Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
หุ้นพอร์ทระเบิด
•
ติดตาม
12 พ.ค. 2021 เวลา 22:59 • หุ้น & เศรษฐกิจ
เจาะหุ้น “ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์”
กลุ่มอุตสาหกรรมที่พร้อมเติบโตไปกับยุค IOT
1
สวัสดีครับเพื่อนๆสมาชิก หุ้นพอร์ตระเบิด ทุกท่าน หากลองมองไปรอบๆตัว หรือแม้กระทั่งตัวหนังสือที่ทุกท่านอ่านกันอยู่ในตอนนี้
เชื่อว่าทุกคนก็น่าจะเห็นว่ามี “อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์” รายล้อมเราอยู่เต็มไปหมด เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในปัจจุบันโลกของเรานั้นได้เข้าสู่ยุค Internet of Things (IOT) เรียบร้อยไปแล้ว
เพราะการเชื่อมโยงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กันเป็นเครือข่ายในตอนนี้ไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องที่เกินจินตนาการเลย ยกตัวอย่างเช่นการใช้สมาร์ทโฟนเพื่อควบคุมการทำงานต่างๆของทีวี แอร์ รถยนต์ หรือแม้กระทั่งประตูบ้าน
ซึ่งก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ “ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์” กลายเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นมากในยุคสมัยนี้ และเดี๋ยวพวกเราจะพาเพื่อนๆไปทำความรู้จักกับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หมวดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ทั้ง 6 ตัวกันบ้างดีกว่า
ว่าหุ้นแต่ละตัวนั้นมีลักษณะธุรกิจเป็นยังไง ? โดดเด่นในด้านไหน ? และมีผลงานในอดีตเป็นยังไง ? ไปลุยกันเลยครับ
DELTA (Market cap 578,785 ล้านบาท)
มาเริ่มกันที่ DELTA หรือบมจ. เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ ผู้ผลิต จำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวกับการจัดการระบบกำลังไฟฟ้าและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆเช่น พัดลมระบายความร้อน อีเอ็มไอ ฟิลเตอร์ และโซลินอยด์
DELTA ก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2531 จากนั้น เดลต้า ประเทศไทย จึงได้กลายมาเป็นสำนักงานใหญ่ในระดับภูมิภาค และปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของทางบริษัทก็จะมีอยู่หลากหลาย
ไม่ว่าจะเป็น ระบบการจัดการพลังงานสำหรับเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบยานยนต์ไฟฟ้า ระบบงานโทรคมนาคมระบบงานอุตสาหกรรม สำนักงานอัตโนมัติ อุตสาหกรรมการแพทย์ เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า รวมไปถึงตัวแปลงกระแสไฟฟ้า
💰งบการเงินของ DELTA
ปี 2561 รายได้ 53,708.01 ล้านบาท
กำไร 5,137.03 ล้านบาท
ปี 2562 รายได้ 51,838.37 ล้านบาท
กำไร 2,959.96 ล้านบาท
ปี 2563 รายได้ 63,826.88 ล้านบาท
กำไร 7,101.64 ล้านบาท
ไตรมาส 1/2564 รายได้ 19,249.64 ล้านบาท
กำไร 1,756.77 ล้านบาท
HANA (Market cap 43,061 ล้านบาท)
ตัวที่สองเป็นหุ้นของบมจ. ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส ผู้ให้บริการผลิตผลิตภัณฑ์อิเล็คทรอนิกส์แบบครบวงจรที่มีการส่งออกไปทั่วภูมิภาคเอเชีย ประเทศสหรัฐอเมริกา และยุโรปตามลำดับ
HANA ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2521 ปัจจุบันมีรายได้หลักๆมาจากแผงวงจร “PCBA” ที่ใช้ในอุปกรณ์โทรคมนาคมและการสื่อสารอยู่ในสัดส่วนกว่า 55% ด้วยฐานการผลิตที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นได้ประเทศไทย จีน สหรัฐอเมริกาและกัมพูชา
💰งบการเงินของ HANA
ปี 2561 รายได้ 22,873.72 ล้านบาท
กำไร 2,375.22 ล้านบาท
1
ปี 2562 รายได้ 20,915.93 ล้านบาท
กำไร 1,804.58 ล้านบาท
ปี 2563 รายได้ 19,672.68 ล้านบาท
กำไร 1,907.75 ล้านบาท
KCE (Market cap 71,678 ล้านบาท)
ตัวที่สามก็คือบมจ. เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ ผู้ดำเนินธุรกิจผลิต & จำหน่ายแผ่นพิมพ์วงจรอิเล็กทรอนิกส์ PCB ที่เป็นชิ้นส่วนสำคัญในการประกอบคอมพิวเตอร์, เครื่องมือสื่อสาร, รถยนต์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2525
1
ซึ่งความโดดเด่นของหุ้นอย่าง KCE ก็ด้วยความที่อุปกรณ์ไฟฟ้าแทบจะทุกอย่างต้องมี PCB อยู่ในนั้น และทางบริษัทเองก็ยังคงมีการพุ่งเป้าไปยังการผลิตแผ่นพิมพ์วงจร PCB สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์
ส่งผลให้ปัจจุบัน KCE เป็น 1 ใน 10 ของบริษัทชั้นนำในตลาดอิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์ของประเทศ
💰งบการเงินของ KCE
ปี 2561 รายได้ 14,325.94 ล้านบาท
กำไร 2,014.87 ล้านบาท
ปี 2562 รายได้ 12,288.69 ล้านบาท
กำไร 934.49 ล้านบาท
ปี 2563 รายได้ 11,741.86 ล้านบาท
กำไร 1,126.79 ล้านบาท
CCET (Market cap 16,761 ล้านบาท)
สำหรับตัวนี้เป็นหุ้นของบมจ. แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ผู้ดำเนินธุรกิจบริการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญให้กับแบรนด์ใหญ่ๆทั่วโลกอย่าง Western Digital, Seagate, Advance Digital Broadcast, Technicolor, Panasonic และอื่นๆ
และผลิตภัณฑ์ของทาง CCET ก็จะแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มได้แก่
อุปกรณ์ต่อพ่วงคอมพิวเตอร์
ปรินเตอร์ชนิดต่างๆ เมนบอร์ด และExternal ฮาร์ดดิสก์ เป็นต้น
ผลิตภัณฑ์โทรคมนาคม
กล่องรับสัญญาณ หูฟัง Bluetooth
เครื่องใช้ไฟฟ้า
สมาร์ททีวี Smart mirror กล้องดิจิตอล และ Media player เป็นต้น
💰งบการเงินของ CCET
ปี 2561 รายได้ 113,194.16 ล้านบาท
กำไร 321.64 ล้านบาท
ปี 2562 รายได้ 102,883.91 ล้านบาท
กำไร 392.80 ล้านบาท
ปี 2563 รายได้ 104,880.65 ล้านบาท
กำไร 209.61 ล้านบาท
SVI (Market cap 11,016 ล้านบาท)
หุ้นตัวที่ห้าเป็นหุ้นของบมจ. เอสวีไอ ผู้ดำเนินธุรกิจรับจ้างผลิตสินค้าประเภทวงจรไฟฟ้า และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำเร็จรูป ก่อตั้งเมื่อ 2 สิงหาคม 2528 มีชื่อเดิมว่า เซมิคอนดัคเตอร์ เวนเจอร์ อินเตอร์เนชันแนล
โดยสินค้าที่ SVI ผลิตจะมีตั้งแต่แผงวงจรไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ (PCBA), สินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำเร็จรูป รวมไปถึงการผลิตสินค้าสำเร็จรูปแบบระบบ ด้วยฐานการผลิตทั้งหมด 8 แห่งในประเทศไทย ออสเตรีย ฮังการี สารธารณรัฐสโลวักและกัมพูชา
ส่งผลให้สัดส่วนรายได้หลักของ SVI มาจากอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคม รองลงมาเป็นกลุ่มสินค้าระบบควบคุมอุตสาหกรรม และสุดท้ายคืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยานยนต์
💰งบการเงินของ SVI
ปี 2561 รายได้ 15,728.68 ล้านบาท
กำไร 802.86 ล้านบาท
ปี 2562 รายได้ 15,167.17 ล้านบาท
กำไร 371.69 ล้านบาท
ปี 2563 รายได้ 15,370.10 ล้านบาท
กำไร 686.49 ล้านบาท
SMT (Market cap 4,349 ล้านบาท)
ตัวสุดท้ายเป็นบมจ. สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) น้องเล็กจากกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2538 ผู้ประกอบการรับจ้างผลิตและประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่กำลังเติบโตอย่างมากจากกลุ่มสินค้าอย่างชิ้นส่วนใยแก้วนำแสง(Fiber Optics Component), PCBA และ IC ท่ามกลางการแพร่ระบาดของ Covid-19
นอกจากนี้ SMT ก็ยังคงเดินหน้าลุยกับธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ Box Build ที่คาดว่าจะขึ้นมาแทนที่ธุรกิจ IC โดยการลดสัดส่วนลง ซึ่งจุดเด่นของทางบริษัทก็คือการสร้างมูลค่าเพิ่ม(Added value) ด้วยการออกแบบและดีไซน์ Product ให้กับลูกค้าด้วยนั่นเอง
💰งบการเงินของ SMT
ปี 2561 รายได้ 1,806.97 ล้านบาท
กำไร 70.42 ล้านบาท
ปี 2562 รายได้ 1,810.44 ล้านบาท
ขาดทุน 39.37 ล้านบาท
ปี 2563 รายได้ 1,945.16 ล้านบาท
กำไร 81.39 ล้านบาท
(ล่าสุด) ไตรมาส 1/64
รายได้ 555.98 ล้านบาท
กำไร 51.34 ล้านบาท
โดยหุ้นทั้ง 6 ตัวที่พวกเราได้นำเอาข้อมูล & รายละเอียดมาให้เพื่อนๆนี้ก็คือหุ้นที่เรียกได้ว่าเป็นหุ้นที่น่าจับตามองของกลุ่ม “ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์” ในช่วงนี้ ซึ่งผลประกอบการณ์ส่วนใหญ่นั้นกำลังเริ่มกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง จากกระแสของเทคโนโลยีที่มาแรง
รวมไปถึงการเข้าสู่ยุค IOT อย่างที่ได้เล่ากันให้ฟังไปข้างต้น และแนวโน้มการมาของ 5G ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่เข้ามากระตุ้น Demand ของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ให้เติบโตขึ้นทั้งสิ้น
แต่ถึงอย่างไรแล้วเพื่อนๆที่สนใจอยากจะลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้ก็ต้องไปติดตามสถานการณ์ของ “ค่าเงินบาท” กันให้ดีๆเนื่องจากว่ารายได้หลักของบริษัทเหล่านี้มาจากการส่งออก และติดตามราคาต้นทุนวันถุดิบอย่าง “ทองแดง” อีกด้วยเพื่อจังหวะที่ชัดเจนในการลงทุน
สำหรับวันนี้พวกเรา หุ้นพอร์ตระเบิด ก็คงจะต้องขอตัวลาเพื่อนๆทุกท่านไปก่อน
2
สวัสดีครับ...
ผู้สนับสนุน
สนใจเปิดบัญชี ค่าคอมหุ้น 0.08 %
TFEX สัญญาละ 18-20
กับโบรคเกอร์
พร้อมเข้ากลุ่ม VIP
แจ้งชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรทาง INBOX ได้เลยครับ
m.me/prberd
28 บันทึก
38
29
28
38
29
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย