Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว
•
ติดตาม
7 เม.ย. 2021 เวลา 04:38 • ปรัชญา
เขมานันทะวาที(๑๑-จบ)
บันทึกและรวบรวม : นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว
หมวด ๑๘/๒
ทัศนะจากอ.เขมานันทะ
อ.เขมานันทะ ในวัย ๖๘ ปี บ้านบัวขาว มีนบุรี ๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ (นิพัทธ์พร เพ็งแก้ว ถ่ายภาพ)
-ความสุขความทุกข์เป็นทางผ่าน ใครปฏิบัติให้สุขทั้งวันทั้งคืนนั้นบ้า เพราะไปยึดจับในสิ่งผ่าน เลยหยุดนิ่ง
-มนุษยธรรมไม่ได้เติบโตขึ้นจากการแสวงหาความรู้ สิ่งที่ปรารถนาจริงๆคือ เราต้องการความรู้อีกชนิดมาปลดเปลื้องความรอบรู้ของเรา ไปสู่ความไม่รู้อะไรเลย
-ภาษากวีเป็นภาษาคนผิดปกติ แต่มีความงาม ปฏิกิริยาข้างเดียวคือกวี ศิลปินมักมีอะไรแผลงๆ ความไม่ธรรมดาเป็นอาการผิดปกติ กวีชอบ-เป็นเชื้อภูมิปัญญาอย่างหนึ่ง
-พระพุทธเจ้าห้ามเล่นกวี ประนามพระกวีเป็นโมฆะบุรุษ บอกภาษาเป็นเครื่องแสดงความจริง กวีเพียงเขียนให้ไพเราะ ห่างความจริง
-การภาวนาต้องเป็นสิ่งเดียวกับการใช้ชีวิต หากแบ่งแยก นั่นไม่ใช่คำตอบ
-วิถีชีวิตที่ถูกบดขยี้ท่ามกลาง Horn Dilemma
-สิ่งที่คนทั่วไปกังวล คนบ้าไม่กังวล
-เราถูกขยี้ด้วยศัตรูที่อยู่ในตัวเราเอง ความคิดรู้เล่ห์เหลี่ยมทุกอย่างในโลก
-ความอยากไม่ใช่อันติมะ ไม่มีที่สิ้นสุด ยิ่งเติมเชื้อให้หนักขึ้น เหมือนไฟไม่อิ่มฟืน และยิ่งหิวฟืนขึ้นทุกที ความคิดเหมือนไฟอารมณ์
-ความพ่ายแพ้ภายใน คือการสูญเสียความปกติของชีวิต ทำให้เกิดการกระโจนเข้าไปแข่งขันเปรียบเทียบก่อวินาศกรรมระหว่างกัน
-สิ่งน่ากลัวที่สุดในจิตใจ คือการล่มสลายของดวงแก้ว ในตัวเองมีความ “ปลอดภัย”อยู่ ความปลอดภัยได้สร้างบรรยากาศปกติให้มนุษย์
-โลกถูกผลักดันให้เคลื่อนไปข้างหน้าด้วยแรงริษยาระหว่างกันของมนุษย์
-ลัทธิกีดกันทำให้เราสำรวจงานของเรายิ่งขึ้น รัดกุมขึ้น แต่น่าชังตรง ไปถึงจุดหนึ่งมันจะกีดกันแม้แต่งานที่ดี
-เวลาจะเป็นสิ่งคลี่คลายให้เห็นว่าใครของจริง ใครของเทียม
-คนไม่อยากเห็นใครได้ดี เห็นคนฉิบหายน่ะดีใจ
-ดำริในการเบียดเบียนทำให้คนฉิบหาย
-ดวงดาวไม่เคยโมโหใคร
-พวกอัจฉริยะคือคนทำงานดีแต่สังคมตามไม่ทัน
-พลังทั้งหมดถูกรวบรวมมาเพื่อคุณภาพงาน ไม่ใช่เพื่อการถูกยกยอปอปั้น
-การส่งงานประกวดเพื่อรู้จักสังคมโลกดีขึ้น รู้จักตัวเองดีขึ้น
-เมื่อเข้าถึงบทกวี ความเป็นกวีนิพนธ์แล้ว สุนทรียภาพจะคลี่คลาย
-เมื่อลิ้มชิมรสบทกวีของธรรมชาติ จะเบื่อสิ่งหยาบ เบื่อกิริยาหยาบ คลายจากความหยาบ แล้วก้าวสู่สุนทรียภาพที่ประณีตขึ้น
-การเรียนศิลปะทุกๆ ปี คือการคลี่คลายของสุนทรียภาพ
-ทำงานอย่าให้จิตวุ่นวาย ไม่เช่นนั้นจะไร้ค่าไร้ผลงาน
-สร้างรสชาติของสุนทรียภาพขึ้นมา อย่ามัวสนใจเรื่องหมอดู จะพลาดไปไกล เห็นดาวเป็นดาว จะเดินสายจินตนาการ
-ให้ทุกข์เผาผลาญร่างกายจนถึงที่สุด หากเห็นทุกข์เป็นเรื่องธรรมดา จิตใจจะก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ ทุกข์ก็เป็นแค่ทุกข์เท่านั้นเอง
-ทำงานหนักด้วยจิตใจที่โปร่งเบา
-หนังสือเป็นเครื่องหมายชี้ทาง ถ้าไม่มีหนังสือ ปรีชาญาณครั้งอดีตที่พระพุทธเจ้าแสดงไว้ก็จะมาไม่ถึงเรา
-ศิลปะหรือสติปัญญาเป็นอยู่ที่ใจ
-การไตร่ตรองเป็นรากฐานของการพัฒนา
-หากมีคนยกย่องสรรเสริญ ไม่ไตร่ตรอง ก็กระโดดลงหลุมศพ
-การติเตียนต้องเปิดรับ เขากำลังเอาทองคำมาให้เรา
-ความคิดขัดแย้งแท้จริงเป็นขุมปัญญาขุมหนึ่ง ถ้าเราเราผ่านไปได้ แต่ถ้าแพ้แย่เลย
-ถ้าความขัดแย้งไม่เป็นการทำลายกันจะเสริมกัน เหมือนสารหนูกินในปริมาณเหมาะสมจะเป็นยาอายุวัฒนะ
-ขัดแย้งนั้นดี แต่อย่าให้เป็นอารมณ์
-ยิ่งเดินทางมากยิ่งอยากหยุด
-แนวคิดคงเดิม แต่วิธีจัดการเปลี่ยน เพราะภาพใหม่ที่เห็นมันชัดขึ้น
-อำนาจและพลังย่อมกลืนสิ่งที่ด้อยกว่า
-การบรรลุถึงวุฒิภาวะภายในก็คือการสิ้นสุดเสียงเรียกร้องต้องการ(เนื่องในความงาม)
-ปัจเจกเป็นเพียงกุญแจที่ไขไปสู่สากลเท่านั้น(เนื่องในความงาม)
บันทึก
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
เขมานันทะวาที
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย