มีบัญชีอยู่แล้ว?
เเนวทาง "การลดน้ำหนัก" สำหรับ "คนไม่ชอบออกกำลังกาย"
3
คนไม่ชอบออกกำลัง จะผอมได้ยังไง?
ในที่ทำงานปัจจุบันผมได้กลายเป็นที่ปรึกษาเรื่องสุขภาพไปโดยปริยาย เเละในเเต่ละสัปดาห์ก็จะมีคนจำนวนไม่น้อยเข้ามาสอบถาม วิธีการ เคล็ดลับ ในการดูเเลตัวเองอะไรทำนองนี้อยู่ไม่ใช่น้อย
4
หนึ่งในคำถามยอดฮิตที่ถูกถามบ่อยมากคือ ประมาณว่า "เห้ยไอบอล กูขี้เกียจออกกำลังกาย จะมีทางไหนไหม? ที่จะลดน้ำหนักได้โดยไม่ออกเเรงเสียเหงื่อ❓"
6
เเละนั่นคือเเรงจูงใจในการเขียนบทความนี้นั่นเอง เพื่อไม่ให้บทความยาวเกินจนน่าเบื่อ จะหยุดเกริ่น เเล้วไปดูเเนวทางการเเก้ปัญหานี้กันเลย Let's go❗
4
เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นบอลขอ นำเสนอศัพท์ 2 คำสำคัญนี้ก่อน ผมเชื่อว่าถ้าเราเข้าใจระบบการทำงานของร่างกายเราอย่างถ่องเเท้ อะไรๆมันก็จะง่ายขึ้น😎
4
1️⃣ ระบบเผาผลาญพื้นฐาน | BM (Basal Metabolism)
2
ความหมายคือ พลังงานขั้นต่ำที่ร่างกายจำเป็นต้องใช้ในการทำงานของระบบอวัยวะทั้งหมด อาธิเช่น การหายใจ การปรับอุณหภูมิ เเละระบบไหลเวียนเลือดเป็นต้น เพื่อความคงอยู่ของชีวิต
4
BM ที่มีในเเต่ละคนไม่เท่ากัน...ถ้าหยิบคน 2 คนที่มีน้ำหนักตัวเท่ากันมาเปรียบเทียบ คนที่มีมวลกล้ามเนื้อมากกว่าจะมีระบบเผาผลาญพื้นฐานดังกล่าวมากกว่า ไขมันในร่างกายจะ Burn ได้ดีกว่า
4
เเตกต่างจากคนที่ไม่ชอบออกกำลัง หรือคนมีอุณหภูมิต่ำกว่าคนทั่วไป มักจะมีค่า BM ต่ำ กลุ่มคนเหล่านี้มักมีไขมันสะสมอยู่เยอะ เสี่ยงต่อโรคเบาหวาน เเละความดันโลหิตสูง
3
2️⃣ DIT | Diet Induced Thermogenesis
2
ตัวที่ 2 นี้หมายถึง "ความร้อนที่ใช้ในการย่อย เเละดูดซึมอาหาร กลไกความร้อนนี้ทำงานหลังรับประทานอาหารครับ"
4
กล่าวให้เข้าใจง่ายๆคือ ยิ่งมี DIT ในร่างกายมากเท่าไร ก็สามารถเผาผลาญไขมันส่วนเกินในร่างกายได้มากเท่านั้น
3
มีงานวิจัยจำนวนมากอธิบายไว้ว่า 'Diet Induced Thermogenesis' จะลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น ... พูดง่ายคือยิ่งเเก่ ยิ่งมีโอกาสอ้วนมากขึ้นตามไปด้วย
4
เเต่ใช่ว่าเราจะเเก้ไขอะไรไม่ได้เลย เพราะนอกจากออกกำลังกายเเล้ว เราสามารถเพิ่มระบบ DIT ได้ด้วยตัวเองโดยการปรับพฤติกรรมการบริโภคง่ายๆ ดังนี้
3
⚠️ DIT ของร่างกายจะมีปริมาณมากที่สุดอยู่ในช่วงเช้า เเละจะลดลงเรื่อยๆ ฉนั้นมื้อเช้าเป็นมื้ออาหารที่ควรทานให้อิ่ม เเละทานมื้อเย็นให้น้อยลง
5
⚠️ รับประทานน้ำอุ่น หรืออาหารร้อนอยู่บ่อยครั้ง เพื่อกระตุ้นระบบเผาผลาญหลังมื้ออาหาร
4
⚠️ หากมื้อใดต้องทานของเเข็ง ของเหนียวๆเช่น เครื่องในหมู เนื้อวัว รวมไปถึงข้าวเหนียว ควรเคี้ยวนานๆ เพื่อไม่ให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนักจนเกินไป
4
👇👇👇👇👇นอกจากนี้ยังมี 👇👇👇👇👇
🔺️ กลุ่มสารอาหารที่กระตุ้น "ระบบเผาผลาญพื้นฐาน (BM)" เเละ "Diet Induced Thermogenesis" ให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้นได้เเก่
7
✔ กลุ่มวิตามิน B เเละเเม็กนีเซียม
Vitamin B เกือบทุกตัวจะมีผลช่วย Burn คาร์โบไฮเดรตเเละไขมันได้ดีเยี่ยม ยกตัวอย่างเช่น ข้าวกล้อง ถั่ว หมู ตับ ปลาทูน่าเป็นต้น
4
ตัวช่วยเผาผลาญอีกอย่างนึงนาม เเม็กนีเซียม สามารถหาทานได้ง่ายตามท้องตลาด ได้เเก่ ถั่วทุกรูปเเบบ กุ้งเเห้ง รวมไปถึงสาหร่ายด้วย
5
✔ กรดซิตริก
กรดตัวนี้ถูกพบได้มากใน กลุ่มผักเเละผลไม้รสเปรี้ยวโดยเฉพาะมะนาว สัปปะรด เเละส้ม
4
✔ เครื่องดื่มชาเขียว ชาอู่หลง เเละกาเเฟ
ในกลุ่มชาจะมีสาร "โพลีฟีนอล" สูง มีส่วนสำคัญในการกระตุ้นไลเปสซึ่งมีหน้าที่ย่อยไขมันในร่างกายเป็นเลิศ
5
✔ พริก
"สารเเคปไซซีน" ในพริกนี้คงไม่ต้องอธิบายความร้อนเเรงอะไรของมันให้มากมายนัก รู้เเค่ว่า BURN BURN เเละ BURN❗
4
✔ ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
ถั่วเหลืองนั้นมีสารวิเศษตัวหนึ่งถูกเรียกว่า "Lecithin" มีคุณสมบัติช่วยสลายคอเลสเตอรอลที่สะสมในอวัยวะภายในได้อย่างดีเลย
4
✔ โปรตีน
คนส่วนใหญ่ลดความอ้วนเเบบผิดๆ ที่เอาเเต่กินผัก ผลไม้ ในรูปเเบบสลัดผัก เเต่กลับกินโปรตีนไม่ให้เพียงพอสะงั้น
5
เรากินเนื้อสัตว์ได้นะ กินเยอะๆเลย เเต่โปรตีนที่บริโภคควรคัดกรองดีๆ ถ้ามาจากเนื้อสัตว์ ก็ขอให้ไม่ติดมันมากเป็นพอ
4
🔺️ Bottom Line
การลดน้ำหนักนั้นไม่ได้หมายถึงเเค่การอดอาหาร เพราะถ้าทำเเบบนั้นร่างกายเราก็จะขาดสารอาหารไปด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือจะทำให้ระบบเผาผลาญพื้นฐาน (BM) ของเราทำการผิดปกติ
6
ถ้าไม่อยากออกกำลังกาย ทางเลือกต่อมาสำคัญมากๆคือต้อง "เลือกทานให้ฉลาด" ... ทำเเบบนี้ได้ หุ่นสวยสมใจหวังคงอยู่ไม่ไกลเเน่นอน
6
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจาก :
Self-Discipline
13 พฤษภาคม 2564
    Unbox your thinking
    สุดยอดมากครับ