หมวดที่ ๑๓
ศิลปะ-สุนทรียภาพ
-สุนทรียภาพกับการเข้าถึงธรรมะเป็นสิ่งควบคู่กันมา
-ทองที่กำลังหล่อให้เป็นพระปฏิมาสวยงาม อย่าให้ล้นปากเบ้าหรือพร่อง เพราะทองที่พอดิบพอดีกับปากเบ้าเท่านั้นจึงจะเกิดความงาม
-เราใช้สัญลักษณ์จนลืมที่มา
-ศิลปะคือระบำของพลังใจไปตามความใฝ่ฝัน
-กวีคือผู้ค้นพบมนต์ขลังแห่งหัวใจและผลิบานเป็นดอกไม้แห่งถ้อยคำ
-กวีคือผู้ที่มั่งคั่งในลีลาของน้ำคำ
-Nude คือ Symphony ของแสงและเงา บนเรือนร่างของมนุษย์
-เบื้องหลังความงามคือภูมิปัญญา
-สุนทรียภาพคือความงอกงามของปัญญา
-จะดูเอกราชของชนชาติหนึ่ง ดูที่เขาสร้างศิลปะอย่างไร ไม่ลอกแบบใคร อย่างการทำตามแบบฝรั่งนั้น เรากำลังสูญเสียเอกราชทางวัฒนธรรม
-เมื่อถูกมนุษย์ยกย่อง นั่นน่าระวัง แต่ความยากจนข้นแค้น นั่นคือวิถีของกวี เมื่อถูกกดขี่ การต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมก็เริ่มต้น
-ถ้อยคำที่กระทบความรู้สึกด้านในของชีวิต นั่นคือแหล่งน้ำพุของกวีนิพนธ์
-กวีนิพนธ์คือน้ำพุแห่งชีวิต
-บทกวีคือเสียงคร่ำครวญหวนหาความเป็นนิรันดร
-ความเงียบเป็นเสมือนคลังของศิลปะทุกแขนง
-ไม่ว่าชีวิตจะเปลี่ยนไปสู่ท่าทีอะไร ศิลปินอาจสร้างสรรค์ศิลปะได้เสมอ
-การศึกษาทำให้ชีวิต function ผิดๆ ตลอดเวลา function หมายถึงการปรุงแต่ง ศิลปะเป็นหนึ่งที่นำความผิดพลาดมาสู่มนุษย์
-รูปแบบของศิลปะเมื่อบรรลุถึงความเป็นเลิศในตัวมัน มันจะละลายรูปแบบทิ้ง แล้วกลายตัวเป็นกวีนิพนธ์
-ช่อฟ้าเป็นบทกวีเหนือหน้าบัน
-โนราตัวดำตีนหนา แต่พอซัดท่าชาตรี ทิ้งformสถุลด้วยท่วงท่าที่เป็นทิพย์ เราได้เห็นอะไรที่มีรสเป็นทิพย์
-คนรุ่นเราอย่าว่าแต่จะสร้างสรรค์ศิลปะวรรณกรรม ชั้นแต่สติปัญญาในการซาบซึ้งต่อนฤมิตกรรมล้ำค่าของบรรพชนยังไม่มี!
-กวีคือผู้ค้นพบทางออกของจิตวิญญาณในการสร้างสรรค์
-ความงามมีไว้จรรโลงความดีและความจริง
หมวดที่ ๑๔
ความตาย
-มาถึงโค้งสุดท้ายของชีวิต ไม่มีอะไรดีไปกว่าความรื่นรมย์จากการปล่อยวาง เจตนารมณ์ของชีวิตเป็นเช่นนั้น
-ในสนามเทนนิส นักเทนนิสที่ดีคือผู้รับและกระทำต่อสถานการณ์ได้ดี แต่ในสนามชีวิตต้องยิ่งกว่านั้น เช่นเมื่อความตายมาถึง ควรจะยิ้มรับเพราะว่ามันคือการปลดปล่อยครั้งสุดท้าย
-ความลี้ลับของชีวิตอยู่ที่ขณะนี้ความรู้สึกด้านชีวภาพผลิบานออกมาเต็มที่ เพราะทุกๆสิ่งเป็นส่วนของมัน ไม่ใช่มันบานแยกออกจากสิ่งอื่น
-วาระของความตายเป็นวาระของสง่าราศี ไม่ใช่ความอับเฉา
-ไม่มีใครรู้แน่ว่าตัวเองจะตายวันไหน แต่ที่รู้แน่คือต้องตายแน่ เมื่อความรู้เช่นนี้เกิด ความซึ้งใจในชีวิตจะเกิดขึ้นเพราะชีวิตเมื่อกระทบความตาย จะเบิกบานขึ้นมาเหมือนดอกบัวถูกอาบไล้ด้วยแสงตะวัน
-ความตายคืออาการที่ชีวิตหดกลับเข้าไปในตัวมันเอง สู่สภาพก่อนเกิด
-ความตายนั่นเองเป็นที่อภิเษกชีวิตขึ้นมาให้รู้แจ้ง
-บังหวนควัน คือการม้วนตัวดูดควันกลับเข้าไป ทุกสิ่งทุกอย่างถูกดูดกลับแหล่งเดิม
หมวดที่ ๑๕
ความริษยา
-ริษยานั้นเป็นตัวชั่วที่มักแปลงโฉมมาเป็นตัวดีในเวทีละคอนชีวิต
-บุคคลผู้ชอบริษยา มักขวนขวายเพื่อความวินาศฉิบหายของสัตว์
-คนริษยาคือคนไม่เคารพตัวเอง ดังนั้นเขาจึงไม่เคารพคนอื่น