ มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุม 7 กลุ่ม ได้แก่ ยาลูกกลอน ยาน้ำ ยาแคปซูล สารสกัด ยาเม็ด ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ชาชงสมุนไพร และยาผง
ภายใต้ 6 แบรนด์ ได้แก่ มังกรทอง อ้วยอัน เหรียญแดง ไก่ดำ เฮอบอลวัน และมิสเตอร์เฮิร์บ ยาน้ำสมุนไพรสำหรับเด็กที่เป็นยาสามัญประจำบ้านเจ้าแรกของประเทศไทย
อ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจสงสัยว่า แล้วอ้วยอันโอสถขายดี ขนาดไหน
บริษัท อ้วยอันโอสถ จำกัด
ปี 2560 รายได้ 366 ล้านบาท กำไร 11 ล้านบาท
ปี 2561 รายได้ 339 ล้านบาท กำไร 14 ล้านบาท
ปี 2562 รายได้ 361 ล้านบาท กำไร 23 ล้านบาท
บริษัท เอกสมุนไพร จำกัด
ปี 2560 รายได้ 100 ล้านบาท กำไร 8 ล้านบาท
ปี 2561 รายได้ 101 ล้านบาท กำไร 11 ล้านบาท
ปี 2562 รายได้ 107 ล้านบาท กำไร 27 ล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัท เอกสมุนไพร เป็นบริษัทลูกของบริษัท อ้วยอันโอสถ และเป็นเจ้าของแบรนด์ เฮอบอลวัน
เรื่องทั้งหมดนี้ ทำให้เห็นว่า การทำธุรกิจบางครั้งแค่อาศัยความกล้า
กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง เพื่อพาธุรกิจไปอีกขั้น โดยไม่ยึดติดกับความสำเร็จในอดีต
กล้าที่จะเรียนรู้ และพัฒนาธุรกิจอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้า และสร้างความแตกต่างให้ผลิตภัณฑ์
แต่แน่นอนว่า ไม่ว่าอะไรจะเปลี่ยนไป
สิ่งเดียวที่ธุรกิจยังคงตั้งใจและแสดงจุดยืนไม่เคยเปลี่ยน
คือ การผลิตยาสมุนไพรที่สะอาดและปลอดภัย นั่นเอง..
อ้างอิง
-กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
โฆษณา