หมวด ๑๘/๑
ทัศนะจากอ.เขมานันทะ
-ทำไมคนเราต้องโง่ก่อนแล้วฉลาดทีหลัง
เพราะความโง่มาก่อนฉลาด
หากฉลาดก่อนจะโง่งมไปจนตาย
ความสำคัญไม่ได้อยู่ตรงฉลาดหรือโง่ แต่อยู่ที่พัฒนาการขึ้นมา คนโง่ก่อนจะมีรากฐานที่ดีกว่าคนฉลาดก่อน เพราะเริ่มรู้ตัวว่าตัวเองโง่
-สิ่งสำคัญคือการใฝ่รู้ ความอยากรู้ เพราะเป็นพลังไม่รู้จักหยุด กระตุ้นเตือนตัวเองให้แสวงหา
-ความใฝ่รู้เป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องสร้างฐานนิสัยใหม่ ฐานนิสัยเก่าฟุ้งซ่านหนัก ใฝ่รู้จะฟุ้ง ต้องมีองค์ประกอบอื่นไปค้ำจุน ต้องจัดสัดส่วนรับทีละเรื่อง ใฝ่รู้มากแขนง ฟุ้งซ่านจะไม่มีความสุข
-จะรู้ได้ว่าตกลงใจผิด เมื่อมันไม่ออกผล หรือออกแล้วร่วงโรยเร็ว แสดงว่ามีอะไรบางอย่างไม่สมประกอบ เป็นการกดองค์ประกอบตัวเองไว้ แล้วบางองค์ประกอบเป็นตัวถ่วงรั้ง
-จิตมีคุณสมบัติพิเศษตรงที่สามารถเรียนรู้อะไรได้โดยตัวเอง
-รากฐานศิลปศาสตร์ทั้งปวงเกิดจากโพธิจิต
-ต้นไม้ที่มีรากลึกย่อมไม่กลัวพายุคุกคาม
-เราเป็นสัตว์เจ็บป่วยทางใจซึ่งประสบความสำเร็จในการงาน(แผ่นดินดับ)
-งานคือลู่ทางเดียวที่บอกเราว่าเราจะสัมผัสความดีในตัวเองได้อย่างไร
-ไม่มีความรักก็เป็นความทุกข์อันยาวนาน วันคืนนั้นหนาวเหน็บ มีความรักยึดติด หมายมั่น และอาวรณ์…ก็เป็นทุกข์ไม่รู้สิ้น หลงรักในสภาพลี้ลับและศักดิ์สิทธิ์ ทั้งไม่ปรารถนารางวัลใด นอกจากได้รักและส่งใจไปหา…คือความงาม สุนทรียภาพในสิ่งลี้ลับ
-ความโง่ค่อนข้างสถิตเสถียร โง่ได้นานๆ นั่งดูจิตไม่ได้ฉลาดขึ้น สิ่งเหนือความฉลาดมี
-ยิ่งโง่เท่าไหร่ ยิ่งซาบซึ้งในดอกไม้และแสงแดดมากขึ้น
-ความไม่รู้เหมือนปราการแข็งแกร่งที่สุดในชีวิต ศัตรูไม่มีใครอยากเอาชนะ เหมือนทารกบรมโง่ที่ไม่มีใครอยากเอาชนะทารก
-คนโง่ไม่เคยทำอันตรายได้
-ตัวนิ่มโง่เหมือนเต่า สัตว์โง่ๆมักอายุยืน เพราะไม่ฉลาดที่จะทำลายตัวเอง
-ความเครียดไม่ใช่ศัตรูที่แท้จริง แต่ผลของ Master Mind คือความวิตกกังวล
-ความเครียดเป็นตัวเตือน เป็นสัญญานอันตรายบอกว่าคุณต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว เพราะว่าร่างกายไม่แข็งแกร่งพอกับการรับผลของความกังวล และเมื่อเห็นอาการเหล่านี้ สติจะถูกพัฒนาอย่างเหมาะเจาะ
-เราค่อยๆชะลอชีวิตที่ไหลเชี่ยวมาที่ต้นกำเนิดของความรู้สึกตัว
-เรามักแสวงหาสิ่งดีจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระเจ้าทั้งที่สิ่งดีอยู่ในตัวเรา
-การต้อนชีวิตเข้าสู่มุมอับ เป็นหนทางให้ศักยภาพภายในตัวชีวิตเองแสดงบทบาทออกมา
-เครื่องหมายของความเป็นผู้ใหญ่อยู่ที่ สิ้นเรียกร้องต้องการ
-ไม่มีอะไรมีค่าพอจะยึดไว้ ด้วยสภาวธรรมของชีวิตเปลี่ยนไป
-อะไรที่เข้ามารับรู้ทางความคิด เป็นเรื่องเหลวแหลก พึ่งไม่ได้
-ความคิดใช้แก้ปัญหาบางอย่างได้ แต่แก้ปัญหาถาวรไม่ได้
-การแก้ปัญหาถาวรคือการไม่ไว้วางใจความคิดอีก ไม่ใช้ความคิดเพื่อผลักดันความคิด
หากใช้ความคิดantiความคิด ล่มสลายเลย
-การคิดมากไม่ว่าดีหรือร้าย ร่างกายอ่อนเปลี้ยทันที ร่างกายเฉลียวฉลาดมาก แต่จิตใจโง่เง่า ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับร่างกาย
-มนุษย์พึ่งตัวเองไม่ได้ ต้องพึ่งสิ่งอื่น พึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คนใช้ ทาส
-เราต่างหายใจด้วยปอดชนิดเดียวกัน และอากาศเดียวกัน
-ถ้าให้นักเขียนเขียนอัตตประวัติจะมีความจริงน้อยกว่านิยายที่เขาเขียนเสียอีก
-ใจหายเป็นวินาศกรรมที่มาอย่างรวดเร็วและฉับพลันมาก
-ความหวาดกลัวของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ทำให้มนุษย์จับมืออย่างเหนียวแน่น
-มลทินความสัมพันธ์ของมนุษย์คือการยึดติด กลัว ว้าเหว่ เรากลัวที่จะอยู่คนเดียว ทั้งที่โดยความเป็นจริงเราอยู่คนเดียวตลอดเวลา มนุษย์ไม่เคยเจาะแทงเข้าถึงซึ่งกันและกันเลย การเปิดเผยจนหมดสิ้นไม่มี ความว้าเหว่ได้ส่วนกับการพรางไว้
-จิตใจที่มีพลานามัยคือไม่สะสมความหนัก
-ความรู้ที่เก็บไว้นานๆ เหมือนเก็บเชื้อระเบิด จะทนไม่ไหวเวลาเห็นใครแสดงความรู้ไม่ถูกต้อง หรือเหนือกว่าเรา
-มีน้อยคนที่มีชีวิตอยู่เพื่อสร้างสรรค์งาน และขัดเกลาตัวเองไม่ให้ก่อวินาศภัยในตัวเองและต่อสังคม
-สอบสวนตัวเองว่าภาวะอะไรเกิด ผมระวังส่วนนี้มากกว่า
-ผมไม่มีอาชีพ อาชีพจะกำหนดเป้าหมาย
-ฝึกเป็นศิลปิน เป้าหมายคือการยอมรับของผู้คนและชื่อเสียง
-ภาพนู้ดปลดเปลื้องอาภรณ์ของวัฒนธรรมออก เรามีความละอายต่อสาธารณชน เราละอายต่อหน้าสิ่งที่ธรรมชาติประทานมาให้
-ภายใต้เครื่องแบบเราอบอุ่นต่อระบบสังคม เพราะคนอื่นรับรองให้ ความสุขของเราจึงเป็นความสุขที่เราMake Believe ขึ้น