1 เม.ย. 2021 เวลา 07:20 • ปรัชญา
กฏกติกาของดินฟ้าอากาศ เค้าวางไว้อย่างนั้น
..นึกว่าตายแล้วสูญ นรก สวรรค์ พระหรือคนเค้าพูด คนแก่ คนเฒ่า เค้าพูด หลอกให้เด็ก หรือ คนรุ่นหลังเค้า จะได้ทำความดี หรือ กลัวเรื่องนั้นเรื่องนี้ เป็นเรื่องโกหก เป็นอย่างงั้น แล้วก็ถามว่า จิตวิญญาณล่องลอยกัน ที่เค้าเรียกเป็นผีๆ ที่เป็นนามธรรมที่ล่องลอยอยู่ ที่ตาเรามองไม่เห็น แต่บังเอิญ..เกิดมีคนเค้าเห็นขึ้นมา ว่าเป็นรูปร่างอย่างงั้น หน้าตาเป็นอย่างงั้นเชียว น่าเกียจน่ากลัวยังไง นั่น..เราก็ฟัง..เราก็เชื่อ นั้นเป็นจิตหนึ่งอยู่ในภพ ซึ่งเค้ามาให้เห็นว่า ข้าพเจ้าไม่ทำบุญ ทำกุศลบารมี. ข้าพเจ้าจึงมีตัวดำ มีความทุกข์ทรมาน มีความ..ที่ร่างกาย ผ่ายผอม หรือว่า หิวอาหาร..บางคนออกมาเป็นที่..ที่น่าเกียจน่ากลัว หรือ เลือดท่วมตัวก็มี ภาพต่างๆ ที่เกิดขึ้น นั่นก็คือ เค้าบอกให้เราเห็น...ไม่ได้ให้เรากลัว แต่ให้เราประจักษ์ว่า..ถ้าทำไม่ดี ท่านจะเป็นเหมือนกับข้าพเจ้า แต่เมื่อเห็นแล้ว ช่วยส่งบุญกุศลให้แก่ข้าพเจ้าด้วย ข้าพเจ้าลำบากเหลือเกิน แต่เราเฉย ไม่รู้จัก..ไม่รู้จัก..การแก้ตัว ไม่รู้จักอะไร โอ้ว..เป็นภาพลวงตา เป็นการหลอกลวงอะไรต่างๆ
ถ้าไอ้โม่งมันมา ถ้าไม่เคยอโหสิกรรม กรรมนั้นก็ทำลายเรา เราเคยไปทำลายเค้าไว้ เราเคยไปตีหัวเค้าไว้ เค้าอยู่โน่น ต่างประเทศนะ เค้าก็เดินทางมาตีหัวเราเหมือนกัน มันไม่หนีไปไหน เพราะฉะนั้น ถ้าเราทำบุญ สร้างกุศล อโหสิกรรมให้กับ เจ้ากรรมนายเวรไปเรื่อยๆ การเหินห่างจากกัน การลืมเลือนก็เปลี่ยนไป เหมือนกับเรานึกชื่อ นึกอะไรไม่ออก
สิ่งที่นึกไม่ออก เพราะมาจากอะไร มาจากแม่ทั้งสี่ ที่อยู่ในตัวเรานั้นแหละ ที่เป็นสีดำ ที่มีคนหนึ่งที่เราไปตีหัวเค้าไว้ บุญนั้นก็ค่อยๆล้าง ที่เป็นตัวกระทำ ที่เราไปตีหัวเค้าไว้ ค่อยๆล้างไปๆ มันจางเข้า ก็ไปเศษของกรรม ก็ไม่ต้องมาเจอะเจอกัน เราก็ทำบุญอโหสิกรรมไปเรื่อยๆ
สิ่งที่เรามีกรรม เป็นโรคโน่นโรคนี้เกิดขึ้น ไปทะเลาะกับคนโน่นคนนี้ มันก็เป็นเรื่องราวของกรรมทั้งนั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องราวของอะไร ฉะนั้น เมื่อเราเกิดมาทั้งที หมั่นสร้างบุญสร้างทาน ทำบุญก็ตั้งอกตั้งใจทำ กายนิ่งจิตเฉย แล้วก็ประเคนพระ นั้นคือ เอาจิตทำบุญ
..ไอ้นี่ไม่มีภาพอะไรเลย ภาพของเราก็ไม่มี เวลาทำบุญทั้งที ตาเราไปจ้องแต่รูป หูบันทึกเสียง..ใส่บาตรทำบุญ หรือ ประเคนพระ จิตไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน มีแต่กายทำบุญ กับอารมณ์
