16 พ.ค. 2021 เวลา 02:01 • ท่องเที่ยว
🍄สุดสัปดาห์พาเที่ยว🍄 Ep.10
“จากขอบทะเลทราย สู่ Moroccan Switzerland “
Little Moroccan Switzerland ภาพจาก https://www.deviantart.com/ouhti/art/Ifrane-Morocco-451535975
สุดสัปดาห์พาเที่ยวพาลูกทัวร์ไปทิ้งไว้กลางทะเลทรายมา 2 อาทิตย์….พี่เขียนกลับมารับไปเที่ยวต่อแล้วค่ะ😀
เผื่อใครที่เพิ่งเข้ามาอ่าน….เราอยู่ในประเทศโมรอคโคที่ด้านบนสุดของทวีปอาฟริกา ใกล้ๆกับสเปน มีเพียงช่องทะเลแคบๆกั้นไว้เท่านั้น เริ่มการเดินทางจากเมืองท่าริมทะเล Casablanca ลงใต้ผ่านเมือง Marakech ก่อนที่จะข้ามภูเขาสูงชื่อAtlas ไปลงสู่อีกด้านหนึ่งที่เป็นเมืองชายขอบทะเลทรายค่ะ….Ouarzazate เมืองออซาเซต
Riad Ourzazate โรงแรมที่พักของเรา ภาพจาก TripAdvisor
เช้าที่เงียบสงบ ในเมือง Ouarzazateที่ “ปราศจากเสียง” มีเพียงเสียงสวดมนต์เนิบช้า และเสียงนกร้อง
ออกเดินทางออกจากเมืองนี้แต่เช้าเพื่อไปเมืองที่เป็นประตูสู่ทะเลทรายซาฮาร่า คือเมืองMerzouga
พูดถึงทะเลทรายก็มักจะนึกถึง โอมา ชารีฟ ในหนัง Lawrence of Arabia ชายชาวอาหรับจมูกโด่งเป็นสัน หนวดดกเหนือริมฝีปาก มีผ้าคลุมหัวชายห้อยยาวปลิวไสวกลางทะเลทรายที่เวิ้งว้าง
Omar Shariff ในภาพยนตร์เรื่องLawrence of Arabia(1962)
เราจะไปดูของจริงกันดีกว่าค่ะ ถนนที่จะนำเราไปถึงทะเลทราย จะผ่านภูมิประเทศหลายแบบ มองไปสองข้างทาง ทิวเขาขลิบรอบขอบฟ้า ยอดดอยเป็นคลื่นเนินสูงๆต่ำๆ สีน้ำตาลอ่อนแก่โอบกอดอยู่รอบเมือง บางช่วงเป็นภูเขาดินสีน้ำตาลยอดแบนราบเหมือนใครมาเกลี่ยไว้ ดินซ้อนเป็นชั้นๆ
ที่นี่แสงแดดร้อนแรงมากจนมีคนมาลงทุนทำไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ บางช่วงมีเขื่อนกั้นน้ำ ทำเป็น Golf Resortใหญ่โต
ทิวทัศน์ระหว่างทาง
อับดุลคนขับรถชาวBerber รูปร่างท้วม หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอ ขับรถเบนซ์แวนสีดำ พาพวกเราไปสักพัก ก็เลี้ยวจากถนนเรียบๆเข้าไปทางที่ขรุขระ ฝ่าเข้าไปในดงต้นอินทผลัม
“Why can’t we go by the normal road?” กรุ๊ปสาวๆเริ่มขยุกขยิก เพราะรถโขยกเขยก นั่งจนหลังแทบไม่ขยับ
“อ๋อ! มันไปไม่ได้ครับ ทางที่จะไป Kashbah นี้จะเข้าทางแม่น้ำเท่านั้น และตอนนี้น้ำก็แห้ง เดี๋ยวเราลงรถแล้วต้องเดินต่อไปล่ะครับ “
อับดุลที่เป็นไกด์รูปร่างผอม หน้ายาวตอบ
ประเทศนี้คงจะมีคนชื่ออับดุลเป็นพันๆหมื่นๆคน แต่จำเพาะจะต้องมี 2 คนมานั่งด้วยกันมานำทัวร์กรุ๊ปเรานี่แหละ😄
