1 เม.ย. เวลา 11:36 • ปรัชญา
#เมื่อฉันต้องช่วยเหลือ
โลกมักต้องการให้เราขอบคุณ ด้วยการสร้างคุณค่าดี ๆให้กับผู้อื่นเสมอ ฉะนั้นจงใช้ชีวิตให้มีค่า อ่านเรื่องราวต่อไปนี้แล้วคุณจะเข้าใจ
เด็กหญิงที่หยิ่งผยอง
เดต้า วัย 7 ขวบ เธอเป็นลูกสาวคนเดียว พ่อและแม่ของเธอจึงไม่เคยปฏิเสธอะไรเธอเลย ด้วยเหตุนี้เธอจึงกลายเป็นเด็กที่มีนิสัย หยิ่งผยองและค่อนข้างเอาแต่ใจ
1
จนกระทั่งวันหนึ่ง แม่เกิดสังเกตเห็นว่า เดต้า นั้นไม่มีเพื่อนเล่นแถวบ้านเลย หรือแม้แต่ที่โรงเรียนเอง เธอก็มีเพื่อนเลยสักคนเดียว เธอจึงเอาแต่โทษตัวเองว่าที่ลูกสาวเป็นเช่นนี้ก็เพราะเธอ
เธอคิดเช่นนั้น โดยที่ไม่ทราบเลยว่าที่ เดต้า เป็นเช่นนี้เพราะเธอไม่เคยแบ่งปันของของเธอให้กับใคร และจะไม่ใช้สิ่งของร่วมกับใครเลยด้วย
สิ่งที่ได้เห็น
แต่แล้ว หลังจากนั้นไม่นาน เด็กหญิงหน้าตาหน้ารักคนหนึ่งนามว่า เรนะ ก็ได้ย้ายเข้ามาเรียนที่โรงเรียนเดียวกันกับ เดต้า
และด้วยเหตุที่ เดต้า เป็นเด็กที่เรียนได้คะแนนดีที่สุดในชั้นเรียน คุณครูจึงขอร้องให้ เดต้า ช่วยแนะนำเรื่องต่าง ๆ ให้กับ เรนะ ได้ทราบ เพื่อที่เพื่อนใหม่คนนี้จะได้ตามเพื่อนในชั้นเรียนคนอื่น ๆ ได้ทัน
แม้ว่า เดต้า จะเป็นคนที่เจ้ากี้เจ้าการมาก แต่ทว่า เรนะ ก็ยังคงชื่นชอบเพื่อนคนนี้ของเธอมาก
เด็กใหม่
จนกระทั่งวันประกาศผลสอบมาถึง คุณครูก็ได้แจ้งให้นักเรียนในชั้นได้ทราบถึงผลการเรียนของเทอมนี้ ซึ่ง ผลปรากฏว่า เรนะ ทำคะแนนสอบออกมาได้ น้อยที่สุดในชั้นเรียน เพื่อนทั้งชั้นจึงต่างหัวเราะเยาะเย้ยเธอจนทำให้เลยต้องร้องไห้ออกมาเป็นเวลานานสองนาน
ในเย็นวันนั้น เดต้า จึงได้กลับไปเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้กับแม่ของเธอได้ฟัง แม่จึงพูดกับ เดต้า ว่า “ลูกก็เรียนเก่งทำไมลูกถึงไม่พยายามอธิบายให้ เรนะ เข้าใจง่าย ๆ ล่ะลูก ลูกก็รู้...ว่าเธอชอบลูกมาก และถ้าลูกสอนเธอ เธอก็มีโอกาสที่จะเข้าใจ และเรียนได้ดีขึ้นนะ”
“หนูไม่มีเวลามานั่งทำอะไรแบบนั้นหรอกค่ะแม่ อีกอย่างนะ ถ้าหนูสอนเธอไปแล้วเธอไม่เข้าใจ มันก็ผิดที่หนูอีกสิคะ” เดต้า ตอบ
เมื่อไม่อยากฟัง
แม่จึงพูดว่า “แต่ เรนะ เป็นเพื่อนของลูก และถ้าลูกไม่ช่วย แล้วใครจะช่วยเธอล่ะ”
แม่ยังได้เล่า เรื่องต่อไปนี้ให้กับลูกของเธอได้ฟังอีกว่า
“วันหนึ่งมีมดตกลงไปในกระแสน้ำ มันพยายามมากที่จะช่วยเหลือตัวเองให้รอดผลจากกระแสน้ำเชี่ยวนี้ไปให้ได้ ซึ่งในขณะนั้น นกพิราบที่นั่งอยู่บนกิ่งไม้ ก็เกิดสังเกตเห็นเจ้ามดตัวนี้เข้า มันจึงรับดึงใบไม้
แล้วปล่อยให้ใบไม้นั้นตกลงไปในน้ำใกล้ ๆ กับที่เจ้ามดลอยน้ำอยู่ เจ้ามดที่ได้เห็นใบไม้ มันจึงรีบปีนขึ้นไปและกลับมายังตะลิ่งได้อย่างปลอดภัย
มดที่ได้รับการช่วยเหลือ
หลังจากนั้นไม่นาน นายพรานก็มายังป่าที่นกพิราบอาศัยอยู่ เขาพร้อมที่จะยิงนกนั้นทุกเมื่อ แต่ทว่า มดที่รู้ว่า นายพรานคนนี้กำลังวางแผนที่จะจับผู้มีพระคุณของเขา
เขาจึงวิ่งเขาไปกัดที่ข้อเท้า จนทำให้นายพรานร้องออกมาเสียงดังลั่นป่า ด้วยเหตุนี้นกพิราบจึงรอดพ้นจากน้ำมือของนายพรานไปได้”
หลังจากเล่าจบ แม่ก็ถาม เดต้า ว่า “ลูกเข้าใจความหมายที่เรื่องนี้จะสื่อไหมลูก”
เมื่อสิ่งที่ฟังไม่ได้เข้าหู
“ช่างเป็นเรื่องที่งี่เง่า เด็กเล็ก ๆ เท่านั้นแหล่ะค่ะที่จะฟังเรื่องพวกนี้” เดต้าตอบ
“เรื่องนี้ สื่อให้เราเข้าใจว่า เมื่อเราทำตัวดีกับใครเราก็จะได้สิ่งดีนั้นกลับคืนมาเสมอ” แม่ พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
แต่ถึงอย่างนั้น เดต้า ก็ยังคงแสดงท่าทางไม่อยากฟัง และไม่เข้าใจในสิ่งที่แม่ของเธอกำลังจะสื่อ แม่จึง เตือน เดต้า ว่า “หากลูกไม่ช่วย เรนะ สักวัน ลูกก็อาจจะต้องตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันก็เป็นได้นะ แล้วในเวลานั้นใครจะช่วยลูกได้ ลูกก็ลองเอาไปคิดดูเองแล้วกันนะ” เมื่ออพูดจบ แม่ก็ลุกจากไป
วันถัดมา
ด้วยเหตุนี้ เดต้า จึงช่วยเหลือ เรนะ อย่างไม่เต็มใจมากนัก และด้วยความช่วยเหลือของ เดต้า.... เรนะ จึงสามารถเรียนได้ดีขึ้น และยังทำแบบทดสอบได้คะแนนมากขึ้น จนถึงขนาดที่คุณครูชมเธอต่อหน้าเพื่อน ๆ ทั้งชั้นเรียน
เรนะ ที่รู้สึกตื่นเต้นดีใจ เธอจึงบอกกับทุกคนในชั้นเรียนว่า เดต้า คือเพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับเธอเลย
แต่ถึงอย่างนั้น เดต้า ก็ไม่เข้าใจในประโยคนี้ ว่า เรนะ หมายถึงอะไร อีกทั้ง เธอก็ไม่ได้สนใจในสิ่งที่คนอื่นพูดถึงเธอด้วย เนื่องจากในใจของเธอนั้นทำเพราะถูกบังคับให้ทำเท่านั้นเอง
ไม่สนใจ
แต่แล้ววันหนึ่ง เดต้า ก็เกิดไปมีเรื่องตบตี กับเพื่อนในชั้นเรียน และด้วยความโกรธ เดต้า จึงผลักเด็กหญิงคนนั้นล้มลงกับพื้น จนทำให้หัวเข่าของเธอฟลุคช้ำ นอกจากนี้แล้ว เรื่องนี้ยะงถูกรายงานให้กับอาจารย์ใหญ่ได้ทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดด้วย
เดต้า จึงถูกดุด่า ต่อหน้านักเรียนทุกคนในโรงเรียนระหว่างที่เข้าแถวในตอนเช้า ไม่เพียงแค่นั้น อาจารย์ใหญ่ยังลงโทษ ให้เธอเก็บเศษกระดาษจากแต่ละชั้นเรียนให้หมดทุกชั้น ในช่วงเวลาก่อนกลับบ้าน
เดต้า ที่เสียใจและอัดอั้นในใจมาตลอดทั้งวัน เพราะเธอทนไม่ได้กับการถูกทำให้ต้องอับอายต่อหน้าทุกคนในโรงเรียนแบบนี้
หลังจากเลิกเรียนวันนั้น เดต้า ที่ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวเพื่อเก็บเศษกระดาษ เธอจึงระบายความอัดอั้นนั้นออกมาด้วยการกรี๊ดร้องและร้องไห้อดสะอึกสะอื้นอยู่เพียงลำพัง
ระบายอารมณ์
เรนะ ที่แอบมอง เดต้า มาตั้งเช้า เธอจึงเข้ามาปลอบโยน พร้อมทั้งให้กำลังใจ และช่วย เดต้า ทำความสะอาดโรงเรียนจนกระทั่งเสร็จเรียบร้อย
ในตอนนั้น เดต้า จึงตระหนักถึงสิ่งที่แม่ของเธอสอน ในวันก่อนหน้านี้ได้ว่า หากเราทำสิ่งใดกับใครไว้เราก็จะได้รับสิ่งนั้นกับคืนมาเสมอ.....
1
นับแต่นั้นเป็นต้นมา เรนะ ก็กลายเป็นเพื่อนซี้กับ เดต้า ไปโดยปริยาย
ดังที่ Alexander Dumas กล่าวไว้ว่า “มิตรภาพ คือการลืมในสิ่งที่ให้ และจดจำในสิ่งที่เราได้รับ”
2
แปลและเรียบเรียงโดยเรื่องเล่าจากดาวนี้
ที่มา:
ติดตามเรื่องเล่าจากดาวนี้เพิ่มเติมได้ที่
หากชื่นชอบก็อย่าลืมกด Like กด Share เพื่อเป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ สามารถแชร์แนวคิด มุมมองดีๆได้ใน Comments นี้เลย 😄
    English is all around
    เรื่องนี้สอนใจดีมากๆค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะ