17 พ.ค. 2021 เวลา 14:40 • กีฬา
ฝึกหนักมาก แต่นักกีฬาไม่ฟิตขึ้นเลย
โค้ชหรือผู้ฝึกบางคนให้นักกีฬาวิ่งรอบสนามฟุตบอลหลายสิบรอบ เพราะ คิดว่านักกีฬาจะฟิตขึ้น ยิ่งวิ่งหนัก วิ่งเยอะ ระยะทางยิ่งมาก ยิ่งดี แต่สุดท้ายเวลานักกีฬากลับสู่สนามซ้อมหรือในระหว่างแข่งขัน นักกีฬากลับเหนื่อยเร็ว ไม่สามารถยืนระยะได้ พอท้ายๆเกมการแข่งขันก็หมดแรง
วิเคราะห์ได้ง่ายๆเลยครับ คือ แบบฝึกที่คุณกำลังฝึกนักกีฬาอยู่ อาจจะไม่ได้สอดคล้องกับระบบพลังงานที่นักกีฬาใช้ในกีฬาประเภทนั้น ทำให้ในการซ้อมหรือการแข่งขัน นักกีฬาไม่สามารถยืนระยะได้ทั้งเกมการแข่งขัน เกิดอาการเหนื่อยเร็ว หมดแรงก่อนจะจบเกมเสียอีก ฉะนั้นสิ่งจำเป็นหลักๆที่คุณต้องเข้าใจในการฝึกสมรรถภาพ (Conditioning) ของนักกีฬาเลย คือ ระบบพลังงาน (Energy System Development) เรียกสั้นๆว่า ESD ทั้งนี้ในบทความนี้ ผมจะนำตารางระบบพลังงานจากหนังสือ “Essentials of Strength Training and Conditoning, Fouth Edition” ของ NSCA แล้วก็ตารางเปรียบเทียบระบบพลังงานของแต่ละกีฬาจากหนังสือ “The Physiological Basis of Exercise & Sport : 6th Edition” มาให้ดู เพื่อให้เห็นภาพ และเข้าใจการเลือกระบบพลังงานที่เหมาะกับกีฬานั้นๆนะครับ
ตารางการแบ่งประเภทของระบบพลังงาน
ตารางแรกจะพูดถึง ESD ว่าแบ่งเป็นกี่ประเภท ใช้เวลาในการทำงานเท่าไร ความหนักเป็นแบบไหน และให้พลังงานประเภทใด พอคุณเริ่มเข้าใจกับ ESD แล้วว่าพลังงานแต่ละประเภทเป็นอย่างไร ตารางที่สองจะเป็นตารางที่แบ่งประเภท ESD ของกีฬาในแต่ละประเภทว่า ESD ของกีฬานั้นเป็นแบบใด เพื่อให้ดูแล้วเข้าใจความสอดคล้องกันของทั้งสองตาราง
ระบบพลังงานหลักที่ใช้ในแต่ละชนิดกีฬา
คราวนี้เรามายกตัวอย่างดูแต่ละกีฬานะครับ อย่างเช่น วอลเลย์บอล (Volleyball) ใช้ ESD แบบ Phosphagen & Glycolysis 80%, Glycolysis & Oxidative 5% และ Oxidative 15% ฉะนั้นการฝึก ESD ควรเลือกแบบฝึกที่เน้นระบบ Phosphagen System & Glycolysis หรือ นักว่ายน้ำ Freestyle ระยะ 50 เมตร (Swimming 50m. Freestyle ใช้ ESD แบบ Phosphagen & Glycolysis 40%, Glycolysis & Oxidative 55% และ Oxidative 5% การฝึก ESD ควรเลือกแบบฝึกที่เน้นระบบ Glycolysis & Oxidative แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ฝึกระบบอื่นเลยนะครับ เพียงแต่เราจะเน้นระบบที่สำคัญเป็นการฝึกในระบบหลักก่อน ฝึกในความถี่ (Frequency) อย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ในช่วง Pre-season แต่ระบบที่สำคัญรองลงมาอาจจะฝึก 1-2 วันในช่วง Pre-season ก็ได้
พอเราได้ระบบพลังงานที่เหมาะสมกับกีฬาที่เราทำแล้ว ค่อยมาเลือกแบบฝึกที่มีความหนักและใช้ระบบพลังงานที่เหมาะสมกับกีฬานั้นเพื่อให้นักกีฬาพัฒนาศักยภาพในด้าน Conditoning ได้อย่างเต็มที่ เพราะ ถ้าตราบใดคุณฝึกระบบพลังงานที่ไม่ตรงกับกีฬา นักกีฬาก็พัฒนาไม่ตรงจุด สุดท้ายสิ่งที่คุณทำไปก็เกิดการพัฒนาเพียงเล็กน้อย แถมยังหมดเวลาไปกับการฝึกที่ไม่สอดคล้องกับกีฬาอีก ดังนั้นอย่างที่ผมเคยบอกครับ ศึกษา Physical demands ของกีฬานั้นๆก่อน ทำการบ้าน แล้วเลือกแบบฝึกที่เหมาะสมกับกีฬาเพื่อให้นักกีฬาพัฒนาไปถึงจุดสูงสุดได้เร็วขึ้นครับ
Poon Promsri CSCS, XPS
#Strengthandconditionincoach, #Strengthcoach, #Thailandstrengthcoach, #Thaistrengthcoach
โฆษณา