เอาล่ะเดินก็เดิน ตอนเช้าแดดยังไม่ร้อนก็พอทน
อับดุล 1 เปิดประตูรถ ให้อับดุล 2 พาเราเดินไปบนกรวดแม่น้ำสีขาวออกเงินๆ มุ่งตรงสู่ Skoura Kashbah หรือ Kashbah Amridil บ้านใหญ่ราวป้อมปราการ ทำจากดินโคลนผสมฟาง แต่ยังยืนหยัดมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 มาจนถึงบัดนี้
Kashbah คือ บ้านใหญ่ที่สร้างแข็งแรงราวป้อมปราการ ที่ Skouraนี้ใหญ่ และมีชื่อเสียงที่สุด มีรูปติดบนธนบัตรใบละ 50 dh
 
ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเป็นแนวยาวกว่า 25 กิโลเมตร ช่วงที่เราไปเป็นหน้าแล้ง แม่น้ำแห้งผาก กลายเป็นโคลนแห้งแข็ง เหมือนช้อคโกแลต
เราเดินผ่านก้อนหิน กรวดแม่น้ำ และโคลนเหล่านี้เหมือนเดินไปบน ช้อคโกแลตลาวา ที่โรยด้วยอัลมอนด์บด เข้าไปดูกันค่ะ
Kashbah Amridil
ตอนเย็นขี่อูฐเข้าไปนอนกลางทะเลทราย (อ่านรายละเอียดที่โพสต์นี้https://www.blockdit.com/posts/608de3dcd75cb30c42f3f24f)
เช้าวันรุ่งขึ้น นั่งรถจิ๊ปกระโดกกระเดกเหนือเนินทราย ไม่มีเส้นถนน ไม่มีขอบทาง มีแต่ผืนทรายจรดฟ้า….ประสบการณ์ล้วนๆ….ที่คนขับพาเราออกจากทะเลทรายมาได้😀
จุดหมายในวันนี้คือ Fes เมืองหลวงเก่าที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของเทือกเขาMiddle Atlas ที่ทอดยาวตลอดแนวทิศใต้
ใช่ค่ะ…เราจะข้ามภูเขาอีกแล้ว …แต่ไม่กลับทางเดิมนะคะ เราจะตามรอยคาราวานไต่ขึ้นเขาสู่เมืองMidelt (น่าจะแปลว่ากึ่งกลางทางนะ) แวะกินอาหารกลางวันที่นี่ เดินยืดเส้นสายรับอากาศเย็นย่อยอาหาร ก่อนจะนั่งรถไปอีกยาวๆๆ
นั่งรถเลาะเลียบเขาไปเรื่อย สองข้างทางเปลี่ยนฉากตลอด จากหินดินแห้งๆ บ้านสีน้ำตาล มีช่องหน้าต่างเล็กๆ เข้าสู่ ลาดเขาที่มีไร่ข้าวโพดเขียว แล้วต้นสนก็เริ่มโผล่ขึ้นมาให้เห็นเป็นแถวเป็นแนว..เอ๊ะ! เราเข้าเขตอากาศหนาวบนเขาอีกแล้วหรือนี่
ถึงแล้วค่ะ
เมือง Ifrane ที่บรรยากาศเหมือนสวิสเซอร์แลนด์ มีchalet บ้านพักตากอากาศของคนมีสตางค์ ดูรูปแล้วเหมือนอยู่คนละประเทศกับที่ผ่านมาเลยไหมคะ?
เมือง Ifrane
หน้าหนาวมีหิมะตกคนนิยมมาพักผ่อนเล่นสกีที่เมืองนี้ด้วย
โมรอคโค ประเทศแห่งความแตกต่าง!
ร้อนสุด …หนาวสุด! 🌵ทะเลทราย….หิมะ !
ปราการดินKashbah ….บ้านตากอากาศChalet!
ที่ประเทศโมรอคโคเท่านั้นค่ะ 😀
หิมะตกที่เมือง Ifrane ภาพจาก Pinterest
นั่งรถต่อค่ะ วันนี้นั่งรถแทบทั้งวัน เช้าเริ่มต้นแบบร้อนๆที่ทะเลทราย บ่ายรับอากาศเย็นที่เมืองตากอากาศ คืนนี้จะได้พักที่ไหนหนอ? มาลุ้นกัน….
รถผ่านเข้าสู่เขตเมือง Fes แล้วค่ะ ถนนหนทางเริ่มมีคนเดินขวักไขว่ บ้านตึกสีขาวหม่นๆ รถพาเราวิ่งเข้าไปในซอกซอยเล็กลงไปเรื่อยๆ…
เอ๊ะ 🙄..เขาพาเราเข้ามาในตลาดสำเพ็งหรือไง…ถนนแคบมากจนรถใหญ่เข้าไม่ได้ค่ะ
อับดุล2จอดรถพรึดริมถนนที่ตึกโดยรอบดูเก่ามากกกกก..😮 ตึกสูงๆไม่เห็นหน้าต่างสักบาน!…อับดุล1 ลงจากรถทำท่าทางลับๆล่อๆกวาดสายตาสแกน ดูว่าปลอดภัยแล้วจึงบอกให้พวกเราลงจากรถ และบอกให้เดินตามมาอย่าให้คลาดสายตา
พี่เขียนและเพื่อนๆก็ก้มหน้าก้มตาเดินงุดๆๆ เลี้ยวไปตามซอกซอยเล็กๆ ตามองแต่อับดุลอยู่คนเดียวล่ะ กลัวแกหายไปล่ะยุ่งเลย😀
แล้วเราก็มาถึงประตูไม้เก่าๆ โทรมๆ…
นี่เหรอคือที่พักของเราคืนนี้…เริ่มใจไม่ค่อยดีแล้วค่ะ เปิดประตูเข้าไปก็เป็นทางเดินมืดๆแคบๆ มีเค้าน์เตอร์ต้อนรับอยู่ในมุมสลัวๆทึมๆ
แต่พอเดินต่อออกมาถึงที่โล่งสว่าง ปรับสายตาให้เข้ากับแสงแล้ว ว้าว!!!….ว้าว!!! สุดเซอร์ไพรส์จริงๆเลยค่ะ🥰
นี่คือบ้านสไตล์ Riad แบบโมรอคโคแท้ๆ คือ มีตึกสี่ด้าน ล้อมรอบพื้นที่โล่งตรงกลาง มีเสาใหญ่ประดับโมเสคกระเบื้อง บ่อน้ำเล็กๆตรงกลางมีน้ำพุ พื้นปูพรมสีสันสวยงาม
ไม่น่าเชื่อว่าด้านนอกกับด้านในจะแตกต่างราวฟ้ากับดินเช่นนี้ ห้องพักอยู่ล้อมรอบพื้นที่สวนตรงกลางนี้ มีระเบียงให้เดินได้รอบ
อาหารเย็นวันนี้ค่ะ ตรงกลางคือเครื่องดินเผาTarjine ใส่ไก่อบร้อนๆ รับประทานพร้อมขนมปังและมะกอก
ลวดลายที่สลักบนเสาเลียนแบบลายโบราณ ที่ศาสนสถานในเมือง Fes
ชอบลวดลายสลักไม้บนบานประตู และ
ลายกระเบื้องบนพื้นและผนังแบบนี้จัง
นี่คือมัสยิดกลางเมือง Fes ที่เป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมของโรงแรมที่เราไปพักค่ะ (ยังหาชื่อโรงแรมไม่เจอ😅)
ของจริงสลักฉลุลายละเอียด งดงามจริงๆ
ขอนอนพักสบายๆสักคืนก่อนนะคะ 😊อับดุล1 บอกว่า ห้ามออกไปนอกเขตโรงแรมเด็ดขาด ไม่ปลอดภัย โถ….เดินทางมาทั้งวัน หมดแรงแล้วค่ะ อาบน้ำแล้วนอนเลย
🌸นี่คือตัวอย่างตอนต่อไปค่ะ🌸
พาไปเดินเขาวงกต ตลาดเมือง Fes มีอะไรดีๆให้ดูเยอะ สงสัยไหมคะว่า ทำไมต้องถือใบไม้รอไว้ที่จมูกตลอดเวลาอย่างในรูปข้างล่างนี้?
ใครอยากเดาก็ได้ Ep.หน้ามาเฉลยค่ะ

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา