#4 เล่ม 2 บทที่ 2 หน้า 31 ~ 39
...
ฉันจะให้ในสิ่งที่เธอทำให้เกิดขึ้น❗
เธอทำให้สิ่งต่างๆเกิดขึ้นจากสิ่งที่ `คิด` `รู้สึก` และ `พูด` เรียบง่ายอย่างนั้นนั่นล่ะ
...
...
...
N : งั้นลองบอกอีกทีได้มั้ยครับว่า ทำไมผมต้องใช้เวลานานนักกว่าจะสร้างความจริงแบบที่ผมเลือกขึ้นมาได้❓
G : ด้วยเหตุผลหลายอย่าง เพราะเธอ "ไม่เชื่อว่าตัวเองจะได้รับในสิ่งที่เลือก" เพราะเธอ "ไม่รู้ว่าจะเลือกอะไร" เพราะเธอ "เอาแต่พยายามหาคำตอบให้ได้ว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง" เพราะเธอ "ต้องการการรับประกันล่วงหน้าว่าทั้งหมดที่เธอเลือกจะต้องออกมาดี" และเพราะเธอมัวแต่เปลี่ยนใจไปเรื่อย❗
N : ผมเข้าใจอย่างนี้ถูกหรือเปล่า ผมไม่ควรพยายามหาคำตอบว่าอะไรดีที่สุดสำหรับตัวเอง❓
G : "ดีที่สุด" เป็นคำเปรียบเทียบ ซึ่งขึ้นกับตัวแปรเป็นร้อย นั่นทำให้การเลือกเป็นไปได้ยากมากๆ
1
จริงๆเวลาจะตัดสินใจอะไรก็ตามนะ ที่ต้องพิจารณา "ควรมีข้อเดียวเท่านั้น" นั่นคือ
🔸นี่คือตัวตนของฉันหรือเปล่า❓
🔸นี่คือคำประกาศถึงตัวตนที่ฉันเลือกจะเป็นหรือไม่❓
1
✴️ ทั้งหมดของชีวิตควรเป็นคำประกาศที่ว่านั่น จริงๆมันก็เป็นอยู่`ตอนนี้แล้ว` เธออาจให้คำประกาศนั้นเกิดจาก "ความบังเอิญ" หรือจาก "การเลือก" ก็ได้
ชีวิตที่เกิดจาก`การเลือก` คือชีวิตของการกระทำเชิงรุก (action) อย่างมีสติ
ชีวิตที่เกิดจาก`ความบังเอิญ` คือชีวิตแห่งปฏิกิริยาเชิงรับ (reaction) ที่หลับไหล (ขาดสติ)
ปฏิกิริยาเชิงรับก็เป็นอย่างที่ตัวมันบอกนั่นละ มันคือ "การกระทำที่ได้ทำมาก่อนแล้ว"
เมื่อเธอ "ทำซ้ำ" (re-act) สิ่งที่เธอทำจริงๆก็คือ การประเมินข้อมูลที่ผ่านเข้ามา ค้นหาประสบการณ์ที่เหมือนหรือใกล้เคียงจากธนาคารความจำ แล้วก็ตอบสนองไปในแบบที่เคยทำมาก่อนหน้า 🔸ทั้งหมดนี้เป็นงานของจิตใจไม่ใช่ของวิญญาณ🔸
วิญญาณอยากให้เธอเสาะหาจาก "ความทรงจำ" ของมัน เพื่อเธอจะได้รู้ว่าจะสร้างประสบการณ์ที่แท้จริงของตัวเอง ณ ปัจจุบันขณะนี้อย่างไร
1
นี่คือประสบการณ์ของ "การแสวงหาทางจิตวิญญาณ" ที่เธอเคยได้ยินบ่อยๆ แต่เธอต้อง "ข้ามพ้นจิตใจและความคิดก่อนถึงจะทำได้"
1
ถ้ามัวแต่ "ใช้เวลา" กับการพยายามหาว่าอะไรคือ "สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง" สิ่งที่เกิดขึ้นก็เป็นอย่างที่บอกนั่นล่ะว่า เธอกำลัง "ใช้เวลา" มันจะดีกว่าถ้าจะประหยัดเวลาแทนที่จะผลาญไปอย่างเสียเปล่า
เธอจะประหยัดเวลาได้มาก ถ้าถอยออกจากความคิดของตัวเอง เธอจะตัดสินใจได้เร็วและเลือกได้ไว เพราะวิญญาณเธอจะสร้างสรรค์จากประสบการณ์ ณ ปัจจุบันขณะเท่านั้น โดยไม่ต้องย้อนไปตรวจสอบ คิดวิเคราะห์ และคิดวิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่เกิดขึ้น`ในอดีต`
1
จงจำไว้ว่า : 🔸วิญญาณเป็นตัวสร้าง🔸
🔸จิตใจเป็นตัวตอบสนอง🔸
วิญญาณรู้ด้วยปัญญาของตัวมันเองว่า ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับเธอ ณ ห้วงขณะตรงหน้านี้ คือสิ่งที่ถูกส่งจากพระเจ้ามายังเธอ`ก่อน`ที่เธอจะตระหนักรู้ถึงประสบการณ์นั้นเสียอีก
นี่คือความหมายของคำว่า 🔸ประสบการณ์ ณ ปัจจุบันขณะ🔸 (pre-sent) มันเดินทางมาหาเธอ (ถูกส่งมาล่วงหน้า) แม้ในขณะที่เธอกำลังเสาะหามันอยู่ ด้วยซ้ำ เพราะ "ก่อนเธอจะร้องขอฉันก็ได้ให้ไปแล้ว"
ทุกห้วงปัจจุบันขณะคือของขวัญอันยิ่งใหญ่จากพระผู้เป็นเจ้า นั่นคือเหตุผลว่าทำไมมันจึงถูกเรียกว่า `ของขวัญ` (present)
ธรรมชาติของวิญญาณนั้นจะเสาะหาสภาวะและสถานการณ์ที่ "จำเป็นในตอนนี้" 🔸เพื่อจะเยียวยาความคิดที่ผิดพลาดและนำเธอสู่ประสบการณ์ที่ถูกต้องของตัวตนที่แท้จริงของเธอ🔸
วิญญาณปรารถนาจะนำพาเธอกลับสู่พระผู้เป็นเจ้า 🔸นำเธอกลับบ้านมาหาฉัน🔸
เจตนารมณ์ของวิญญาณคือ 🔸การรู้จักตัวเองผ่านประสบการณ์เพื่อจะได้รู้จักฉัน🔸 เพราะวิญญาณเข้าใจดีว่า 🌟เธอและฉันเป็นหนึ่งเดียวกัน🌟
แม้จิตใจจะปฏิเสธความจริงนี้ และร่างกายจะแสดงออกถึงการปฏิเสธนั้นก็ตาม
ดังนั้น เมื่อต้องเผชิญกับ "การตัดสินใจครั้งสำคัญ" 🔸จงถอยห่างจากจิตใจแล้วเสาะหาวิญญาณแทน🔸
🔸วิญญาณเข้าใจในสิ่งที่จิตใจไม่สามารถนึกคิดจินตนาการ🔸
ถ้ามัวแต่ใช้เวลาไปเพื่อพยายามหาคำตอบว่าอะไรคือสิ่งที่ "ดีที่สุด" สำหรับตัวเอง เธอก็จะต้องคอยระแวดระวังในการเลือก การตัดสินใจจะช้าเอามากๆ และเธอก็จะออกเดินไปบนผืนทะเลแห่ง "ความคาดหวัง" ต่างๆนาๆ
ถ้าไม่ระวัง 💢เธอจะจมทะเลแห่งความคาดหวังตาย💢
N : วิ้ว! ช่างเป็นคำตอบที่เหลือเกินจริงๆ❗
แล้วผมจะฟังวิญญาณของตัวเองยังไงดีละทีนี้❓ จะรู้ถึงสิ่งที่กำลังได้ยินได้ยังไงครับ❓
G : ✴️วิญญาณพูดกับเธอผ่านความรู้สึก
1
✴️จงฟังความรู้สึกของตัวเธอเอง
✴️ให้ความรู้สึกนำทาง
✴️จงให้ค่าต่อความรู้สึกของตัวเอง
1
N : แต่ทำไมถึงดูเหมือนว่า การที่ผมให้ค่าความรู้สึกของตัวเองนั่นล่ะที่ทำให้ชีวิตผมมีแต่ปัญหา❓
G : เพราะเธอเรียก "การเติบโตว่าปัญหา" และเรียก "การอยู่กับที่ว่าปลอดภัยไง"
ฉันจะบอกกับเธอว่า...ความรู้สึกนั้นไม่มีวันนำเธอสู่ "ปัญหา" ได้ ✴️เพราะความรู้สึกของเธอคือความจริงของเธอ✴️
หากเธออยากใช้ชีวิตแบบที่ไม่ยอมทำตามความรู้สึกของตัวเอง แต่เป็นแบบทุกความรู้สึกต้องถูกกรองผ่านด้วยกลไกความคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลแล้วละก็ ทำไปเลย❗ ตัดสินใจจากการวิเคราะห์สถานการณ์ด้วยความคิดไปเลย❗
แต่อย่าหวังว่าจะพบความเบิกบานอะไรจากตรงนี้ หรือหวังว่าจะพบกับการเฉลิมฉลองถึงตัวตนที่แท้จริงของเธอ
จงจำไว้ว่า : ✨การเฉลิมฉลองที่แท้จริงล้วนข้ามพ้นไปจากจิตใจ (mindless)✨
ถ้าเธอ `ฟังวิญญาณของตัวเอง` เธอจะรู้ว่าอะไร "ดีที่สุด" สำหรับเธอ ✴️เพราะสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเธอคือสิ่งที่เป็นความจริงของเธอ✴️
1
เมื่อทำตามแต่สิ่งที่เป็นความจริงของเธอ เธอยิ่งเพิ่มความเร็วให้กับวิถีทางของเธอ
เมื่อเธอสร้างประสบการณ์จาก "ความจริงตรงหน้า" แทนที่จะตอบสนองต่อประสบการณ์บนฐานของ "ความจริงในอดีต" เธอก็จะสร้าง "ตัวตนใหม่" ขึ้นมาได้
ทำไมถึงใช้เวลานานนักกว่าจะสร้างความจริงแบบที่เธอเลือกขึ้นมาได้ใช่ไหม❓
และนี่คือเหตุผลว่าทำไม : 💢ก็เพราะเธอไม่ยอมใช้ชีวิตตามความจริงของตัวเองน่ะสิ💢
✨จงตระหนักถึงความจริงข้อนี้ และความจริงนี้จะปลดปล่อยเธอให้เป็นอิสระ✨
ทว่าเมื่อเธอได้ตระหนักถึงความจริงของตัวเองแล้ว "อย่ามัวแต่เปลี่ยนใจไปมาอีก" เพราะนั่นคือสภาวะที่จิตใจพยายามค้นหาคำตอบว่าอะไร "ดีที่สุด" หยุดทำแบบนั้นเสีย❗ จงถอยห่างออกจากจิตใจ (ออกจากความคิด) และกลับสู่ "สัมผัสที่แท้จริง❗" (senses)★
★หรือความรู้สึกที่อยู่ลึกภายใน ต้องสังเกตให้ดีถึงจะสัมผัสและแยกแยะมันได้
—แอดมิน—
นั่นล่ะคือความหมายของคำว่า "กลับสู่สัมผัสที่แท้จริง" (getting back to senses) คือ ✴️การกลับมายังสิ่งที่เธอรู้สึกไม่ใช่สิ่งที่เธอคิด✴️
ความคิดก็เป็นเพียงแค่ความคิด เป็นเพียงการสร้างและ "การปรุงแต่งขึ้นมาเอง" ของจิตใจ แต่ความรู้สึกของเธอ ณ ขณะนี้คือของจริง
1
✴️ความรู้สึกคือภาษาของวิญญาณ
✴️และวิญญาณของเธอก็คือความจริงของเธอ
ตามนั้นล่ะ ทั้งหมดนี้พอจะช่วยให้เธอเข้าใจได้บ้างไหม❓
N : หมายความว่าเราจะแสดงความรู้สึกแบบไหนออกมาก็ได้อย่างนั้นหรือครับ ไม่ว่าจะเป็นลบหรือส่งผลเสียหายแค่ไหนก็ตาม❓
1
G : ความรู้สึกไม่ได้เป็นลบ หรือเสียหายในตัวมันเอง "ความรู้สึกก็เป็นเพียงความจริงอย่างหนึ่ง"
🔸วิธีที่เธอแสดงความจริงของเธอออกมาต่างหากที่สำคัญ🔸
เมื่อเธอแสดงความจริงของเธอออกมา "ด้วยความรัก" ผลลบหรือความเสียหายแทบไม่เคยเกิดขึ้น
แต่ถ้าเกิดก็มักเป็นเพราะอีกฝ่ายเลือกจะมีประสบการณ์ถึงความจริงของเธอในทางลบหรือในทางเสียหายเอง ซึ่งในกรณีนี้บางทีเธอก็ทำอะไรเพื่อเลี่ยงผลที่จะเกิดขึ้นไม่ได้หรอก
และแน่นอน...การไม่ยอมแสดงความจริง (ความรู้สึก) ของตัวเองออกมาเป็นเรื่องไม่เข้าท่า แต่ผู้คนก็ทำอย่างนี้กันอยู่ตลอดเวลาเพราะกลัวว่าตัวเองจะเป็นเหตุหรือต้องเผชิญกับสิ่งไม่น่าอภิรมย์ที่อาจเกิดขึ้นจนพวกเขาต้องปิดบังความจริง (ความรู้สึก) ทั้งหมดของตน
จงจำไว้ว่า : ✴️การรับสารจะดีแค่ไหนก็ไม่สำคัญเท่ากับการส่งสารออกไปได้ดีเพียงใด✴️
เธอไม่สามารถรับผิดชอบแทนอีกฝ่ายได้หรอกว่าเขาจะรับความจริงของเธอได้ดีแค่ไหน เธอทำได้เพียงแค่ทำให้แน่ใจว่าสารถูกส่งออกไปได้ดีเพียงใดต่างหาก
แต่คำว่า "ดี" ในที่นี้ฉันไม่ได้หมายความแค่ว่า "ชัดเจนแค่ไหนเท่านั้นนะ" แต่ยังหมายถึงว่าสารนั้น ถูกส่งออกไป "ด้วยรักแค่ไหน" "เมตตากรุณาและเอื้ออาทรมากเพียงใด "มอบความกล้าหาญและครบถ้วนมากเท่าใดด้วย"
นี่ย่อมไม่เหลือที่ว่างให้กับ "ความจริงแบบครึ่งๆกลางๆ" (half truths) "ความจริงอันไร้เหตุผล" (brutal truth) หรือแม้กระทั่ง "ความจริงแบบลวกๆ" (plain truth) แต่หมายถึงความจริง...ความจริงอันครบถ้วน "ไม่มีสิ่งอื่นใดอีกนอกจากความจริงแท้" พระเจ้าได้โปรดช่วยเธอด้วย
ตรง "พระเจ้าได้โปรดช่วยเธอด้วย" นี้เอง ที่นำมาซึ่งคุณสมบัติแห่งรักและเมตตากรุณาของพระผู้เป็นเจ้า 🔸เพราะฉันจะช่วยให้เธอสื่อสารตามวิธีนี้เสมอหากเธอร้องขอ🔸
ฉะนั้น ใช่แล้ว จงแสดงความรู้สึกที่เธอเรียกว่า "ด้านลบ" ที่สุดออกมาได้เลย แต่มันไม่จำเป็นต้องแสดงออกมาในทางทำร้ายและทำลาย★
1
★ทำร้ายทั้งทางกายและทางใจ ทั้งต่อผู้อื่นและต่อตนเอง —แอดมิน—
การไม่ยอมแสดงความรู้สึก "ด้านลบ" ออกมา ไม่ได้ทำให้มันหายไปไหนหรอกนะ แต่มันจะถูกเก็บเอาไว้ข้างใน
1
ภาวะเชิงลบที่ถูก "กักเอาไว้ข้างใน"
✴️จะทำร้ายร่างกายและสร้างภาระให้แก่วิญญาณ✴️
N : แต่ถ้าอีกฝ่ายได้ยินทุกความคิด "ด้านลบ" ที่เรามีต่อเขา มันก็ต้องส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างกัน ไม่ว่าเราจะส่งความคิดนั้นออกไปด้วยความรักมากแค่ไหนก็ตาม
G : ฉันบอกให้แสดง (ผลักออกมา / เอาออกไป) ความรู้สึกใน "ด้านลบ" ออกมา แต่ไม่ได้บอกว่าอย่างไร หรือกับใครนี่
ภาวะที่เป็นลบทุกอย่าง "ไม่จำเป็น" ต้องแสดงออกกับคนที่เรารู้สึกลบด้วยเสมอไป แต่จะ "จำเป็น" ก็ต่อเมื่อ ถ้าไม่สื่อสารกับเขาแล้วทำให้เราต้องลดทอนความสัตย์หรือทำให้อีกฝ่ายเชื่อเรื่องเท็จ
"ภาวะเชิงลบ" ไม่เคยเป็นสัญญาณของความจริงสูงสุด แม้มันอาจดูเหมือนเป็นความจริงของเธอ ณ ห้วงเวลานั้น มันอาจเกิดจากด้านที่ยังไม่ได้รับการ`เยียวยา`ของตัวเธอ จริงๆมันมักมาจากตรงนั้นนั่นล่ะ
นี่คือเหตุผลว่าทำไมถึงสำคัญมากที่จะต้องเอาภาวะ "ด้านลบ" พวกนี้ออกมา และปลดปล่อยมันไป จะมีก็แต่การปลดปล่อย (นำมันออกมาและวางไว้ตรงหน้า) ออกมาเท่านั้น เธอถึงจะเห็นมันชัดพอที่จะรู้ว่า "ตัวเองเชื่ออะไรพวกนั้นจริงๆหรือเปล่า"
1
พวกเธอทุกคนต่างเคยพูดอะไรบางอย่าง (ที่ไม่น่าฟัง) ออกมา เพียงเพื่อจะพบว่าเมื่อพูดออกไปแล้ว กลับไม่รู้สึกว่ามัน "เป็นความจริง" อีกต่อไป
พวกเธอทุกคนต่างเคยแสดงความรู้สึก (ตั้งแต่กลัว ไปจนโกรธ ไปจนถึงเกรี้ยวกราด) เพียงเพื่อจะพบว่า เมื่อแสดงออกไปแล้วกลับไม่รู้สึกว่าตัวเองรู้สึกอย่างนั้น`จริงๆ`อีก
เพราะอย่างนี้ความรู้สึกจึงอาจเล่นกลกับเราได้ ความรู้สึกยังคงเป็นภาษาของวิญญาณ แต่เธอต้องแน่ใจว่าตัวเองกำลังฟังความรู้สึกที่แท้จริงไม่ใช่ของปลอมที่ถูกสร้างขึ้นโดยจิตใจ
1
N : โอ ให้ตายเหอะ ตอนนี้ถึงขั้นว่าผมวางใจความรู้สึกของตัวเองไม่ได้แล้ว เยี่ยมไปเลย❗ ที่ผ่านมาผมคิดว่านั่นคือหนทางสู่ความจริงเสียอีก❗ คิดว่านั่นคือสิ่งที่พระองค์ได้สอนผมมาตลอด
G : ใช่❗ ฉันสอนเธออย่างนั้นนั่นล่ะ
แต่ฟังให้ดีนะ เพราะมันซับซ้อนเกินกว่าเธอจะเข้าใจในตอนนี้ บางความรู้สึกคือความรู้สึกที่แท้จริง (นั่นคือ ความรู้สึกที่เกิดจากวิญญาณ) แต่บางความรู้สึกก็เป็นของปลอม อย่างหลังนี้ถูกสร้างขึ้นโดยจิตใจ
1
พูดอีกอย่างก็คือมันไม่ใช่ความรู้สึกหรอก แต่เป็นเพียง`ความคิด`เท่านั้น ความคิดที่ "แฝงมาในรูปของความรู้สึก"
1
ความคิดพวกนี้เกิดจากประสบการณ์ในอดีตของเธอและประสบการณ์ที่เธอพบเห็นจากคนอื่น
เธอเห็นคนหน้าบูดเบี้ยวตอนถอนฟัน ก็เลยทำหน้าบูดเบี้ยวไปด้วยตอนที่`ตัวเอง`ถอนฟัน มันอาจไม่เจ็บเลยก็ได้ แต่เธอก็ทำหน้าบู้บี้ไปแล้ว ปฏิกิริยาของเธอไม่เกี่ยวอะไรเลยกับความเป็นจริง แต่เกี่ยวกับ`วิธีที่เธอรับรู้`ความจริงบนฐานของประสบการณ์คนอื่น หรือ สิ่งที่เกิดกับเธอในอดีต
สิ่งท้าทายที่สุดในฐานะมนุษย์ก็คือ "การอยู่กับปัจจุบัน" หยุดสร้างอะไรขึ้นมากลบเสียที❗ หยุดสร้างความคิดที่มีต่อห้วงขณะตรงหน้า (pre-sent) (ซึ่งเป็นห้วงยามที่เธอ "ส่ง" มาให้ตัวเอง`ก่อน`ที่เธอจะคิดถึงมันเสียอีก)
1
✴️จงอยู่กับห้วงขณะตรงหน้า✴️
จำไว้ว่า : เธอได้ส่ง "ปัจจุบันขณะ" มาให้ตัวเองดั่งของขวัญ "ปัจจุบันขณะ" นั้นแฝงเมล็ดพันธุ์แห่งความจริงอันยิ่งใหญ่ไว้ คือความจริงที่เธอปรารถนาจะจดจำ
ทว่าเมื่อ "ปัจจุบันขณะ" นั้นมาถึง เธอกลับสร้างความคิดขึ้นมาบดบังมันทันที แทนที่จะผสานเป็นหนึ่งเดียวกับปัจจุบันขณะ เธอกลับแยกออกมาจากปัจจุบันขณะนั้นและตัดสินมัน เธอมีปฏิกิริยาซ้ำแบบเดิม นั่นคือ "เธอได้ตอบสนองในแบบที่เคยทำมาก่อนหน้า"
ทีนี้ลองมาดูสองคำนี้ ปฏิกิริยาเชิงรับ (สร้างแบบเดิมๆ) (REACTIVE) สร้างสรรค์เชิงรุก (สร้างแบบใหม่ๆ) (CREATIVE) สังเกตให้ดีว่านี่คือ `คำเดียวกัน` ต่างกันแค่ตำแหน่งของตัว "C"
เมื่อเธอ "เห็น" สิ่งต่างๆถูกต้อง (เห็นว่า C อยู่ตรงไหน ซึ่งเป็นการเล่นคำ C : see) 🔸เธอจะกลายเป็นมนุษย์ผู้สร้างสรรค์แทนที่จะเป็นเพียงมนุษย์ที่ทำซ้ำในเรื่องเดิมๆ🔸
N : เข้าใจอธิบายนะครับ❗
G : แน่นอน❗ พระเจ้าก็เป็นอย่างนี้ล่ะน่า
แต่เธอเข้าใจประเด็นที่ฉันชี้ให้เห็นไหมว่า เมื่อเธอเข้าหาทุกห้วงขณะอย่างใสกระจ่างโดยปราศจากความคิดเข้ามาบดบัง 🌟เธอจะสามารถสร้างตัวตนที่เธอเป็นขึ้นมาได้แทนที่จะเพียงทำซ้ำไปตามสิ่งที่เธอเคยเป็น (เคยทำในอดีต)🌟
ชีวิตคือกระบวนการแห่งการสร้างสรรค์ แต่เธอเอาแต่ใช้ชีวิตราวกับกระบวนการของ "การฉายหนังซ้ำ❗"
1
N : แต่มนุษย์ที่มีเหตุผลคนไหนกันจะเพิกเฉยต่อประสบการณ์ในอดีตของตัวเองเวลาที่มีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น❓
มันไม่ใช่เรื่องปรกติหรือไงที่เราจะดึงเอาทุกอย่างที่เรารู้เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆออกมาและตอบสนองมันจากพื้นฐานตรงนั้น❓
G : มันอาจเป็นเรื่องปกติ
แต่มัน`ไม่เป็นธรรมชาติ`
🔹ปกติ🔹 หมายถึง บางสิ่งที่เธอทำเป็นประจำ
🔹ธรรมชาติ🔹 หมายถึง เธอเป็นอย่างไรเมื่อไม่ต้องพยายามทำตัวให้เป็นปกติ❗
"ธรรมชาติ" กับ "ปกติ" นั้น 🔸ไม่เหมือนกัน🔸 ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งเธออาจทำอะไรที่ทำอยู่เป็นประจำ หรือเธออาจทำอะไรออกไปอย่างเป็นธรรมชาติ
ฉันจะบอกเธอให้ว่า 🔸ไม่มีอะไรจะธรรมชาติไปกว่าความรักอีกแล้ว🔸
หากแสดงออกด้วยความรัก นั่นล่ะเธอได้แสดงออกอย่างเป็นธรรมชาติ แต่หากมีปฏิกิริยาออกไปด้วยความกลัว เคียดแค้น หรือหัวฟัดหัวเหวี่ยง เธออาจแสดงออกไปตาม "ปกติ" แต่นั่น`ไม่ใช่`การแสดงออกอย่างเป็น "ธรรมชาติ"
1
N : ผมจะแสดงออกด้วยความรักได้ยังไงในเมื่อประสบการณ์ในอดีตทั้งหมดคอยย้ำกับผมว่า "ห้วงขณะนี้" น่าจะทำให้ผมเจ็บปวด❓
G : อย่าสนใจ (จงวางเฉย) กับประสบการณ์ในอดีต แต่จง`เป็นหนึ่งเดียวกับปัจจุบันขณะ`
จง `อยู่` กับปัจจุบัน แล้วดูว่า `ต้องทำอะไรในตอนนี้` เพื่อจะสร้างสรรค์ตัวเองขึ้นใหม่
1
จำไว้ว่า : 🔸นี่คือสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่ในตอนนี้🔸
✴️เธอเข้าสู่โลกนี้ ด้วยวิธีนี้ ในห้วงเวลานี้ ณ สถานที่นี้ เพื่อจะได้รู้ว่าตัวเองคือใครและเพื่อสร้างตัวตนใหม่ที่เธอปรารถนาที่จะเป็น✴️
1
นี่คือ ✨เป้าประสงค์ของทุกชีวิต✨
🌟ชีวิตคือกระบวนการต่อเนื่องไม่สิ้นสุดของการสรรค์สร้างขึ้นใหม่
🌟เธอจะสร้างตัวเองขึ้นใหม่ตลอดเวลาตามมโนคติสูงสุดขั้นต่อไปที่เธอมีต่อตัวเอง
...
...
...

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
3ถูกใจ
1แชร์
326รับชม
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      ก๋วยเตี๋ยวเรือ "ทองสมิทธ์" ทำเงินได้มากแค่ไหน ?
      YGG ลุยเปิดเกมใหม่ปีหน้าป้อนตลาดไทย-เทศ รุกตั้ง YGG Global ร่วมเป็นเจ้าของแอนิเมชั่นซีรี่ย์ระดับโลก
      "บัวขาว" เบรกดราม่า "กุนขเเมร์" ทวงค่าตัว 2.2 ล้านบาท จ่ายมาก่อน "บัวขาว บัญชาเมฆ" เบรกดราม่า "กุนขเเมร์" โพสต์เฟสบุ๊ค ทวงค่าตัว 2.2 ล้านบาท จ่ายมาก่อน ทั้งเวอร์ชั่นไทย-อังกฤษ ย้ำเป็นคนไทยแท้ๆไม่เกี่ยวกัมพูชาโปรดเข้าใจ
      ตำนานร้านอาหารร้านแรกที่ได้รับพระราชทานตราครุฑ ร้านอาหารในไทยมีอยู่มากมายหลายร้าน แต่หากพูดถึงร้านอาหารระดับตำนาน หนึ่งในนั้นต้องมี “ภัตตาคารจันทร์เพ็ญ” เป็นแน่ ที่แม้จะผ่านกาลเวลามานานแค่ไหน รสชาติและคุณภาพก็ยังคงดีเหมือนเดิม ทำให้เป็นร้านอาหารระดับตำนานที่ยังอยู่คู่ชาวเมืองกรุงมากว่า 75 ปี
      ดูทั้งหมด