21 เม.ย. 2021 เวลา 13:27 • กีฬา
Strength Coach ประจำทีมกีฬา จำเป็นต้องเล่นกีฬาชนิดนั้นเป็นไหม?
ในบางครั้งเวลาที่คุณฝึกนักกีฬา แล้วสั่งให้พวกเขาทำตามแบบฝึกของคุณ คำถามที่ตามมาในบางทีคือ “เล่น...(ชื่อกีฬานั้น) เป็นไหมเนี่ย? มาสั่งให้ทำ” “เคยเป็นนักกีฬาหรือเปล่า? ถึงมาสอน” “เคยเล่นเหรอ...ถึงรู้ว่าต้องฝึกยังไง” คำถามเช่นนี้มักเกิดขึ้นบ่อยๆกับคนที่เป็น Strength Coach เพราะ นักกีฬาส่วนใหญ่มักจะมีความคิดว่า คนที่จะมาฝึกร่างกายพวกเขานั้น ต้องเล่นกีฬาชนิดนั้นเป็นหรืออาจจะเคยเป็นนักกีฬาชนิดนี้มาก่อน เพราะ สามารถเข้าใจกีฬาชนิดนั้นได้มากกว่าคนที่ไม่เคยเล่น ไม่เคยเป็นนักกีฬา หรือบางทีก็คิดว่าคนที่มาฝึกร่างกายให้กับพวกเขานั้น คงมีความรู้แค่ด้านการสร้างกล้ามเนื้อย่างเดียว ไม่มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกีฬาชนิดนั้นมาก่อน
ถ้าถามผมว่าจำเป็นไหมถ้าคุณทำงานเป็น Strength coach เกี่ยวกับกีฬาประเภทหนึ่ง แล้วคุณต้องเล่นกีฬาชนิดนั้นเป็น หรือเคยเป็นนักกีฬาชนิดนั้นมาก่อน?
จากประสบการณ์การทำงานของผม ขอตอบว่า “ไม่จำเป็นครับ” คนที่เคยเล่นกีฬาชนิดนั้น หรือเคยเป็นนักกีฬามาก่อนอาจจะได้เปรียบเรื่องความเข้าใจในแนวทางการเคลื่อนไหวและระบบพลังงาน (ESD) ของกีฬานั้นๆ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าคนที่เคยเล่นกีฬาหรือคนที่เคยเป็นนักกีฬามาก่อนจะเป็น Strength Coach ได้ดีกว่า คนที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับกีฬานั้นเลยไม่ได้เสียเปรียบครับ เพราะ สิ่งเหล่านี้สามารถศึกษาได้ คุณไม่จำเป็นต้องเล่นกีฬาเหล่านั้นเป็น หรือเคยเป็นนักกีฬาประเภทนั้นๆ เพียงแค่คุณเข้าใจ "Physical Demand” หรือสิ่งที่จำเป็นของสมรรถภาพทางกายของกีฬานั้นๆก็เพียงพอแล้ว
ตอนเด็กผมเล่นกีฬาเทนนิสมาก่อนครับ พอโตก็เริ่มเล่นฟุตบอล ช่วงมหาวิทยาลัยก็มาเล่นกีฬารักบี้ แต่กีฬาแรกที่ผมทำหน้าที่ในตำแหน่ง Strength coach คือ วอลเลย์บอลหญิงครับ ทั้งๆที่ผมไม่เคยเล่นวอลเลย์บอลมาก่อน แถมยังเป็นวอลเลย์บอลหญิงอีก ช่างห่างไกลกับกีฬาที่ผมเคยเล่นมาก่อนอย่างรักบี้อย่างรุนแรง ดังนั้นสิ่งที่คุณต้องเตรียมพร้อมในการศึกษากีฬาที่คุณจะทำคือ
1. ทำการบ้าน ศึกษา Physical Demand, อาการบาดเจ็บที่มักจะเจอบ่อยๆในกีฬานั้นๆ, การเคลื่อนไหว, ESD (Energy System Development) ของกีฬานั้น
2. ศึกษารูปแบบของกีฬา โดยเริ่มจากการดูการแข่งขัน, ทำความเข้าใจในการเล่นกีฬานั้น, ศึกษาการเล่นของแต่ละตำแหน่ง
เมื่อคุณเริ่มเข้าใจในองค์ประกอบโดยรวมของกีฬานั้น ค่อยมาวางรูปแบบการทำ Test ก่อนเริ่มฝึก ว่าควรจะออกไปแนวทางไหน ควรจะมี Test รูปแบบไหนบ้าง เพื่อให้เหมาะสมกับกีฬานั้น พอทำ Test เสร็จ ก็เอาผล Test มาออกแบบโปรแกรมการฝึกให้สอดคล้องกับกีฬาและทีมที่ฝึก แล้วในระหว่างการทำงานก็ศึกษากีฬานั้นให้มากขึ้นไปด้วย อาจจะโดยการดูนักกีฬาเวลาซ้อมหรือสังเกตเวลาแข่งว่าแต่ละตำแหน่งมีการเคลื่อนไหวอย่างไร กล้ามเนื้อที่น่าจะใช้บ่อยหรือการเคลื่อนไหวในระหว่างแข่งขันแบบไหนที่จะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บ
ดังนั้นคุณไม่จำเป็นที่ต้องเล่นกีฬานั้นเป็น หรือเคยเป็นนักกีฬาประเภทนั้นมาก่อน มันไม่ได้เป็นตัวชี้วัดว่าคุณจะเป็นผู้เชี่ยวชาญ (Specialist) ในกีฬานั้นได้ แต่การเตรียมพร้อม การทำการบ้าน หาข้อมูล ศึกษา Physical Demand ของกีฬานั้นอย่างถูกต้องต่างหาก ที่จะทำให้คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญในกีฬานั้นได้
Poon Promsri, CSCS, XPS
โฆษณา