4 เม.ย. เวลา 11:35 • ปรัชญา
#นักปั่นจอมวายร้าย
ทัศนคติของเราที่มีต่อชีวิต มักเป็นตัวกำหนดทัศนคติของชีวิตที่มีต่อเรา
5
โรคร้าย
ตอนอายุ 25 แลนซ์ อาร์มสตรอง นักปั่นจักรยานชื่อดัง ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งอัณฑะระยะสุดท้าย เขามีโอกาสรอดจากโรคนี้เพียงแค่ 40% อีกทั้งเนื้อร้ายนั้น ก็เริ่มเติบโตและแพร่ไปจนถึงสมองและปอดของเขา จึงทำให้เขาต้องหยุดปั่นจักรยานไประยะหนึ่ง
แต่ทว่าเขาก็ไม่ได้ปล่อยให้โรคร้ายนี้ เอาชนะเขาได้ ใจที่สู้อยู่ ยังคงพยายามศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อหาทางเยียวยา
จนกระทั่งเขาได้พบทางออกใหม่ในการรักษา จากหนังสือและกลุ่มการสนับสนุน ที่ช่วยแนะนำเขา ถึงการบำบัด ด้วยการออกกำลังกาย ที่สามารถสร้างผลลัพธ์ในทางที่ดีได้มากอย่างน่าตกใจ ด้วยเหตุนี้ แลนซ์ จึงกลับมาปั่นจักรยานอีกครั้ง
1
กลับมาเพราะคำสอน
เขากลับมาพร้อม วิสัยทัศน์ ที่ถูกสอนโดยแม่ของเขาเสมอว่า “เมื่อใดก็ตามที่ลูกพบเจอกับปัญหา ลูกจงทำให้ทุกอุปสรรคนั้นเป็นโอกาส แล้วทำงานด้วยความตั้งใจเสมอ จากนั้นสิ่งดี ๆ จะเกิดขึ้น และ อย่าเชื่อเมื่อคนอื่นมาบอกว่าลูกทำไม่ได้ ”.
2
แลนซ์ อาร์มสตรอง กลายเป็นนักไตรกีฬา ก่อนที่จะหันมาปั่นจักรยานอาชีพ แต่หลังจากรักษามะเร็งหายแล้ว แลนซ์ ก็กลับมาชนะการแข่งขัน ตูร์เดอฟรองซ์ ติดต่อกันถึง 7 ครั้ง
แต่ทว่า หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ถูกปลดออกจากตำแหน่งในปี 2012 เนื่องจากมีคนกล่าวหาว่าเขาใช้ยา ในระหว่างการแข่งขัน จึงทำให้อาชีพนักกีฬาของเขาต้องหยุดไป แม้เขาจะพยายามปฏิเสธมากเท่าใดก็ตาม
คำกล่าวหา
แลนซ์ เคยออกมาให้สัมภาษณ์ ว่า “หลายคนบอกว่าผมสมควรได้รับโทษนี้แล้ว แต่ทว่าโทษตลอดชีวิตนี้ ผมว่ามันก็มากเกินไป ทุกวันนี้ผมยังรู้สึกอยู่เลยว่าผมสามารถลงแข่งในระดับสูงกว่าที่เคยได้อีก แต่ถึงอย่างนั้น ในตอนนี้ก็ไม่มีใครสนใจผมแล้ว
ขนาดคิดจะไปวิ่งมาราธอนเพื่อระดมทุน ในงานการกุศล ผมยังทำไม่ได้เลย แม้ผมจะรักษาตัวเองจนหายได้
แต่เรื่องที่ถูกบอกเล่ากันต่อ ๆ มานั้น ก็ชั่งยากเหลือเกินครับ ยากเกินที่จะเปลี่ยนแปลงได้แล้ว ตอนนี้ ผมคงเป็นได้แค่ วายร้าย ในสายตาผู้คนไปแล้วจริง ๆ”
Armstrong riding for Astana on Stage 17 of the 2009 Tour de France
แม้ว่าอาชีพของ แลนซ์ จะสิ้นสุดลงหลังจากที่ต้องเข้าไปพัวพันกับเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับยาเสพติด แต่เขาก็ยังคงเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่เป็นที่รู้จักมากคนหนึ่งในแวดวงของนักปั่นอาชีพ
อีกทั้ง..ในช่วงที่เขาโด่งดัง เขายังสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ป่วยโรคมะเร็งมากมาย จนพวกเขาเหล่านั้นเอาชนะความเจ็บป่วยไปได้
และนับตั้งแต่โดนกระแสสังคมลุมทำร้าย เขาก็ยิ่งทำงานหนักมากขึ้น และมากขึ้น เพื่อหาทางกลับคืนสู่วงการที่เขารักอีกครั้ง จนกระทั่งท้ายที่สุดแล้วเขาก็สามารถกู้คืนมาซึ่งชื่อเสียงได้สำเร็จ
2
ดังที่ Amy Tan กล่าวไว้ว่า “ถ้าคุณเปลี่ยนชะตากรรมไม่ได้ก็เปลี่ยนทัศนคติซ่ะ”
2
แปลและเรียบเรียงโดยเรื่องเล่าจากดาวนี้
ที่มา:
ติดตามเรื่องเล่าจากดาวนี้เพิ่มเติมได้ที่
หากชื่นชอบก็อย่าลืมกด Like กด Share เพื่อเป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ สามารถแชร์แนวคิด มุมมองดีๆได้ใน Comments นี้เลย 😄
    PakaCher ^o^
    ตัวเราเท่านั้นที่จะเปลี่ยนโชคชะตาของเราได้