มีบัญชีอยู่แล้ว?
"เราเเทบทุกคนเเปรงฟันผิดมาทั้งชีวิต"
4
"วิธีการเเปรงฟันที่มีประสิทธิภาพสูงสุด"
ถ้าพูดถึงการดูเเลสุขภาพช่องปาก สิ่งที่เป็นส่วนหนึ่งไปชีวิตคนทุกคนไปเเล้วนั่นก็คือ "การเเปรงฟัน"
3
ตอนเเปรงฟันปกติ เรามักจะเอาเเปรงสีฟันไปจุ่มน้ำให้เปียก หรือไม่ก็ใช้น้ำผสมยาสีฟันของเราให้พอมีฟองในปาก ยิ่งมากยิ่งรู้สึกสะใจ ยิ่งฟองมากยิ่งทำให้รู้สึกมั่นใจว่าฟันเราจะต้องสะอาดขึ้นเเน่ๆ
3
หลังจากเเปรงจนทั่วทุกซอกฟันเเล้ว สิ่งที่เราเเทบทุกคนทำต่อมาคือตักน้ำขึ้นมาบ้วนปาก บ้วนยาสีฟันที่อยู่ในปากออก จนรสยาสีฟันนั้นหายไป เป็นอันเสร็จกระบวนการเเปรงฟันที่เราคุ้นเคยกันมาตั้งเเต่เด็ก
2
ถึงเเม้ทุกคนจะเเปรงฟันในเเบบที่กล่าวมาข้างต้น เเต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังเข้าร้านหมอฟันอยู่บ่อยครั้งเพื่อรักษาอาการ"ฟันผุ"
2
⚠️ คำถามคือ ทำไมคนเเปรงฟันทุกวันเเล้ว ยังฟันผุอยู่อีก❓
2
ความจริงเเล้ว การเเปรงฟันเเบบบ้วนปากที่เราทำกันอยู่นั้น กลับไม่มีประโยชน์ในเชิงการดูเเลสุขภาพฟันเลยเเม้เเต่น้อย เพราะการบ้วนน้ำทิ้งหลังเเปรงเสร็จจะทำให้ฟลูออไรด์ที่อยู่ในยาสีฟันถูกน้ำล้างออกไปด้วย
5
⚠️ เเล้วการเเปรงฟันที่ถูกต้อง ทำไง❓
2
🔺️ "การเเปรงฟันเเบบเเห้ง | Spit Don't rinse"
1
การเเปรงฟันเเบบเเห้งหมายถึง การเเปรงมันเเบบไม่ใช้น้ำเลยทั้งก่อนเเละหลังเเปรงเสร็จ เป็นวิธีการดูเเลรักษาสุขภาพฟันที่ดีที่สุด ที่วงการทันตเเพทย์ทั่วโลกเเนะนำ โดยมีขั้นตอนดังนี้
5
1️⃣ บีบยาสีฟันเเต่พอดี (ให้นึกถึงตอนจะบ้วน) ลงบนเเปรงสีฟันที่ไม่จุ่มน้ำ
3
2️⃣ จากนั้นก็เเปรงให้ทั่วทุกซอกฟัน ห้ามลืมเเปรงลิ้นด้วย ประมาณ 1 - 2 นาที
3
3️⃣ จากนั้นถ่มเอาฟองยาสีฟันทิ้ง โดยไม่ใช้น้ำบ้วนปาก เป็นอันจบ
3
⚠️ ปล. หากมีเศษอาหารติดฟันให้ใช้ไม้จิ้มฟัน หรือไหมขัดฟันทำความสะอาดออกก่อนเเปรงฟันครับ เเละหลังเเปรงฟันเเบบเเห้งเสร็จไม่ควรดื่มน้ำหรือทานอาหารเป็นเวลาครึ่งชั่วโมงเพื่อให้ฟลูออไรด์จากยาสีฟันที่เคลือบฟันอยู่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
6
🔺️ ทำไมต้องเเปรงฟันเเบบเเห้งด้วย เพื่อ❓
4
เเปรงเเบบเเห้งนี้จะช่วยป้องกันฟันผุได้มากกว่าการบ้วนน้ำตามหลังเเปรงเสร็จ เพราะฟลูออไรด์จะเคลือบฟันเเละทำหน้าที่ป้องกันฟันผุได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
4
ปริมาณฟลูออไรด์ที่เข้มข้นในยาสีฟัน (โดยไม่มีน้ำผสม) จะมีประโยชน์มากในการซ่อมเเซมผิวฟัน ทำให้ฟันมีความทนทานต่อความเป็นกรด ยับยั้งการเจริญเติบโตของเเบคทีเรียสาเหตุหลักของฟันผุเเละหินปูน
6
ตัวฟลูออไรด์นี้จึงสำคัญมากต่อสุขภาพฟันของเรา
ดังนั้นเราควรคงปริมาณฟลูออไรด์ในยาสีฟันขณะเเปรงฟันให้มากที่สุด เพื่อประสิทธิภาพที่ดีในการบำรุงรักษาฟันต่อไปในระยะยาวครับ😁
4
🔺️คำถามต่อไปคือ เผลอกินเจ้ายาสีฟันลงไป อันตรายต่อร่างกายไหม❓
1
ตอนเด็กๆเราอาจจะเคยถูกผู้ใหญ่สอนเน้อะ ว่าอย่ากลืนยาสีฟัน มันเป็นอันตรายต่อสุขภาพ❗จากสารเคมีสังเคราะห์ในยาสีฟัน
6
ซึ่งในความเป็นจริงตัวยาสีฟันจะมีสารเคมีตัวนึงนาม "Sodium Lauryl Sulfate (SLS)" มีคุณสมบัติทำความสะอาดประเภทนึง ที่ทำให้ยาสีฟันมีลักษณะลื่นเเละมีฟอง ซึ่งสาร SLS นั้นมักถูกนำมาใช้ในยาสระผม โฟมล้างหน้า สบู่ รวมไปถึงยาสีฟันที่เราใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน
9
ตามมาตรฐานเเล้ว SLS ที่จะส่งผลเสียต่อระบบร่างกายคนได้ต้องมีปริมาณสูงถึง 3 กิโลกรัม เเต่ผลิตภัณฑ์ยาสีฟันที่วางจำหน่ายตามท้องตลาดนั้นมีค่าของสารดังกล่าวเพียง 0.5 - 2 เปอร์เซนต์เท่านั้น
7
อีกทั้งขณะที่เราเเปรงฟัน สารนี้ยังถูกเจือจางโดยน้ำลายของเราอยู่เเล้ว ... น้ำลายจะรวมตัวกับสารดังกล่าวนี้ตอนเราถ่มน้ำลายออกมาหลังเเปรงเสร็จอยู่เเล้ว ซึ่งมันจะมีปริมาณ Sodium Lauryl Sulfate เหลืออยู่ในช่องปากเราน้อยมากๆ จึงฟันธงได้เลยว่าไม่เป็นอันตรายต่อระบบสุขภาพมนุษย์อย่างเเน่นอน❗
9
⚠️ สรุปคือ
1
การเเปรงฟันที่มีประสิทธิภาพสูงสุดที่ทันตเเพทย์ทั่วโลกเเนะนำนั้นคือ "การเเปรงฟันเเบบเเห้ง" เพราะเป็นวิธีที่คงเหลือปริมาณฟลูออไรด์ไว้เคลือบผิวฟันได้มากที่สุด วิธีนี้ช่วยดูเเลฟันของเราให้อยู่กับเราไปเเสนนานโดยไม่ผุกร่อน
10
ส่วนปัญหาเรื่องที่สารเคมีในยาสีฟันอาจเผลอกลีนเข้าคอนั้นเป็นเรื่องที่ไม่อันตรายต่อร่างกายเเต่อย่างใด เพราะสาร "Sodium Lauryl Sulfate" ในยาสีฟันมีปริมาณน้อยมากเกินกว่าที่จะทำอะไรระบบร่างกายเราได้
8
ข้อมูลอ้างอิงจาก Website :
Self-Discipline
11 พฤษภาคม 2564
    CherishLive
    ทำไมตอนโฆษณาไม่มีเจ้าไหนแนะนำนะ ? 🤔