จิตต้องการบุญ ไปอโหสิกรรม จิตต้องการบุญ เพื่อไปสร้าง มีตัวกระทำ หรือ เรียกว่า มีกายในวันข้างหน้า เรียกว่า กายบุญ ที่ไม่บกพร่อง จะเกิดมากี่ปีๆ ถ้าเกิดมาแล้วนี่ไปถึงร้อยปี ร่างกายก็ครบถ้วนกระบวนความ จิตของเราก็ไม่ฟั่นเฟือนอย่างนี้ เราต้องการกายอย่างนี้ แล้วก็อยากได้สติปัญญาอย่างนี้ เราก็ต้องทำอย่างนี้ขึ้น มีการภาวนาขึ้น มีการนึกถึง...ที่บอกไปเมื่อกี่ ที่เราได้ยินว่า ”พุทโธ”
พุทโธ..นี่..พระอรหันต์อยู่กลางป่า เสือบ้าง งูบ้างอะไรต่างๆ ยังไม่ไปกัด ไม่ไปทำลาย พระอรหันต์นั้นๆ เลย เพราะพุทโธเป็นแก้วกำบัง ไม่ให้สัตว์ต่างๆ มาทำลาย มีพุทโธอย่างเดียว แต่เดี๋ยวนี้ กลับไม่ใช่พุทโธ แต่ภาวนาเพื่อป้องกันสัตว์อันตราย ได้เห็นไปออกธุดงค์ ไปอะไรกันไปนะ เอาคาถาอาคมไป เป็นยังไง ..พระธุดงค์ถูกเสือกัดมั่ง งูกัดตาย อยู่ในถ้ำ อยู่ในเหวอะไรก็แล้วแต่ ก็เพราะว่าไม่ยึดพุทโธ ไปยึดศาสนาอื่น ห่มกายเครื่องหมายขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ไปนับถือฤาษี ชีไพร หรือ พ่อมดหมอผี แล้วพวกนั้นมันไม่มีบุญ ป้องกันอะไรไม่ได้ มีแต่สร้างกรรม แล้วก็เอากรรมเข้าไปท่อง มันก็ต้องตาย ตายไม่ดี ไปไม่ดี ต้องไปถูก ไปลุยทะเลโคลนอีก โคลนที่ร้อนๆ แล้วกายนั้นก็ละลาย จิตก็ทุกข์ทรมาน มาเกิดมาใหม่ ก็เดินไปอีก เนี่ย..ทุกข์ทรมาน มีใครเค้ามาบังคับ เอาหอกเอาไม้มาไล่ตีเราให้ลงไปในทะเลโคลน กายวาจาใจของเรานั้นแหละ เป็นที่บังคับของเรา แม่ทั้งสี่ของเรา ประกอบกันขึ้นมา จิตของเราต้องไปอยู่กับ แม่ทั้งสี่ที่ทุกข์ทรมาน เพราะเราเอาแม่ทั้งสี่ เกิดมาเป็นมนุษย์ เอาแม่ทั้งสี่ไปสร้างแต่งเวรแต่กรรม แม่ทั้งสี่ก็เก็บแต่เรื่องเวรกรรมไป พอเราไป เกิดมาใหม่ ที่ไหนจะถูกลงโทษ แม่ทั้งสี่ก็รวมตัวกันขึ้นมา จิตของเราก็ไปอยู่ที่นั้น มันหนีแม่ทั้งสี่ไม่ได้ เพราะตาเราเห็น ตาเราถ่ายรูป หูเราได้ยิน นั้นแหละ บันทึกไปเป็นสีเป็นภาพอยู่ที่แม่ทั้งสี่ มันหนีไปไหนไม่ได้ พอนรกเค้าลงโทษ เค้าก็เอา สิ่งนี้..ออกมาจากแม่ทั้งสี่ ดึงเราไปลงโทษ เพราะฉะนั้น..อย่าหวังนึกว่า เราจะไปโกหก เค้าได้ว่า ข้าพเจ้าไม่ได้ฆ่าปลา แต่ภาพจากแม่ทั้งสี่ออกมา ตัวตนของเรา แล้วตัวเราก็ได้ยินเสียงปลา จุ๊กจิ๊กๆ ได้ยิน..เถียงเค้าไม่ออก..ก้มหน้านิ่ง ..แล้วเราก็ถูกลงโทษ ..
แล้วใคร..จะทำยังไง กับเรื่องราวเหล่านี้ ทำมาหากินก็ทำไปเพื่อเลี้ยงสังขารเลี้ยงครอบครัว แต่ต้องให้เวลากับเรา ทำไมให้เวลากับกรรม ทำไมให้ได้ มันวิเศษวิโสอะไรนักหนา ได้เงินได้ทองมาแล้ว มันเหาะเหินเดินอากาศ กินอาหารแพงๆ ดีๆ มันเหาะได้มั้ย มันเหาะไม่ได้ มันหายตัวไม่ได้ มันก็อยู่เป็นตัวของเราอยู่ แล้วก็มีกรรมอยู่อย่างนี้ มีเงินเป็นกระสอบๆ มันก็อยู่อย่างงี้ ยศฐานบรรดาศักดิ์ ก็อยู่..มีแต่เปลี่ยนสภาพไป วาจาก็ก้าวร้าว จิตใจก็โหดร้าย ทำไมเป็นอย่างงั้น มีเงินทองมากมาย ยศฐานบรรดาศักดิ์ ทำไมจิตใจ มันถึงโหดร้าย วาจาถึงก้าวร้าว เงินทองนี่แหละ ที่บอกว่า หามาได้ แต่ละร้อยบาท พันบาท หามาได้ด้วยโลภโกรธหลง มันอยู่ในนั้น เดินเป็นกระสอบ เป็นยังไงกรรมทั้งนั้นเลย...โถมลงไปที่จิต..วาจาของเราก็ก้าวร้าว มีความโหดร้ายต่างๆ ไม่กลัวเกรงใคร ไปทำลายคนโน่นคนนี้เกิดขึ้น ยศฐานบรรดาศักดิ์ของเราก็เหมือนกัน ใครทำ..เพราะเราไปยึด จิตเราไปยึด..จึงเกิดมีอนุภาพ ทำให้เรามีวาจาที่ไม่ควรจะกล่าว ก็กล่าวออกมา เช่น เจ้าคนนั้นไปฆ่านาย ก. วาจาอย่างนี้ใช้ได้มั้ย..สร้างกรรม เราไม่ได้ไปฆ่านาย ก. เราก็รู้นี่ เป็นกรรม เสียงของเราทั้งนั้น คำสั่งต่างๆ ..แล้วเอาเงินเอาทองไป เราเห็นเบินมั้ย เห็นปัจจัยมั้ย..เห็น. ใครทำ..ถึงเวลาเค้า. ไอ้คนนั้นก็มาฆ่าเรามั่ง มาทรมานเรามั่ง อย่างนี้...
..ธรรมะของพระพุทธเจ้า ก็ชี้เรื่องราวต่างๆ ให้เห็น ทำไมไม่มาศึกษากัน เพื่อจะหนีกรรม เกิดมาทั้งที เค้าให้โอกาสเรา ที่เราเกิดมา เค้าให้โอกาสเรา มีกายครบสามสิบสอง ให้โอกาสเราเต็มที่เลย จะทำอะไร ก็รีบทำๆซะ จะทำบุญบารมี หนีกรรม ก็รีบๆทำซะ มีเวลาน้อยนะ แปดสิบปีร้อยปีตายแล้ว บางทีไม่ถึงกรรมมันตัดรอน เจ็บป่วยเกิดขึ้น แข้งขาขาด มือขาด อะไรต่างๆ แล้วแต่กรรมที่เรากระทำไว้ เราไปทำอะไรเค้าไว้ เราก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน ไม่มีการหนี เมื่อรู้แล้วอยากจะแก้ตัว ก็แก้ซะ
มีเวลาเหลือน้อยแล้วแต่ละคนๆนะ ไม่หาสังขารวันข้างหน้าที่ดี อย่าหวังเลยว่า จะได้สังขารที่เป็นมนุษย์ครบอาการสามสิบสองเหมือนปัจจุบัน
ถ้าเกิดมาแล้วไม่เคยทำบุญให้ทานเลย ไม่เคยนั่นเลย ครบอาการสามสิบ ก็เดินอยู่ข้างถนน ไม่มีที่อยู่ที่อาศัย ดีไม่ดี ง่อยเปลี้ยเสียขา ถือกะลาขอทานเค้าอีก เราจะกลับไปทำมั้ย เราเคยเป็นมาแล้ว เกิดเค้าให้โอกาสเราอีกที จะเกิดมาภาพนี้อีกมั้ย ..กลับหลงใหลเผลอฝัน อยู่กับสิ่งจอมปลอมที่หลอกลวงที่เป็นมายาอย่างงี้ จะไปโทษใคร ..เราทำทั้งนั้น มุ่งมั่นอยู่ตรงนี้ เวลาของเราตั้งเยอะแยะไป ใช้เวลาเพียงห้านาทีสิบนาที อยู่กับบ้านกับเรือน ไม่ใช่ถึงบ้านลงนอนเลยหลับเลย มีใครทำได้บ้าง เมื่อทำไม่ได้ เอาเวลาตรงนั้น ที่มันจะหลับน่ะ ที่ศีรษะเราจะถึงหมอนนี่ มานั่งให้กายนิ่งจิตนิ่งได้มั้ย หรือ ยิ่งเข้าไปนั่งห้องพระ ยิ่งดีใหญ่ ข้าพเจ้าได้เรือนกายของคุณบิดามารดา มากราบองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
…โอ้ว..วันนี้ เราได้เอาพ่อแม่มากราบพระ..ไม่ดีใจหรอกหรือ
...วันนี้ได้เอากายพ่อแม่มาสร้างบุญสร้างกุศล มันน่าจะดีใจ จิตของเราก็พลอยได้กราบพระ ได้อานิสงส์ของกายพ่อแม่ที่เค้าให้เรามา ไม่เอา
..เอาแต่ว่าเดี๋ยวก่อนๆ ขอให้นั่งคุย นั่งเจรจาไปก่อน นั่งเพ้อฝันไปก่อน ของไม่จริง แต่สร้างให้เป็นความจริงขึ้นมา ..นั่งเพ้อไป....
...วันนี้ เหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน ถามตัวเองเสียบ้าง มันเหนื่อยตรงไหน...จิตเหนื่อย หรือ อารมณ์มันเหนื่อย กายเค้าไม่เคยบ่น เค้าไม่ได้ว่า กายเป็นหุ่นยนต์ กายเป็นของพ่อแม่ เราใช้อย่างไร ก็ได้..แต่มันใช้ผิดๆ ใช้แบบสุรุ่ยสุร่าย เหมือนมีเงินมีทองอล้ว จับจ่ายใช้สอย ไม่เป็น..มันก็หมดไปๆ ในที่สุด จิตเราก็ไม่มีเงินจะใบ้ เหมือนกับ การใช้สังขารหมดไปวันหนึ่งคืนหนึ่ง ไมได้อะไรเลย จนแก่ เฒ่า ชราเจ็บป่วย แล้วก็ตาย มันไม่ได้อะไร..ได้สังขารดีๆ ข้างหน้ามีมั้ย เนี่ยเรื่องราวการใช้ เค้าให้โอกาสเรามีเงิน ใช้เงินไม่เป็น ให้สังขารก็ใช้สังขารไม่เป็น
นึกว่าตายแล้วสูญ นรก สวรรค์ พระหรือคนเค้าพูด คนแก่ คนเฒ่า เค้าพูด หลอกให้เด็ก หรือ คนรุ่นหลังเค้า จะได้ทำความดี หรือ กลัวเรื่องนั้นเรื่องนี้ เป็นเรื่องโกหก เป็นอย่างงั้น แล้วก็ถามว่า จิตวิญญาณล่องลอยกัน ที่เค้าเรียกเป็นผีๆ ที่เป็นนามธรรมที่ล่องลอยอยู่ ที่ตาเรามองไม่เห็น แต่บังเอิญ..เกิดมีคนเค้าเห็นขึ้นมา ว่าเป็นรูปร่างอย่างงั้น หน้าตาเป็นอย่างงั้นเชียว น่าเกียจน่ากลัวยังไง นั่น..เราก็ฟัง..เราก็เชื่อ นั้นเป็นจิตหนึ่งอยู่ในภพ ซึ่งเค้ามาให้เห็นว่า ข้าพเจ้าไม่ทำบุญ ทำกุศลบารมี. ข้าพเจ้าจึงมีตัวดำ มีความทุกข์ทรมาน มีความ..ที่ร่างกาย ผ่ายผอม หรือว่า หิวอาหาร..บางคนออกมาเป็นที่..ที่น่าเกียจน่ากลัว หรือ เลือดท่วมตัวก็มี ภาพต่างๆ ที่เกิดขึ้น นั่นก็คือ เค้าบอกให้เราเห็น...ไม่ได้ให้เรากลัว แต่ให้เราประจักษ์ว่า..ถ้าทำไม่ดี ท่านจะเป็นเหมือนกับข้าพเจ้า แต่เมื่อเห็นแล้ว ช่วยส่งบุญกุศลให้แก่ข้าพเจ้าด้วย ข้าพเจ้าลำบากเหลือเกิน แต่เราเฉย ไม่รู้จัก..ไม่รู้จัก..การแก้ตัว ไม่รู้จักอะไร โอ้ว..เป็นภาพลวงตา เป็นการหลอกลวงอะไรต่างๆ
แล้วจิต..สำคัญที่ว่า ..เห็นปู่ย่าตายาย..ตาย! ..ไม่เห็นมาบอกสักทีว่า ..ตายแล้วเป็นยังไง มีหรือเปล่าก็ไม่รู้ ตายแล้ว..น่าจะรู้กันบ้าง.. เค้าดินฟ้าอากาศ..เค้าปิด..เค้าไม่ให้ล่วงรู้เรื่องราวต่างๆ เค้าให้เราจมอยู่ในโลกนี้เอง ว่าเราจะเลือก เรามีปัญญาจะทำยังไงๆบ้าง พ่อแม่..พ่อแม่ที่มีความผิด เค้าตาย เค้าลงนรกมีความผิด ไม่ได้สร้างบุญสร้างกุศล ไม่ได้มีกายเป็นบุญเลย ก็ลงนรกไป
ไอ้คนที่ทำบุญ สร้างกุศล สร้างบารมี หนีกรรม กายนิ่ง..กายเป็นพระ ..จิตเป็นพระ จิตนิ่งจิตเป็นพระ ก็ขึ้นสวรรค์ไป เค้าก็ไม่ลงมาบอกเรา นั้นคือ กฏกติกาของดินฟ้าอากาศ เค้าวางไว้อย่างนั้น
ฉะนั้น เมื่อวันนี้ มากันแล้ว มาตั้งอกตั้งใจ สร้างบุญสร้างกุศลด้วยความขันติอดทน เดินทางมา เสียเวลามา..ป่านนี้ ฉันไปสร้างกรรมได้ตั้งเยอะตั้งแยะแล้ว ได้ไปหาเงินเป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่นเป็นแสน ป่านนี้...จะได้สร้างกรรมได้ตั้งเยอะ ได้แต่ฟัง..ฟังหลวงตาหลวงพ่อภิกษุเทศน์ พูดให้ฟัง มีบางครั้งก็..กินใจ ทรมานใจตัวเอง ฉันมีเงินนะ ฉันมีฐานะนะ มานั่งว่าฉันได้ยังไง เค้าอธิบายให้ฟัง ก็หาว่า..ว่า..เพื่อไปแก้ไข..ออกจากกรรมเสีย ..จะได้พ้นทุกข์ ต้องการอย่างงั้น เราไม่ต้องการ เค้าก็ไม่ได้ว่าอะไร
ขอให้นำเรื่อง ทีรับรู้แล้วเนี่ย ..ไปพิจารณา ..ทราย..ต้องการทรายละเอียดที่สุด เหมือนกับแก้วเป็นเพชร เอาทรายมากำมือ ร่อนเข้าไปๆ เหมือนวันนี้ ที่เราฟังนี่ ทบทวนเรื่องการฟัง เหมือนกับการนับหนึ่ง นับสอง นับสอง นับหนึ่ง กลับไปกลับมา จนรู้จักว่า เลขหนึ่ง เลขสอง คืออะไรนะ ไม่ใช่ว่านับ หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก ไปเรื่อย ไม่ใช่อย่างงั้น มันไม่รู้ มันเป็นสัญญาหลอก หลอกให้จำเฉยๆ เรารู้แล้วว่าหนึ่ง สอง มันเป็นอย่างไง ระหว่างกลางมีอะไร หนึ่งสองคืออะไร มันเป็นสัญญาอะไรเกิดขึ้น แล้วระหว่างการที่จะนับเนี่ย ช่องว่างที่...มันไม่ได้เขียนเลขหนึ่งเลขสองติดกัน..ทับกันเมื่อไหร่ มันห่างกัน ไอ้ช่องที่ห่างกันนั้นแหละ ดูให้เห็นว่า คืออะไร นับมันไป หนึ่งสอง สองหนึ่ง หนึ่งสอง สองหนึ่ง นับอย่างงี้ แล้วก็ดูช่องว่างเหมือนกับ การที่ได้ฟังเหตุผลวันนี้ ว่าช่องว่างของจิต เราจะทำอะไร ต่อไปนี้ นั้นก็คือ สิ่งที่เราต้องพิจารณา ทุกเรื่องทุกราว ถ้าเราอยากจะพ้นทุกข์ ไม่อยากการเกิดมามีตัวตน หรือเกิดให้มันน้อยลง แล้วก็ไม่อยากเกิดเป็นสัตว์ หรือ เกิดเป็นเปรต เป็นอสุรกาย ทำยังไง ถึงไม่เกิดเป็นเช่นนั้น ต้องไปหิวโหยเกิดขึ้น และไม่อยากเกิดเป็นอยู่ในอบายภูมิ มันเป็นทุกข์ทั้งนั้น
ฉะนั้น เราอยากจะเป็นเทพยดา อินทร์พรหม ต้องเอาโลภโกรธหลง ออกจากจิตของเรา
..เงินทองยศฐานบรรดาศักดิ์ คือ มายา
..กายของเรา ก็มายา
..จงทำ..มายา. ให้เป็นของสิ่งที่เป็น..วิมุตติ ..ให้เกิดจากจิต.เพื่อจะดึง..สีของกรรม ออกจากแม่ทั้งสี่
..ที่เราติดไว้กับแม่ทั้งสี่ คือ...
..ตาเราถ่ายรูป..แม่ทั้งสี่เก็บไว้
..หูเราฟังเสียง ..เก็บไว้ที่แม่ทั้งสี่
..ฉะนั้น เมื่อเราตายแล้ว แม่ทั้งสี่ไปรออยู่เป็นดินฟ้าอากาศ คอยที่เราจะมาจุติ ถ้าเราเอาแม่ทั้งสี่มาสร้างบุญ สร้างบารมี แม่ทั้งสี่ก็ประกอบกาย เป็นมนุษย์ที่ดีที่ประเสริฐเกิดขึ้น
ถ้าเอาตัวเราเอง แม่ทั้งสี่ไปทำเรื่องเวรเรื่องกรรมอยู่ตลอดเวลา แม่ทั้งสี่ประกอบขึ้นมาเป็นตัวตนของเราอีก ก็เป็นเรื่องราวของกรรมที่เกิดขึ้น อาจจะเป็นง่อยเปลี้ยเสียขา หูหนวกตาบอดอะไรๆต่างๆ ที่พูดซ้ำๆ บ้างก็มี เพราอะไร เพราะต้องการ สะกิดจิตของโยมขึ้นมาพิจารณาบ้าง ว่าเรื่องนี้มีจริง หรือไม่มีจริง ที่อาตมาพูดชี้ให้เห็นนี้ มันจริงมั้ย ไปทบทวนดู เมื่อมาถึงที่นี่ อาตมาต้องการดึงทุกคนให้ห่างจากบ่อนรก บ่ออบายภูมิ ไม่อยากให้ตกเหวนะ เดินใกล้เหวเข้าไปทุกทีๆ เมื่อมาถึงนี่ ก็ยากจะดึง ดึงด้วยเชือกสลิง ลวดที่แข็งแรงที่สุด ที่กระชากโยมให้ห่างเหวที่อันตรายบ่อที่อันตราย ที่เกิดขึ้นกับโยม ฉะนั้นจะให้อาตมาดึง หรือ โยมจะกระโดดลงเหวก็ตามใจนะ แต่อาตมาก็จะพยายามดึงให้ได้ สาธุ สาธุ สาธุ
การที่เราจะตอบแทนคุณบิดามารดา ต้องเอากายนี้ สร้างบุญ ต้องทำกายให้นิ่ง พ่อแม่ของเรามีกรรม เราจะกายของเรา คือกายลูกมาสร้างบุญสร้างบารมีหนีกรรม ให้พ่อแม่ ต้องตั้งใจทำ แล้วก็มาถึงสถานที่นี้ ต้องการบุญบารมี หนีกรรม เท่ากับว่า..ดึงพ่อแม่..พ้นจากโรคภัยไข้เจ็บ พ้นจากกรรมที่ทุกข์ทรมาน เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น ไปคิดพิจารณากันเอาเอง ว่าจะทำยังไงต่อไป กับตัวของเรา หรือว่าจะจมอยู่กับโลภโกรธหลง ไม่มีเวลา มีแต่ต้องการเงิน ต้องการยศฐานบรรดาศักดิ์ อาตมาต้องใช่ลวด ที่เค้าสมมุติขึ้นมาเป็นลวดสลิง ถ้าใช้เชือกที่เค้าใช้ทั่วไปก็อาจจะขาด เหนียวแน่นที่สุดอาจจะขาด โซ่อาจจะขาด อาตมาขอใช้ลวดสลิง เส้นให้ ดึงกระชากโยม ไม่รู้ว่า สลิงนั่นอาจจะขาดก็ได้ ขออาตมาใช้คำนี้ก็แล้วกัน สาธุ สาธุ สาธุ
โฆษณา